กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

directions_run

โครงการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (2-4 ปี) ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านกลิ้งกลอง

กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลนาเมืองเพชร

โครงการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (2-4 ปี) ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านกลิ้งกลอง

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (2-4 ปี) ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านกลิ้งกลอง
รหัสโครงการ 67-L1523-3-22
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านกลิ้งกลอง
วันที่อนุมัติ 5 มีนาคม 2567
ปี 2567
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 พฤษภาคม 2567 - 30 กันยายน 2567
งบประมาณ 12,725.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านกลิ้งกลอง
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลนาเมืองเพชร อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง
ประเด็น
แผนงานเด็ก เยาวชน ครอบครัว
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านกลิ้งกลองในปัจจุบัน ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้มีการส่งเสริมพัฒนาการให้กับเด็กทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านสุขภาพอนามัยของเด็กเป็นส่วนสำคัญ เนื่องจากถ้าเด็กมีสุขภาพอนามัยดีแล้ว เด็กก็จะมีความพร้อมในการที่จะเรียนรู้ได้เต็มศักยภาพ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กได้มีการจัดกิจกรรม/โครงการเกี่ยวกับสุขภาพให้กับเด็ก ผู้ปกครอง และจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในการสร้างเสริมสุขภาพที่ดี และรวมทั้งจัดสถานที่อนามัยภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้มีความพร้อมอยู่ตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกิจกรรมเกี่ยวกับการให้ความรู้ด้านการป้องกันโรคต่างๆ และบันทึกพัฒนาการ คัดกรองสุขภาพประจำวัน ซึ่งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเห็นว่าในการส่งเสริมพัฒนาเด็กปฐมวัยนั้น ควรที่จะต้องมีการติดตาม ประเมินผล เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาเฝ้าระวัง หาวิธีการส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างหลากหลาย จึงต้องการที่จะนำหลักการเฝ้าระวังและการส่งเสริมพัฒนาเด็กปฐมวัย (DSPM) มาใช้เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการพัฒนาดังกล่าว เนื่องจากคู่มือ DSPM เป็นคู่มือที่พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็ก รวมถึงอสม.ใช้เฝ้าระวังการเจริญเติบโตของลูกหลานอย่างใกล้ชิด หากสงสัยล่าช้าก็สามารถแก้ไขส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการสมวัยตามคำแนะนำในคู่มือ DSPM นี้ได้ทันที ประกอบกับนโยบายของกระทรวงมหาดไทยที่มุ่งให้สถานศึกษาทุกแห่งจัดกระบวนการเรียนการสอนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างมีคุณภาพด้วยความยั่งยืน การปลูกฝังปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้กับผู้เรียน จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย เนื่องจากเป้าหมายการสอนเด็กปฐมวัยมีจุดเน้นหรือมาตรฐานหลักอยู่ที่การพัฒนาทางร่างกาย การเคลื่อนไหว การพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก มัดใหญ่ และส่วนต่าง ๆ ของร่างกายให้แข็งแรงว่องไว รวมถึงพัฒนาสมอง เพื่อให้มีพัฒนาการทางด้านความคิดความเข้าใจตามวัย พัฒนาจิตใจ ให้เด็กสามารถช่วยเหลือแบ่งปัน ทำงานเป็นกลุ่มได้ รู้จักมีน้ำใจ และรู้จักให้อภัย ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น มีความรัก ความเมตตาต่อมนุษย์และสัตว์ รู้แพ้รู้ชนะ มากกว่าเน้นเรื่องวิชาการ
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านกลิ้งกลอง จึงเห็นว่ากองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่นได้เน้นให้มีโครงการบูรณาการด้านอาหาร โครงการส่งเสริมพัฒนาการเด็กให้เหมาะสมตามวัย ผู้จัดทำโครงการจึงเห็นความสำคัญของการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยให้เหมาะสมตามวัยโดยนำการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ร่วมกับแบบประเมินเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (DSPM) เพื่อให้ครู และผู้ปกครองมีความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย รับรู้วิธีส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยรวมถึงผลกระทบจากพัฒนาการล่าช้า และส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการตามวัย มีความพร้อมในการศึกษาระดับสูงต่อไปได้ด้วยดี

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. (๑) เพื่อให้ครู และผู้ปกครองมีความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (๒) เพื่อให้ครู และผู้ปกครองรับรู้วิธีส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (3) เพื่อคัดกรองพัฒนาการเบื้องต้นของเด็กปฐมวัย
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. กิจกรรมที่ 1 การอบรมให้ความรู้ และการรับรู้ปัญหา โดยใช้กระบวนการกลุ่ม
  2. กิจกรรมที่ 2 การสะท้อนคิดอย่างมีวิจารณญาณ เป็นกิจกรรมกลุ่มย่อย
  3. กิจกรรมที่ 3 การตัดสินใจเลือกวิธีปฏิบัติ
  4. กิจกรรมที่ 4 การประเมินพัฒนาการ
วิธีดำเนินการ
  1. ระยะเตรียมการดำเนินโครงการ
    • ศึกษาข้อมูลพัฒนาการเด็กปฐมวัยของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านกลิ้งกลอง
    • ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวกับการการส่งเสริมสุขภาพพัฒนาของเด็ก
    • กำหนดกลุ่มเป้าหมาย
    • เขียนโครงร่างโครงการ
    • ขออนุมัติโครงการ 2.ระยะการดำเนินโครงการ 2.1ประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยก่อนเข้าร่วมโครงการโดยคู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (DSPM)
      2.2พบเด็กปฐมวัยมีพัฒนาการล่าช้าดำเนินการส่งต่อโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลในเขตรับผิดชอบ       2.3 ดำเนินกิจกรรมตามคู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (DSPM) กิจกรรมที่ 1 การอบรมให้ความรู้ และการรับรู้ปัญหา โดยใช้กระบวนการกลุ่ม
    • บรรยายพร้อมสื่อประกอบการบรรยาย ได้แก่ power point สถานการณ์พัฒนาการเด็กปฐมวัย ผลกระทบจากพัฒนาการล่าช้า วิธีการใช้งานคู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (DSPM) โดยวิทยากรจากสาธารณสุขอำเภอสิเกา
    • ร่วมวิเคราะห์ปัจจัยสาเหตุที่ทำให้เด็กมีพัฒนาการล่าช้า
    • ร่วมสรุปอภิปรายประโยชน์ของการเฝ้าระวังและส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัย กิจกรรมที่ 2 การสะท้อนความคิดอย่างมีวิจารณญาณ เป็นกิจกรรมกลุ่มย่อย
    • ระบุวิธีการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยภายในองค์กรที่สามารถกระทำได้
    • ร่วมอภิปรายกลุ่มโดยให้ตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอ กิจกรรมที่ 3 การตัดสินใจเลือกวิธีปฏิบัติ -วางแผนการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยโดยกระบวนการกลุ่มระดมความคิดเพื่อกำหนดแนวทาง วิธีการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย -ดำเนินการตามแผนส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยและร่วมกันจัดบริบทศูนย์เด็กเล็กให้เอื้อต่อการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐม -กิจกรรม “สวนผัก ส่งเสริมพัฒนาการ” กิจกรรมที่ 4 การคงไว้ซึ่งการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ
    • การกำกับติดตาม และสอบถามปัญหาอุปสรรคหลังจากที่ได้ลงมือปฏิบัติตามแผนที่วางไว้
        จำนวน 3 ครั้ง ในเดือนที่ 1 2 และ 3
    • เดือนที่ 4 กิจกรรมกีฬาพัฒนาการเป็นเลิศ
    • มอบเกรียติบัตร หนูน้อยสดใส พัฒนาการเป็นเลิศ
    • ประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยหลังเข้าร่วมโครงการ โดยคู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริม
        พัฒนาการเด็กปฐมวัย (DSPM)
    • กระตุ้นพัฒนาการในเด็กปฐมวัยที่มีพัฒนาการไม่สมวัย หากพบเด็กปฐมวัยมีพัฒนาการ   ไม่สมวัยให้ดำเนินการส่งต่อไปยัง คลินิกกระตุ้นพัฒนาการเด็กปฐม ณ โรงพยาบาลตรัง 3.ระยะประเมินผล 3.1 ประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย โดยคู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (DSPM) ก่อนและหลังเข้าร่วมโครงการ 3.2 ประเมินการสะท้อนความคิดอย่างมีวิจารณญาณ ด้วยการร่วมวิเคราะห์ปัจจัยสาเหตุที่ทำให้เด็กมีพัฒนาการล่าช้า 3.3 ประเมินการตัดสินใจเลือกวิธีปฏิบัติโดยการร่วมกำหนดวางแผนการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย วิธีการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย จนกระทั้งนำไปสู่การปฏิบัติได้
      3.4 ประเมินการคงไว้ซึ่งการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพโดยการติดตามพัฒนาการเด็กปฐมโดย กิจกรรมกีฬาพัฒนาการเป็นเลิศ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.ครู และผู้ปกครองมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการเด็กปฐมวัยเพิ่มมากขึ้น 2.ครู และผู้ปกครองรับรู้ผลกระทบพัฒนาการล่าช้า และตระหนักและให้ความสำคัญถึงการส่งเสริม
      พัฒนาการเด็กปฐมวัยมากขึ้น 3.ครูและผู้ปกครองรับรู้วิธีการส่งเสริมพัฒนาการที่ถูกต้อง และสามารถปฏิบัติได้อย่างยั่งยืน 4.เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการสมวัย