โครงการป้องกันและคัดกรองภาวะโลหิตจางในคลีนิคสุขภาพเด็กดีและนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ในพื้นที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 3 ประจำปี 2568
โครงการป้องกันและคัดกรองภาวะโลหิตจางในคลีนิคสุขภาพเด็กดีและนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ในพื้นที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 3 ประจำปี 2568
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการป้องกันและคัดกรองภาวะโลหิตจางในคลีนิคสุขภาพเด็กดีและนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ในพื้นที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 3 ประจำปี 2568 | |
| รหัสโครงการ | 2568-L6896-01-10 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ศูนย์บริการสาธารณสุข 3 กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมฯ | |
| วันที่อนุมัติ | 20 ธันวาคม 2567 | |
| ปี | 2568 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มกราคม 2568 - 30 กันยายน 2568 | |
| งบประมาณ | 32,200.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวคณิตา คงแก้ว | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง |
ภาวะซีดหรือภาวะโลหิตจาง (anemia) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในเด็กและเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ
ช่วงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กได้แก่ เด็กแรกเกิดถึง 5 ปี, เด็กก่อนวัยเรียน และหญิงตั้งครรภ์ตามลำดับ การขาดธาตุเหล็กในทารกและเด็กวัยก่อนเรียนมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากการขาดธาตุเหล็กเรื้อรังในเด็กวัยนี้ส่งผลต่อพัฒนาการ ระดับสติปัญญา และความสามารถในการเรียนรู้
จากการสำรวจของสำนักโภชนาการ ปี 2567 ผลการสำรวจ SEANUT II พบเด็กอายุ 6 เดือน - 12 ปี ได้รับปริมาณธาตุเหล็กจากอาหารไม่เพียงพอ คิดเป็นร้อยละ 63.5 และมีภาวะโลหิตจางร้อยละ 6.5 โดยมีสาเหตุหลักมาจาก 1) การรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กไม่เพียงพอในขณะที่ร่างกายเด็กกำลังเจริญเติบโตจึงต้องการธาตุเหล็กมากขึ้น และ 2) สาเหตุจากการเสียเลือด อาจเกิดเฉียบพลัน เช่น เลือดออกจากแผลอุบัติเหตุต่างๆ หรือจากเลือดออกเรื้อรัง เช่น พยาธิปากขอ มีแผลในกระเพาะ เป็นต้น ทั้งนี้ การขาด/พร่องธาตุเหล็กเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดที่ก่อ ให้เกิดโลหิตจางในเด็ก และเป็นภาวะที่พบบ่อยที่สุดของภาวะขาดสารอาหาร ธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง และมีส่วนสำคัญในการป้องกันเชื้อโรค ดังนั้น การขาดธาตุเหล็กจึงส่งผลเสียต่อการทำงานด้านกายภาพ การสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันการเจ็บป่วย และพัฒนาการของสมองของเด็กก่อนวัยเรียน โดยเฉพาะเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ปีอีก ทั้งส่งผลให้สูญเสียความสามารถในการเรียนรู้ตามศักยภาพอย่างถาวร ลดประสิทธิภาพในการเรียนของเด็ก และอาจมีความรุนแรงจนทำให้เสียชีวิตได้ และในปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายคัดกรองภาวะซีดในเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 80 เพื่อค้นหาเด็กที่มีภาวะซีดและรักษาต่อไป
จากข้อมูลการตรวจความเข้มข้นเลือด(Hct) ด้วยเครื่อง Hemocue เด็กอายุ 9-12 เดือน ในคลินิกสุขภาพเด็กดี ศูนย์บริการสาธารณสุข 3 กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครตรัง ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2567 – 30 กันยายน 2567 จำนวน 20 ราย มีภาวะซีด 7 ราย(ความเข้มข้นเลือดต่ำกว่า 33 %) คิดเป็นร้อยละ 35 และในปีการศึกษา 2567 เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนในพื้นที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 3 ได้รับการคัดกรอง จำนวน 17 ราย มีภาวะซีด 2 ราย คิดเป็นร้อยละ 11.76 งานศูนย์บริการสาธารณสุข 3 กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครตรัง จึงจัดทำโครงการป้องกันและคัดกรองภาวะโลหิตจางในคลินิกสุขภาพเด็กดี ประจำปี 2568 เพื่อคัดกรองภาวะโลหิตจาง ตลอดจนป้องกัน/แก้ไขภาวะโลหิตจางในกลุ่มเด็กอายุ 9-12 เดือน ในพื้นที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 3 และเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนในพื้นที่รับผิดชอบ ที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก กรณีพบภาวะโลหิตจางสามารถให้คำแนะนำและรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
- เพื่อให้เด็กอายุ 9-12 เดือน และเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มเป้าหมาย ได้รับการตรวจ คัดกรองภาวะโลหิตจางอย่างครอบคลุม
- เพื่อให้เด็กที่มีภาวะโลหิตจางได้รับการรักษาทางการแพทย์และเฝ้าติดตามในระยะเวลา 3 เดือน
- กิจกรรมคัดกรอง/ติดตามภาวะโลหิตจาง
- กิจกรรมให้ความรู้, คำแนะนำการป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก
- กิจกรรมจ่ายยาน้ำ/ยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กและมอบอาหารเสริมธาตุเหล็กเพื่อแก้ไขปัญหาเด็กที่มีภาวะโลหิตจาง
- กิจกรรมคัดกรอง/ติดตามภาวะโลหิตจาง
- กิจกรรมจ่ายยาน้ำ/ยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กและมอบอาหารเสริมธาตุเหล็กเพื่อแก้ไขปัญหาเด็กที่มีภาวะโลหิตจาง
- กิจกรรมให้ความรู้, คำแนะนำการป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก
- เด็กอายุ 9-12 เดือน และเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจคัดกรองภาวะโลหิตจางอย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ
- ผู้ปกครอง/ผู้ดูแลเด็กมีความรู้ในการป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กอย่างถูกต้อง
- เด็กที่มีภาวะโลหิตจางได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างทันท่วงทีและได้รับการเฝ้าติดตามในระยะเวลา 3 เดือน