โครงการการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตำบลโคกม่วง ปีงบประมาณ 2568
กิจกรรมประเมินผลการดำเนินงานโครงการการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตำบลโคกม่วง ปีงบประมาณ 2568 -สรุปผลการดำเนินงานโครงการการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตำบลโคกม่วง ปีงบประมาณ 2568
ประเมินผลการดำเนินงานโครงการกิจกรรมล้อมรักล้อมใจห่างไกลยาเสพติด (ถอดบทเรียน)
-กิจกรรมเฝ้าระวังค้นหากลุ่มเสี่ยง
-กิจกรรมอบรม ผู้นำ กลุ่มเสี่ยง ผู้เสพและผู้ที่ผ่านการบำบัดยาเสพติด
-กิจกรรมติดตามเยี่ยมเยียนสนับสนุนส่งเสริมงานอาชีพผู้ที่ผ่านการบำบัดฟื้นฟู(พร้อมที่จะเป็นต้นแบบ)
-กิจกรรมวิ่งรณรงค์ ชมรมชวนวิ่งต้านยาเสพติด
-กิจกรรมล้อมรักล้อมใจห่างไกลยาเสพติด (ถอดบทเรียน)
จากการกิจกรรมตามแผนงานโครงการกิจกรรมล้อมรักล้อมใจห่างไกลยาเสพติด (ถอดบทเรียน)
ผลลัพธืที่เกิดขึ้น
จากการทำงานกลุ่มเป้าหมายนักเรียนศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับตำบล ตำบลโคกม่วง กลุ่มผู้นำทั้ง 15 หมู่บ้าน โดยทีมชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลโคกม่วง จากการทำงานผ่านกิจกรรมที่เชื่อมโดยงภาคี กลุ่มสถานศึกษาในพื้นที่ กลุ่มสาธารณสุข(รพ.สต.)ในพื้นที่ตำบลโคกม่วง กลุ่มศาสนสถาน(วัด มัสยิด) เทศบาลตำบลโคกม่วง ภาคีภายนอก โรงพยาบาลเขาชัยสน ฝ่ายความมั่นคงอำเภอเขาชัยสน ส.ภ.เขาชัยสน และเครือข่าย ขสย.ใต้ล่าง
จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องยาเสพติดสร้างความเข้าใจระหว่างเด็กนักเรียน กลุ่มเสี่ยง และผ่านผู้นำ เด็กนักเรียนหลายคนที่ยอมรับถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เช่นเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า สารเสพติด ที่เกิดจากการอยากรู้อยากลอง จนเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสถานของความเป็นเด็กนักเรียน บทเรียนของการเดินทางผิดที่เกิดขึ้นในกลุ่มเด็กนักเรียนต่อการเรียนการศึกษาที่ควรระวังสิ่งเหล่านี้ โดยการสรุปข้อมูลจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน โดยทีมชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลโคกม่วง เทศบาลตำบลโคกม่วง หน่วยงานในพื้นที่ โรงเรียน สถานศาสน และทีมวิทยากร ได้นำเสนอข้อมูล สถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ตำบลโคกม่วง จากการดำเนินงาน ให้ผู้เข้าร่วมรับทราบและร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน
-ปัจจุบัน มีผู้เสพ 243 ราย ผู้ค้า 3 ราย ทั้งค้าและเสพ 40 ราย รวม 286 ราย ข้อมูลเมื่อเดือนสิงหาคม 2568
ข้อมูลเมื่อ ปี 2567 มีกลุ่มผู้ป่วยจากการใช้สารเสพติดจำนวน 317 ราย
ลดลง 31 ราย จากสาเหตุ ถูกคุมขัง บำบัด เลิกใช้สารเสพติด
กลุ่มผู้เสพและผู้ที่ผ่านการบำบัดไม่ค่อยให้ความสำคัญกับกิจกรรมการอบรมและร่วมกิจกรรม
ประเภทกลุ่มเสี่ยงก็ให้ความสำคัญกับกิจกรรมประเภทกีฬามากกว่าการอบรมด้านความรู้
ส่วนเด็กและเยาวชนในสถานศึกษาเป็นกลุ่มที่เหมาะต่อกิจกรรมการอบรมให้ความรู้เชิงสร้างสรรค์
สถานการณ์ความรุนแรงโดยรวมลดลงประมาณ 20%
