โครงการส่งเสริมการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังเพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อนและการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ปี 2568
โครงการส่งเสริมการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังเพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อนและการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ปี 2568
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังเพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อนและการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ปี 2568 | |
| รหัสโครงการ | 68-L1520-01-10 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านในปง | |
| วันที่อนุมัติ | 29 มกราคม 2568 | |
| ปี | 2568 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มกราคม 2568 - 20 กันยายน 2568 | |
| งบประมาณ | 9,900.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายธวัช ใสเกื้อ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลอ่าวตง อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง |
โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคเรื้อรัง ที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของโลก ถึงแม้ว่าจะมีความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการ แต่ความชุกและอุบัติการณ์ กลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งในชุมชนเมืองและในชนบทอีกทั้งผู้ป่วยที่เป็นโรคเรื้อรังนั้น ถ้ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ขาดการรักษาการกินยาต่อเนื่อง จะเกิดภาวะแทรกซ้อน ทั้งทางตา ไต เท้า สมอง หัวใจหรืออาจหมดสติจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูง หมดสติจากภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ติดเชื้อง่าย หลอดเลือดตีบหรือแตกในสมอง ทำให้เป็นอัมพาตได้ ผลกระทบของผู้ป่วยที่เป็นโรคเรื้อรังมีทั้งกระทบโดยตรงต่อผู้ป่วยและครอบครัว คือ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายต่างๆในการรักษาพยาบาล ในการเฝ้าดูแลและเพิ่มการเดินทางในการไปโรงพยาบาลมากขึ้น ต้องพบแพทย์เฉพาะทางซึ่งเป็นแพทย์ที่โรงพยาบาลศูนย์ ทำให้เพิ่มภาระในส่วนของการเดินทางไปกลับและต้องพบแพทย์เพื่อติดตามอาการบ่อยขึ้น รวมทั้งสูญเสียอวัยวะ และความพิการ ซึ่งเกิดขึ้นได้มากกว่าคนปกติ รวมทั้งมีผลกระทบถึงสภาพจิตใจด้วย นอกจากนี้ผลเสียทางอ้อมอันเกิดจากภาวะแทรกซ้อนและการมีพยาธิสภาพ ทำให้เกิดความพิการหรือไร้สมรรถภาพ เช่น ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ขาดรายได้จากการทำงาน สมรรถภาพในการทำงานลดลง การสูญเสียทรัพยากรบุคคลและอาจมีอายุสั้นกว่าปกติถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ดีพอ อีกทั้งรัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายในการนำเข้าเวชภัณฑ์จากต่างประเทศ และค่าใช้จ่ายในด้านอุปกรณ์การตรวจ ดังนั้นการควบคุมป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งการควบคุมการเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคเรื้อรังนั้นต้องประกอบไปด้วยการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย การผ่อนคลายอารมณ์เครียด การงด เหล้า งดบุหรี่ และ การมีพฤติกรรมที่เหมาะสม การรักษาต่อเนื่อง ไม่ขาดยา มีความรู้ความตระหนักในการดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคเรื้อรังก็จะทำให้สามารถควบคุมโรคและลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นได้
จากการสำรวจโดยกระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมสำนักโรคไม่ติดต่อ ปี พ.ศ ๒๕๖๐พบว่าคนไทยป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง จำนวน๒๖๖,๙๐๓คน และโรคเบาหวานจำนวน๒๒๐,๔๑๓คน
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านในปง ปี ๒๕๖2 -2565 พบว่าประชากรในพื้นที่รับผิดชอบ 5 หมู่ 3,7,8,10,14 มีผู้ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงทั้งหมด 275 ,295,332,338 คน(ตามลำดับปี2562-2565) และโรคเบาหวานจำนวน 132,137,144,152 (ตามลำดับปี2562-2565) คน ข้อมูลผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีภาวะแทรกซ้อนย้อนหลัง๓ปีตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕63 – ๒๕๖5 พบว่า ในเขตรับผิดชอบ มีผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีภาวะแทรกซ้อนทางด้านหลอดเลือดสมองและหัวใจส่งผลให้เกิดอัมพฤกษ์อัมพาตนอนติดเตียงช่วยเหลือตัวเองได้น้อย พิการ คุณภาพชีวิตลดลง จำนวนผู้ป่วยที่พบภาวะแทรกซ้อนในเขตโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านในปง มีภาวะแทรกซ้อนหลอดเลือดหัวใจ 5คนได้รับการผ่าตัดทำบอลลูน 1 คน และ ผ่าตัดทำทางเบี่ยงหัวใจ 1 คน หลอดเลือดสมอง จำนวน 18 คน สามารถช่วยเหลือตัวเองได้16คนและอีก 2 คนเป็นผู้ป่วยติดเตียงภาวะเบาหวานขึ้นตา 3 คน และมีแผลที่เท้า จำนวน 3 คน ภาวะไตวายเรื้อรังระดับ ๔ ขึ้นไป 4 คน
ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านในปง จึงจัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ป้องกันภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง มีความรู้ สามารถนำความรู้ที่ได้ ไปปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวัน สามารถเฝ้าระวัง ควบคุมพฤติกรรมต่างๆที่ส่งผลต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ก็จะส่งผลให้ผู้ป่วยโรคเรื้อรังห่างไกลจากภาวะแทรกซ้อนและมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป
- ๑. เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงได้รับการค้นหาภาวะแทรกซ้อนตามเกณฑ์ และครอบคลุม
- ๒. เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่พบภาวะแทรกซ้อนอย่างใดอย่างหนึ่งได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง และส่งต่อทันท่วงที
- ๓. เพื่อพัฒนาการดูแลรักษาภาวะความดันโลหิต และน้ำตาลในเลือดสูงแบบมีส่วนร่วมในการจัดการตนเอง และสถานบริการ
- ๔. เพื่อชะลอและลดอัตราการเกิดภาวะไตวาย การถูกตัดเท้า หรือตาบอดในผู้ป่วยที่พบเบาหวานขึ้นจอประสาทตา
- 5. เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง มีพฤติกรรมสุขภาพ (ด้าน ๓ อ ๒ ส และการรับประทานยา) ในการดูแลตนเองที่ถูกต้อง และเหมาะสม ความดันโลหิต เปลี่ยนแปลงอยู่ในเกณฑ์ปกติ
- กิจกรรมประชาสัมพันธ์/ สื่อสารความเสี่ยง/อบรม
๑. ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดหัวใจ สมองมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่เจ็บป่วยด้วยภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง
๒. ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดหัวใจ สมอง ตระหนักในการดูแลตนเองและได้รับการดูแลอย่างถูกต้องเหมาะสม และชะลอการเกิดภาวะแทรกซ้อน
๓. ผู้ป่วยและครอบครัวมีส่วนร่วมในการจัดการโรค