กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการฝากครรภ์คุณภาพ แก้ไขปัญหางานอนามัยแม่และเด็ก ปี2568

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการฝากครรภ์คุณภาพ แก้ไขปัญหางานอนามัยแม่และเด็ก ปี2568
รหัสโครงการ 68-L4145-02-08
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่ที่3
วันที่อนุมัติ 7 กุมภาพันธ์ 2568
ปี 2568
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 กุมภาพันธ์ 2568 - 30 กันยายน 2568
งบประมาณ 36,800.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวนูรีฮัน มะแอ
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลกาตอง อำเภอยะหา จังหวัดยะลา
ประเด็น
แผนงานอนามัยแม่และเด็ก
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. ร้อยละของหญิงฝากครรภ์ที่สามารถฝากครรภ์ครบ 5 ครั้ง ขนาด 85.00
  2. จำนวนหญิงวัยเจริญพันธุ์ที่มีภาวะตั้งครรภ์วัยรุ่น(อายุน้อยกว่า 20 ปี) (คน) ขนาด 85.00
  3. ร้อยละของหญิงคลอด ที่ได้รับการตรวจและเยี่ยมหลังคลอด ขนาด 85.00

การพัฒนางานสุขภาพในปัจจุบันและอนาคต เน้นการสร้างเสริมสุขภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อการ      มีคุณภาพชีวิตที่ดี การมีความสุข ประชาชนพึ่งตนเองด้านสุขภาพได้ รัฐเป็นผู้สนับสนุนและระบบบริการสุขภาพ        ก็ต้องมีการพัฒนาให้มีคุณภาพ ประชาชนเข้าถึงได้สะดวก มีประสิทธิภาพโดยการร่วมกับองค์กรภาคประชาชน      เพื่อสร้างเสริมสุขภาพและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน งานอนามัยแม่และเด็กเป็นงานส่งเสริมสุขภาพ        ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ของบริการสาธารณสุขที่ให้บริการกับประชาชนทั่วไป และกลุ่มประชาชนกลุ่มหนึ่งที่สำคัญ        และเกี่ยวข้องกับกลุ่มอื่น ๆนั้นคือ หญิงตั้งครรภ์ซึ่งหญิงตั้งครรภ์ทุกคนจะต้องได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข    ครบตามเกณฑ์ที่กำหนด คือก่อนคลอด 5 ครั้ง และรับรู้ถึงปัจจัยเสี่ยงของตนเอง วิธีการปฏิบัติตน ที่ถูกต้องที่สำคัญ          อีกประการหนึ่งคือการคลอดในสถานบริการสาธารณสุข และการดูแลหลังคลอดให้ครบ 3 ครั้งตามเกณฑ์เช่นเดียวกัน สุขภาพอนามัยแม่ทั้งทางร่างกายและจิตใจ มีผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ตลอดมาจนถึงระยะภายหลังคลอด หรือโรคหลายอย่างที่เกิดขึ้นในหญิงตั้งครรภ์และมารดาหลังคลอด        จะมีผลกระทบที่อาจเป็นอันตรายต่อเด็กในครรภ์ด้วย เช่น โรคเอดส์ โรคถ่ายทอดทางพันธุกรรม โรคเกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ ภาวะเสี่ยงและอาการแทรกซ้อนที่เกิดจากการตั้งครรภ์ ดังนั้น การดูแลสุขภาพของคนเริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา        การฝากครรภ์ การคลอดที่ถูกวิธีจะทำให้แม่และลูกมีสุขภาพดีสมบูรณ์ แข็งแรง สมองแจ่มใส สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยปกติในสังคมเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ ต้องเริ่มตั้งแต่ครอบครัวเพราะครอบครัวมีอิทธิพลต่อการปฏิบัติตัวของหญิงตั้งครรภ์และมารดาหลังคลอดและการส่งเสริมให้ครอบครัวมีความรู้ในเรื่องแม่และเด็กก็มีความจำเป็นอย่างมาก       จากผลการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็กของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านปาแดรู    ตำบลกาตอง อำเภอยะหา จังหวัดยะลา พบว่า อัตราทารกแรกเกิดน้ำหนักต่ำกว่า 2,500 กรัม ร้อยละ 7.41 ตามตัวชี้วัดไม่เกินร้อยละ 7  หญิงตั้งครรภ์ได้รับการฝากครรภ์ครั้งแรกก่อน 12 สัปดาห์ร้อยละ 92.31 ตามตัวชี้วัด >60% การฝากครรภ์ครบ 5 ครั้งตามเกณฑ์ร้อยละ 86.54 ตามตัวชี้วัด >65% หญิงหลังคลอดได้รับการดูแลครบ 3 ครั้งตามเกณฑ์ร้อยละ 82.61 ตามตัวชี้วัด >65% อัตราหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางใกล้คลอด ร้อยละ18.67 ตามตัวชี้วัด      ไม่เกินร้อยละ 10
หากไม่ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว อาจส่งผลกระทบในอนาคตได้            ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านปาแดรู ตำบลกาตอง อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ร่วมกับชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการฝากครรภ์คุณภาพ แก้ไขปัญหางานอนามัยแม่และเด็กเพื่อป้องกัน และส่งเสริมสุขภาพอนามัยมารดาลูกเกิดรอดแม่ปลอดภัยต่อไป

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อส่งเสริมหญิงตั้งครรภ์ฝากครรภ์ครบ 5 ครั้ง
  2. เพื่อแก้ปัญหาหญิงวัยเจริญพันธุ์ที่มีภาวะตั้งครรภ์วัยรุ่น
  3. เพื่อส่งเสริมหญิงตั้งครรภ์อย่างมีคุณภาพ ลดการผิดปกติจากการตั้งครรภ์
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. ขั้นดำเนินการ
  2. ขั้นเตรียมการ
  3. ขั้นประเมินผล
  4. อบรม. ให้ความรู้เชิงปฏิบัติการกลุ่มหญิงตั้งครรภ์เรื่องการดูแลแม่และเด็ก
  5. 1. ประชุมคณะทำงาน เพื่อพิจารณาหาแนวทางและวางแผนการดำเนินงาน 2. เขียนโครงการและเสนอโครงการเพื่อขออนุมัติ
  6. 1.สรุปปัญหาและแนวทางการแก้ไข 2.สรุปผลการปฏิบัติงานโครงการ และประเมินผลโครงการ
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. หญิงตั้งครรภ์มีความรู้และความเข้าใจสามารถนำไปดูแลตนเองในการประเมินภาวะแทรกซ้อนตามระยะ การตั้งครรภ์ตลอดจนมีการฝากครรภ์ครบตามเกณฑ์
    2.หญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง
    3.หญิงตั้งครรภ์มีความตระหนักในการฝากครรภ์ครั้งแรกก่อน 1 สัปดาห์
    4.หญิงตั้งครรภ์มีความตระหนักในการรับประทานยาเสริมธาตุเหล็ก
  2. หญิงหลังคลอดมีความรู้ในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน