โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลตนเองในผู้ป่วยเบาหวาน เพื่อเข้าสู่ภาวะเบาหวานระยะสงบ (DM Remission) เทศบาลตำบลย่านตาขาวประจำปี 2568
โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลตนเองในผู้ป่วยเบาหวาน เพื่อเข้าสู่ภาวะเบาหวานระยะสงบ (DM Remission) เทศบาลตำบลย่านตาขาวประจำปี 2568
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลตนเองในผู้ป่วยเบาหวาน เพื่อเข้าสู่ภาวะเบาหวานระยะสงบ (DM Remission) เทศบาลตำบลย่านตาขาวประจำปี 2568 | |
| รหัสโครงการ | 68-L8291-01-03 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลย่านตาขาว | |
| วันที่อนุมัติ | 18 พฤศจิกายน 2567 | |
| ปี | 2568 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 3 มกราคม 2568 - 31 สิงหาคม 2568 | |
| งบประมาณ | 20,005.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางเพ็ญบุญญา พานิช นายแพทย์ชำนาญการ (ด้านเวชกรรม) รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลย่านตาขาว | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลย่านตาขาว อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง |
โรคเบาหวาน เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง และโรคหลอดเลือดหัวใจ (STROKE, STEMI) รวมถึงโรคไตวายเรื้อรัง และโรคแทรกซ้อนอื่นๆ และเป็นสาเหตุของ การเสียชีวิต ความทุพพลภาพกับผู้ป่วย เนื่องจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ก่อให้หลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) ทำให้อัตราการไหลเวียนเลือดในสมองลดลง เกิดสมองขาดเลือด ทำให้เป็นโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้น (Buenaflor,2017 อ้างถึงใน พรชัย จูลเมตต์, 2565, น. 22) มีรายงานว่าผู้ที่เป็นโรคเบาหวานมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้เพิ่มมากกว่าปกติ 2 - 6 เท่าและในผู้ป่วย โรคหลอดเลือดสมองร้อยละ 40 ตรวจพบ มีโรคเบาหวานร่วมด้วย (kleindorfer, 2021 อ้างถึงใน พรชัย จูลเมตต์, 2565, น. 22) ในปัจจุบันสำหรับการดำเนินงานด้านการดูแลรักษาผู้ป่วยเบาหวาน พบว่าผู้ป่วยเบาหวานยังไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ ผลการดำเนินงานโรคเบาหวานระหว่างปี 2562-2566 พบผู้ป่วยเบาหวานที่สามารถคุมน้ำตาล ได้เพียง ร้อยละ 28.26, 29.42, 29.15, 30.22 และ 31.7 ตามลำดับ (เป้าหมายร้อยละ 40) (ฐานข้อมูล Health Data Center (HDC) กระทรวงสาธารณสุข) สำหรับผู้ป่วยเบาหวานในเขตอำเภอย่านตาขาว จำนวน 3,667 ราย ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ 2,481 ราย คิดเป็นร้อยละ 67.66 ควบคุมระดับน้ำตาลได้ 1,186 ราย คิดเป็นร้อยละ 32.34 และในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลย่านตาขาว พบผู้ป่วยเบาหวาน จำนวน 491 ราย ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ จำนวน 302 ราย คิดเป็นร้อยละ 61.51 ควบคุมระดับน้ำตาลได้ 189 ราย คิดเป็นร้อยละ 38.49 กลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลย่านตาขาว เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมให้ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในค่าปกติ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การดูแลสุขภาพของผู้ป่วยให้ถูกต้อง ตลอดจนส่งเสริมครอบครัวและสังคมของผู้ป่วย ให้ช่วยกันดูแลผู้ป่วย ให้มีพฤติกรรมการดูแลตนเองที่ถูกต้อง เช่น การควบคุมอาหาร การรับประทานอาหารที่เหมาะสม ซึ่งทำให้ระดับน้ำตาลในเลือด และความดันโลหิตลดลง การควบคุมความเครียด ที่มีผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
- เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานมีสุขภาพกาย สุขภาพใจ ที่ดีขึ้น
- เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ในการปรับพฤติกรรมสุขภาพโดยใช้ แนวคิดสุขภาพดี สธ.ทศ.(เครื่องมือ 3 ส. 3 อ. 1น.) ผสมผสาน เทคนิค“4 เสาสลายเบาหวาน” คือ งดน้ำตาล ทานเป็นมื้อ แป้งไม่เกิน เพิ่มโปรตีน และใช้กลยุทธ์ Less Carb Freestyle Fasting: LCFF
- ผู้ป่วยเบาหวานที่เข้าร่วมอบรมลดการใช้ยา มีค่าน้ำตาลสะสม HB1C ต่ำกว่า 6.5 ต่อเนื่อง เกิด DM remission
- กิจกรรมที่ 1 กิจกรรมประชุมให้ความรู้ในการปรับพฤติกรรมตามแนวทางการสร้างสุขภาพดีวิถีใหม่ วิถีธรรม วิถีไทย วิถีเศรษฐกิจพอเพียง
- กิจกรรมที่ 3 เจาะน้ำตาลในเลือดที่บ้านสัปดาห์ละ 2 วัน วันละ 2 ครั้ง (วันจันทร์,วันพฤหัสบดี)
- กิจกรรมที่ 2 ประชุม metting และเสริมพลัง เดือนละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 6 ครั้ง เสริมพลังเสริมความรู้
- กิจกรรมที่ 4 เจาะ HbA1C ในระยะ 3 เดือน และ 6 เดือนหลังเข้าโครงการ ประเมินผลตรวจสุขภาพหลังอบรม 3 เดือน และ 6 เดือน
- ผู้ป่วยมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ความเข้าใจ เรื่องโรคเบาหวาน ภาวะดื้ออินซูลิน และการดำเนินโรคที่นำไปสู่การเกิดโรคแทรกซ้อนรุนแรง ทำอย่างไร เพื่อปรับพฤติกรรมตนเองเข้าสู่หนทางสู่ภาวะเบาหวานระยะสงบ
- ผู้ป่วยสามารถนำหลักการ 3 ส. (สวดมนต์ สมาธิ สนทนาธรรม) 3 อ. (อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์วิถีธรรม) 1น .(นาฬิกาชีวิตวิถีธรรม) ร่วมกับการทำ LCFF (Less Carb freestyle fasting) ไปปฏิบัติเพื่อสุขภาพที่ดีอย่างต่อเนื่องด้วยตัวเองได้
- เกิด Role Model และเกิด Model ต้นแบบการพัฒนา DM remission ที่ดีต่อเนื่องไปรุ่นต่อๆไปได้
- ผู้เข้ารับการอบรมไม่เกิดโรคแทรกซ้อนรุนแรงเช่น Stoke STEMI CKD