กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

directions_run

โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ม.3 ม.7 และม.13 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา ปีงบประมาณ 2567

กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลเมืองสะเตงนอก

โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ม.3 ม.7 และม.13 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา ปีงบประมาณ 2567

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ม.3 ม.7 และม.13 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา ปีงบประมาณ 2567
รหัสโครงการ
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ อาสาสมัครสาธารณสุข หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 13
วันที่อนุมัติ 5 มิถุนายน 2567
ปี 2567
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 พฤษภาคม 2567 - 30 สิงหาคม 2567
งบประมาณ 60,175.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางยูไวรียะ ยูนุ๊
พื้นที่ดำเนินการ
ประเด็น
แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคซึ่งทั่วโลกกำลังให้ความสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากตัวเลขของผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในปัจจุบันพบว่าในประเทศไทยมีผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงทั้งสิ้นเพิ่มสูงขึ้นปีละ 3 แสนคน และในเขตรับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนิบงบารูประชากรหมู่ที่ 3 หมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 13 โดยหมู่ที่ 3 มีประชากรที่มีอายุมากกว่าหรือเท่ากับ 35 ปี จำนวน
699 คน พบกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน จำนวน 89 คน คิดเป็นร้อยละ 12.73 และประชากรหมู่ที่ 7 ที่มีอายุมากกว่าหรือเท่ากับ 35 ปี จำนวน 507 คน พบกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน จำนวน 74 คน คิดเป็น ร้อยละ 14.60 และในประชากรหมู่ที่ 13 ที่มีอายุมากกว่าหรือเท่ากับ 35 ปี จำนวน 323 คน พบกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน จำนวน 52 คน คิดเป็นร้อยละ 16.10 ซึ่งที่น่าเป็นห่วงคือหากผู้ที่ได้รับคัดกรองว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน กลายเป็นโรคความดันโลหิตสูงและผู้ป่วยโรคเบาหวานในอนาคต ซึ่งผู้ป่วยโรค ความดันโลหิตสูงและผู้ป่วยโรคเบาหวานส่วนใหญ่เสียชีวิตจากภาวะโรคแทรกซ้อน ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถป้องกันและควบคุมได้ อีกทั้งยังพบว่า อายุเฉลี่ยของการเริ่มต้นป่วยเป็นโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงนั้นน้อยลงเรื่อยๆ และมีแนวโน้มจะลุกลามไปถึงเด็กในอนาคตอันใกล้ด้วยวิถีการดำรงชีวิตที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะเรื่องพฤติกรรมการรับประทานอาหาร โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง นอกจากจะเป็นโรคที่รักษาไม่หายแล้ว ยังเชื่อมโยงไปสู่ โรคแทรกซ้อนอื่นๆ อีกมากมาย เช่น โรคอ้วน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไต เป็นต้น สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคคือ “พันธุกรรม” และ “สิ่งแวดล้อม” ในส่วนของพันธุกรรมนั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญพบผู้ป่วยรายใหม่ ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีอายุมากขึ้น ขณะที่สิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เริ่มต้นตั้งแต่ในครรภ์แม่ แม้พันธุกรรมจะเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ แต่ก็สามารถควบคุมปัจจัยเรื่องอาหารและสิ่งแวดล้อม เพื่อป้องกันการเกิดโรคดังกล่าวได้มีผลการวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่า การควบคุมอาหารอย่างดี รวมถึงการออกกำลังกายเป็นประจำ ส่งผลโดยตรงต่อการป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยงสูงทางพันธุกรรม อีกทั้งยังเป็นการควบคุมโรคและป้องกันโรคแทรกซ้อนในผู้ป่วย เพราะการควบคุมอาหารอย่างถูกต้อง และเหมาะสม จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและระดับความดันโลหิตได้ การดูแลตนเอง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหาร และการออกกำลังกายของประชาชนกลุ่มเสี่ยงในเขตพื้นที่ หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 13 ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ยังไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากยังมีกลุ่มเสี่ยงที่พัฒนาไปเป็นกลุ่มป่วย ด้วยสาเหตุดังกล่าวทางอาสาสมัครสาธารณสุข หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 13 ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกี่ยวกับการดูแลตนเอง อาสาสมัครสาธารณสุข หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 13 ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา จึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 13 ต.สะเตงนอกอ.เมือง
จ.ยะลา ปีงบประมาณ 2567 ขึ้น เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงไม่กลายเป็นกลุ่มป่วย ห่างไกลโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง รวมทั้งภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงรู้วิธีการดูแลสุขภาพตนเองในเบื้องต้น
  2. เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่กลายเป็นกลุ่มป่วย
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. อบรมให้ความรู้
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. ประชาชนกลุ่มเสี่ยง มีความรู้ และทัศนคติที่เหมาะสม ในเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
  2. กลุ่มเสี่ยง ที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม และไม่กลายเป็นกลุ่มป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
  3. อัตราการเกิดโรคเรื้อรังลดลง