โครงการเยี่ยมแม่ ดูแลผูกสายใย ลูกรักพัฒนาการสมวัย
โครงการเยี่ยมแม่ ดูแลผูกสายใย ลูกรักพัฒนาการสมวัย
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการเยี่ยมแม่ ดูแลผูกสายใย ลูกรักพัฒนาการสมวัย | |
| รหัสโครงการ | 2568-L6896-01-11 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ศูนย์บริการสาธารณสุข 3 กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม | |
| วันที่อนุมัติ | 20 ธันวาคม 2567 | |
| ปี | 2568 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มกราคม 2568 - 30 กันยายน 2568 | |
| งบประมาณ | 22,925.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวปริณดา สุทธพรรณ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง |
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ.2560 มาตรา 250 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่และอำนาจดูแลและจัดทำบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอิสระในการบริหารการจัดทำบริการสาธารณะ เพื่อรัฐมาตรา 55 ว่า รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณะที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึงเสริมมสร้างให้ประชาชนมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพการป้องกันโรคการรักษาพยาบาลและการฟื้นฟูสุขภาพด้วยรัฐต้องพัฒนาการบริการสาธารณสุขให้มีคุณภาพและมีมาตรฐานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องดังนั้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงเป็นองค์กรหรือกลไกของประชาชนที่สำคัญที่มีบทบาทในการพัฒนาการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐานของประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆ การพัฒนาประเทศให้มีการเจริญเติบโตแข็งแกร่งยั่งยืนในทุกด้าน ประการสำคัญ ต้องมุ่งเน้นการพัฒนาคนเป็นหลัก คุณภาพชีวิตที่ดีอย่างมีศักยภาพ จะต้องเริ่มต้นตั้งแต่ปฏิสนธิในครรภ์ โดยเฉพาะในระยะ ๒ ปีแรกของชีวิต เป็นระยะ ที่ร่างกายและสมองมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จำเป็นต้องได้รับการเลี้ยงดูที่ดีที่สุดเพื่อส่งเสริมพัฒนาการรอบด้าน อาหารและภาวะโภชนาการที่ดีเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาของเด็ก งานอนามัยแม่และเด็กเป็น บริการสุขภาพขั้นพื้นฐานที่สำคัญของการพัฒนาคุณภาพประชากร ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่การดูแลครรภ์ เพื่อให้การตั้งครรภ์และ การคลอดมีคุณภาพ มารดาและทารกปลอดภัย มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง รวมทั้งการสนับสนุนและส่งเสริมการเลี้ยงลูก ด้วยนมแม่ ซึ่งตามนโยบายทางกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อย 5 เดือน เพื่อให้ลูกได้รับ สารอาหาร และคุณประโยชน์ต่าง ๆ จากนมมารดา มารดาหลังคลอดบางรายประสบปัญหาเกี่ยวกับน้ำนมไม่ไหลหรือ น้ำนมไหลข้าไม่เพียงพอ เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ความเครียด การผ่าคลอด การพักผ่อนไม่เพียงพอ ภาวะโภชนาการของ แม่ รวมถึงแม่มือใหม่ที่ให้ลูกดูดนมแบบผิดวิธี ทำให้น้ำนมไหลช้า ถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการเลี้ยงดูบุตรด้วยนมแม่และ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้แม่ยุติการให้นมลูกในระยะเริ่มแรก ทั้งนี้ ภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดมาช้านานและมีการพัฒนา ศึกษาวิจัยสู่การใช้ประโยชน์แก่แม่หลังคลอดในการเพิ่มปริมาณน้ำนม กระตุ้นให้มีน้ำนมสำหรับเลี้ยงทารกได้เพียงพอ จากการวิเคราะห์สถานการณ์งานอนามัยแม่และเด็ก ในพื้นที่ของศูนย์บริการสาธารณสุข ๓ ผลการดำเนินงาน ใน ปี ๒๕๖๕ - ๒๕๖๗ พบเด็กแรกเกิด - ต่ำกว่า 5 เดือน ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ กินนมแม่อย่างเดียว ร้อยละ ๔๓.๗๕ ร้อยละ ๓๔.๑๘ และร้อยละ ๑๔.๖๓ ตามลำดับ ซึ่งมีแนวโน้มลดลง ซึ่งข้อมูลจากการลงพื้นที่เยี่ยมมารดาและทารกหลังคลอด พบว่า ร้อยละ ๖๕.๗๑ มีปัญหาเรื่องน้ำนมไหลน้อยและการคัดตึงเต้านม ทำให้มารดาหลังคลอดและญาติมีความกังวล เรื่องน้ำนมที่ไม่พอเลี้ยงดูบุตร จึงหันไปให้นมผสมแก่บุตรทำให้บุตรได้รับสารอาหารน้อยกว่านมแม่ที่ควรจะได้รับ เพื่อแก้ไข ปัญหาดังกล่าว ทางศูนย์บริการสาธารณสุข ๓ จึงได้จัดทำโครงการเยี่ยมแม่ ดูแลลูกผูกสายใย ลูกรักพัฒนาการสมวัย ใน พื้นที่ศูนย์บริการสาธารณสุข ๓ ขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์และมารดาหลังคลอดได้รับการดูแลที่ถูกต้อง มีสุขภาพที่ดี ปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อน เด็กมีการเจริญเติบโตและพัฒนาการสมวัยทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา แบบองค์รวม
- เพื่อเพิ่มศักยภาพแก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในด้านการดูแลมารดาและทารกหลังคลอด
- เพื่อให้มารดาและทารกหลังคลอด ได้รับการเยี่ยมหลังคลอด
- มารดาหลังคลอดมีความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพที่ดี ปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อน
- เพื่อให้มารดาหลังคลอดตระหนักและให้ความสำคัญในเรื่องของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
- อบรมให้ความรู้แก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน
- เยี่ยมติดตามดูแลสุขภาพมารดาและทารกหลังคลอด
- เยี่ยมติดตามดูแลสุขภาพมารดาและทารกหลังคลอด
- อบรมให้ความรู้แก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน
- อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านมีความรู้ ความเข้าใจเรื่องการฝากครรภ์คุณภาพ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การติดตามเยี่ยมมารดาและทารกหลังคลอด และมีทักษะการช่วยเหลือและดูแลมารดาให้นมบุตรได้อย่างถูกต้อง
- มารดาและทารกหลังคลอด ได้รับการเยี่ยมติดตาม มีความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพที่ดี ปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อน
- มารดาหลังคลอดเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียว อย่างน้อย 6 เดือน