กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

directions_run

โครงการตรวจคัดกรองค้นหาความเสี่ยงสุขภาพประชาชนจากภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืชและส่งเสริมสุขภาพลดเสี่ยง ลดโรคด้วยสมุนไพร

กองทุนสุขภาพตำบล อบต.ชะมวง

โครงการตรวจคัดกรองค้นหาความเสี่ยงสุขภาพประชาชนจากภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืชและส่งเสริมสุขภาพลดเสี่ยง ลดโรคด้วยสมุนไพร

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการตรวจคัดกรองค้นหาความเสี่ยงสุขภาพประชาชนจากภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืชและส่งเสริมสุขภาพลดเสี่ยง ลดโรคด้วยสมุนไพร
รหัสโครงการ 68-50105-02-09
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ชมรมอสม.รพ.สต.บ้านศาลาตำเสา
วันที่อนุมัติ 22 มกราคม 2568
ปี 2568
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 3 กุมภาพันธ์ 2568 - 30 กันยายน 2568
งบประมาณ 15,225.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางโสภา ขวัญแก้ว
พื้นที่ดำเนินการ
ประเด็น
แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. ร้อยละของเกษตรกรที่มีผลสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับเสี่ยงและไม่ปลอดภัย ขนาด 36.00

ประชากรในเขตรับผิดชอบ รพ.สต.บ้านศาลาตำเสา ส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรมรองลงมาคือรับจ้างทั่วไป การทำงานที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพจากสภาพภูมิอากาศที่ร้อนจัด ท่าทางการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการปวดหลังและกล้ามเนื้ออักเสบ รวมทั้งการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพมีพิษทั้งแบบเฉียบพลัน และเรื้อรังตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิตขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้น ความเป็นพิษ และปริมาณที่ได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง โดยการสัมผัสทางผิวหนังที่ไม่สวมถุงมือและรองเท้าบูท ป้องกันขณะทำงานกับสารเคมี การสูดหายใจละอองที่ฟุ้งกระจายในอากาศ และการรับประทานอาหารและดื่มน้ำที่มีสารเคมีปนเปื้อน พฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยทำให้เกษตรกรมีความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีเพิ่มขึ้นยกตัวอย่างเช่น ใช้ถังภาชนะบรรจุสารเคมีที่รั่วซึม ฉีดพ่นสวนทิศทางลมทำให้เสื้อผ้าเปียกชุ่มสารเคมีโดยไม่อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ซึมเปื้อนทันที เป็นต้น สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ กล่าวคือ จะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมองผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตาซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้จึงแสดงอาการต่างๆขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกันเป็นต้น หมู่ที่ 3,12,14,15 และ 16 ตำบลชะมวง มีจำนวน 1124หลังคาเรือน มีประชากร3172 คน ประชากรในวัยแรงงานส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ที่ใช้ในการเกษตรมากถึงร้อยละ 80 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ทำสวนยางพาราปาล์มน้ำมัน ทำสวนผลไม้ และเลี้ยงสัตว์ผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืชจากข้อมูลดังกล่าวแสดงว่าเกษตรกรในตำบลชะมวง ยังคงมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่ ซึ่งในการนำมาใช้นั้นได้มีการใช้อย่างไม่ถูกวิธีและขาดความรู้ จึงทำให้มีผลกระทบกับด้านสุขภาพโดยตรง และจากการตรวจเลือดเกษตรกรในพื้นที่ ปี 2567 มีจำนวนผู้เข้ารับการตรวจ จำนวน 50 คนพบว่ามีผลการตรวจครั้งที่ 1 ไม่ปลอดภัย จำนวน 7 คนเสี่ยง จำนวน 13 คน และปลอดภัย จำนวน 30 คน และผลตรวจครั้งที่ 2 มีจำนวนผู้เข้ารับการตรวจ จำนวน 19 คนพบว่ามีผลการตรวจไม่ปลอดภัย จำนวน 4 คน เสี่ยง จำนวน 14 คน และปลอดภัย จำนวน 1 คน ดังนั้นชมรมอสม.รพ.สต.บ้านศาลาตำเสา จึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกรใน หมู่ที่ 3,12,14,15 และ 16 ตำบลชะมวง จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังความเสี่ยงของเกษตรกรจากการสัมผัสสารเคมี ประจำปี 2568 ขึ้นเพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยง ได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใดเพื่อทำการเฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อไป

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. มีฐานข้อมูลสถานการณ์ของเกษตรกรที่สัมผัสสารเคมี
  2. เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้และนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพแบบมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพตนเองที่ถูกต้อง
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. กิจกรรมค้นหากลุ่มเป้าหมาย
  2. กิจกรรมเฝ้าระวังการสัมผัสสารเคมีตกค้าง และจ่ายยาสมุนไพรรางจืด
  3. ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกผักกินเอง
  4. จัดให้มีแหล่งเข้าถึงปุ๋ยอินทรีย์ในชุมชน
  5. กิจกรรมตรวจหาระดับปริมาณสารเคมีตกค้างของเกษตรกรจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ครั้งที่ 2 เฉพาะที่ผลการเจาะครั้งที่ 1 พบว่ามีความเสี่ยง
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.ทราบถึงสถานการณ์สารเคมีตกค้างในเลือดของประชาชนทั่วไปกลุ่มเสี่ยง 2.ประชาชนมีทักษะและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดการเกิดโรคจากสารเคมี 3.เกษตรกรมีความรู้ในการปลูกพืชปลอดสารพิษ และวิธีการใช้สารเคมีที่ถูกต้อง