โครงการชะลอชรา ชีวายืนยาว (Wellness Plan) ปีงบประมาณ 2567
โครงการชะลอชรา ชีวายืนยาว (Wellness Plan) ปีงบประมาณ 2567
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการชะลอชรา ชีวายืนยาว (Wellness Plan) ปีงบประมาณ 2567 | |
| รหัสโครงการ | ||
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลระแงะ | |
| วันที่อนุมัติ | 25 กรกฎาคม 2567 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 สิงหาคม 2567 - 30 กันยายน 2567 | |
| งบประมาณ | 14,400.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวฟารีดา สาเมาะ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส |
ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aged society) เนื่องจากจำนวนประชากรผู้สูงอายุ ได้มีการเพิ่มขึ้นอย่าง รวดเร็ว ทั้งในเชิงขนาดและสัดส่วน โดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ มีจำนวนผู้สูงอายุ ร้อยละ ๑๗.๕ และในปี ๒๕๖๓ จะเป็นครั้งแรกที่ ประเทศไทยมีประชากรผู้สูงอายุมากกว่าประชากรวัยเด็ก ในอนาคตอันใกล้ประชากรผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นอีกมาก ประเทศไทย จะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุแบบสมบูรณ์ (Complete Aged Society) คือ มีผู้สูงอายุร้อยละ ๒๐ ใน ปี ๒๕๖๔ และคาดว่าในปี พ.ศ. ๒๕๗๔ ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) คือ มีประชากรผู้สูงอายุ ร้อยละ ๒๘
ถึงแม้ว่าผู้สูงอายุจะมีปัญหาด้านสุขภาพอนามัยและมีความต้องการ การดูแลเอาใจใส่จากครอบครัวและชุมชน แต่ถ้า ผู้สูงอายุมีสุขภาพแข็งแรงและมีสุขภาพจิตดี ก็จะสามารถช่วยเหลือสังคมได้อย่างมีคุณค่า ซึ่งการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) จะทำให้ผู้สูงอายุเข้าถึงทำความเข้าใจข้อมูลสุขภาพกลั่นกรอง ประเมิน และตัดสินใจ เพื่อการนำข้อมูลไป ใช้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เลือกใช้บริการและผลิตภัณฑ์สุขภาพได้อย่างเหมาะสม การประเมินตนเองตามแนวทางการประเมิน เพื่อรับรู้สถานการณ์สุขภาพและความเสี่ยงด้านสุขภาพ เช่น พฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ความสามารถในการทำกิจวัตร ประจำวัน (ADL) และการประเมินตามองค์ประกอบ 5 องค์ประกอบและจัดทำแผนส่งเสริมสุขภาพดี ชะลอชรา ชีวายืนยาว หรือ Wellness Plan ซึ่งเป็นแผนเฉพาะรายเพื่อพัฒนาทักษะ กาย ใจ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ส่งเสริมสุขภาพดี แล้ว นำแผน Individual Wellness Plan สู่การปฏิบัติจริง รวมถึงการสนับสนุนและติดตามให้มีการปฏิบัติตามแผนน่าจะเป็นอีก ทางหนึ่งที่สามารถทำได้และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตัวผู้สูงอายุ
- ข้อที่ ๑ เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) แก่ ผู้สูงอายุ
- ข้อที่ ๒ เพื่อให้ผู้สูงอายุทราบถึงความเสี่ยงทางด้านสุขภาพของตนเอง
- จัดอบรมให้ความรู้ในเรื่องการ Health Literacy ใน ผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุที่เข้ารับการอบรมสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เลือกใช้บริการและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ได้อย่างเหมาะสม