โครงการส่งเสริมป้องกันทันตสุขภาพในเด็กก่อนวัยเรียน
โครงการส่งเสริมป้องกันทันตสุขภาพในเด็กก่อนวัยเรียน
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมป้องกันทันตสุขภาพในเด็กก่อนวัยเรียน | |
| รหัสโครงการ | 67-L3071-3-2 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลลิปะสะโง | |
| วันที่อนุมัติ | 6 มิถุนายน 2567 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 20 กันยายน 2567 - 20 กันยายน 2567 | |
| งบประมาณ | 19,950.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวซูนีตา เจะแม | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลลิปะสะโง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี |
สุขภาพช่องปากมีความสำคัญต่อสุขภาพของทุกคน โดยเฉพาะในเด็กปฐมวัย โรคฟันผุในเด็กสามารถพบได้ตั้งแต่ฟันเริ่มขึ้นในช่วงขวบปีแรก และอัตราการผุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงอายุ 1-3 ปี สาเหตุหลักที่ทำให้เด็กฝันผุ มาจากพฤติกรรมของมารดาในการเลี้ยงดูบุตรที่ไม่ถูกต้อง รวมถึงการดูแลทำความสะอาดช่องปากไม่ถูกวิธี และมีพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสมก่อให้เกิดโรคฟันผุในฟันน้ำนมอย่างรุนแรง ทำให้เด็กมีความเจ็บปวด เคี้ยวอาหารไม่ได้ตามปกติ ได้รับสารอาหารที่จำเป็นไม่เพียงพอและส่งผลต่อพัฒนาการการเจริญเติบโตของเด็กได้
การเกิดฝันผุในฟันน้ำนม นอกจากจะมีผลเสียโดยตรงต่อสุขภาพของเด็กในขณะนั้นแล้ว ยังมีผลเสียต่อฟันแท้ของเด็กในอนาคตด้วย กล่าวคือ ฟันน้ำนมที่เสีย ถูกถอน หรือหลุดไปก่อนที่ฟันแท้จะขึ้นแทนที่จะทำให้ฟันที่อยู่ติดกันรวน เก ล้ม เอียง เข้าหาช่องว่าง ทำให้ฟันแท้ที่จะขึ้นแทนตำแหน่งนั้นไม่สามารถขึ้นได้อย่างปกติ อาจจะขึ้นลักษณะปิด ซ้อนกันหรือมีขนาดใหญ่ ไม่เหมาะสมกับใบหน้าของเด็ก ซึ่งจะเป็นปมด้อยทำให้ไม่กล้าในการแสดงออก
การแก้ไขปัญหาดังกล่าวทำได้โดยการใช้รูปแบบการให้บริการทันตกรรมครบวงจร การตรวจสุขภาพช่องปาก การให้สุขศึกษา บริการทันตกรรม การแปรงฟันที่ถูกวิธี การบำบัดรักษา และการติดตามประเมินผล ทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้าน อบต.ลิปะสะโง ร่วมกับกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับพื้นที่ตำบลลิปะสะโง ได้ให้ความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการโครงการส่งเสริมป้องกันทันตสุขภาพในเด็กวัยก่อนเรียน
- อบรมให้ความรู้เรื่องโรคและการป้องกันในช่องปากแและฟัน การรับประทานอาหาร การแปรงฟันที่ถูกวิธี ตรวจช่องฟันให้กับนักเรียน และฝึกปฏิบัติการแปรงฟัน
1.เด็กก่อนวัยเรียนได้รับการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันอย่างถูกวิธี 2.ผู้ปกครองเด็กนักเรียนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน 3.ผู้ปกครองและครูผู้ดูแลเด็กมีทัศนคติที่ดีในการดูแลความสะอาดของช่องปากและฟัน 4.สมาชิกในครอบครัวและสังคมให้ความสำคัญและมีความสนใจในการดูแลกลุ่มเป้าหมาย