กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 3อ.2ส ชะลอโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ปี 2567

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 3อ.2ส ชะลอโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ปี 2567
รหัสโครงการ
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ชมรม อสม.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านวัดตึก
วันที่อนุมัติ 1 กุมภาพันธ์ 2567
ปี 2567
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 กุมภาพันธ์ 2567 - 30 กันยายน 2567
งบประมาณ 24,900.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ
พื้นที่ดำเนินการ
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. ปี 2566อสม.หมู่ 7-11 ตำบลโพงาม ได้ให้บริการตรวจคัดกรองโรคเรื้อรัง ผู้มารับบริการตรวจคัดกรอง1,018 คนจาก 1,196 คน คิดเป็นร้อยละ 90.13 %พบว่า มีผู้ที่สงสัยว่าจะเป็นโรคเบาหวานรายใหม่ คือน้ำตาลสูง มากกว่าหรือเท่ากับ 126 มก./ดล. จำนวน26 ราย ขนาด 90.00
  2. พบกลุ่มเสี่ยงสูงโรคความดันโลหิตสูง 85 ราย ได้รับการวินิจฉัยโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่ จำนวน 4 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.39 ขนาด 90.00
วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อให้ผู้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ไม่ป่วยเป็นผู้ป่วยรายใหม่
  2. เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงที่ป่วยรายใหม่ สามารถปฎิบัติตนได้อย่างถูกต้อง ควบคุมระดับน้ำตาลและระดับความดันโลหิตได้ ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรค ไม่เกิดความพิการ
  3. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้และมีทักษะในการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ สามารถนำไปปฎิบัติได้
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. กำหนดกลุ่มเป้าหมาย
  2. จัดทำแผนงานโครงการ
  3. ประสานงาน และประชาสัมพันธ์
  4. จัดอบรม
  5. จัดกิจกรรมออกกำลังกาย
  6. ติดตามภาวะสุขภาพหลังรับการอบรม
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ที่เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเรื้อรัง เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพจนสามารถควบคุมโรคได้
  2. ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงรายใหม่ สามารถประเมินอาการผิดปกติของตนเอง ที่เกิดจากภาวะแทรกซ้อนของเบาหวาน ความดันโลหิตสูงได้ และเข้ารับการรักษาได้ทันเวลา ลดความพิการจากโรค
  3. ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระดับน้ำตาล สามารถแปลผลด้วยตนเองได้ สามารถนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง
  4. ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงที่เข้าร่วมกิจกรรมออกกำลังกาย มีความรู้และมีทักษะในการออกำลังกาย สามารถนำไปปฎิบัติได้จริง มีสุขภาพดีขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง