กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

directions_run

โครงการสร้างสุขภาพ เพื่อรู้จักดูแลตนเอง ควบคุมโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือด

กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลกะลุวอเหนือ

โครงการสร้างสุขภาพ เพื่อรู้จักดูแลตนเอง ควบคุมโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือด

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการสร้างสุขภาพ เพื่อรู้จักดูแลตนเอง ควบคุมโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือด
รหัสโครงการ 61-L2491-2-4
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ศสมช.หมู่ 3
วันที่อนุมัติ 30 พฤศจิกายน 2560
ปี 2561
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 มกราคม 2561 - 30 กันยายน 2561
งบประมาณ 15,600.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายมานะ ดาโอ๊ะ
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส
ประเด็น
แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

สถานการณ์และแนวโน้มโรคความดันโลหิตสูงเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของโลก จากการสำรวจอัตราความชุก DM@HT พบว่าประเทศไทยมี ผู้ป่วย 7,378,812 ราย ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง โดยคิดเป็นอัตราความชุกร้อยละ 21.4นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ป่วยที่ควบคุมระดับความดันโลหิตไม่ได้มีอัตรที่สูงขึ้น รวมทั้งอัตราการกลับเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากภาวะแทรกซ้อนของความดันโลหิตสูง พบว่าอยุ่ในเกณฑ์สูง ความทุกข์ทรมาณจากความเจ็บป่วยส่งผลต่อคุณภาพชีวิตทั้งของผู้ป่วย ครอบครัวและสังคม เป็นปัญหาสุขภาพเรื้อรังที่มีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่สูงและต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การดูแลของแพทย์และบุคลากรสาขาอื่นๆหลายสาขา ผู้ป่วยจำเป็นต้องมีบทบาทอย่างมากในการเรียนรู้และดูแลตนเองเพื่อควบคุมการเจ็บป่วยซ้ำและลดความรุ่นแรงของภาวะโรค การแสดงอาการเนื่องจากความดันโลหิตในกลุ่มเสี่ยง จะค่อยสูงขึ้นและร่างกายค่อยๆปรับตัวให้เข้ากับภาวะความดันโลหิตสูง ส่วนใหญ่มักจะไม่แสดงอาการใดๆ ดังนั้นผู้ป่วยจึงไม่ค่อยทราบ หากได้รับการตวจวัดความดันโลหิต ยกเว้นในรายที่มีอาการสูงมาก อาจมีอาการปวดตึงท้ายทอยหรือปวดศรีษะรุนแรง เนื่องจากคนที่มีภาวะความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่มักไม่ค่อยรู้ตัว ดังนั้นโอกาสจะเกิดโรคแทรกซ้อนจากความดันโลหิตสูงก็มีมากตามไปด้วย โดยทำให้้เกิดโรคแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อหัวใจ ไต ตา และโรคหลอดเลือดสมอง และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตได้ ดังนั้น จึงเปรียบภาวะความดันโลหิตสูงว่าเป็น "ภัยเงียบ"หรือ "ฆาตกรเงียบ"นั้นเอง ด้วยความตระหนักถึงปัญหาและภัยของภาวะความดันโลหิตสูง ทางศูนย์สุขภาพสาธารณสุขมูลฐาน นำโดยอาสาสมัครสาธารณสุข โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าตำบลกะลุวอเหนือ จึงได้จัดทำโครงการสร้างสุขภาพ เพื่อรู้จักดูแลตนเอง ควบคุมโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือด เพื่อให้ประชาขนกลุ่มนี่มีสุุขภาพที่ดี มีความรู้ในการดูแลตนเอง ลดการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและภาวะแทรกซ้อนและการสูญเสียทรัพยากรของชาติต่อไป

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อเพิ่มความรู้แก่ อสม.และสามารถคัดกรองสุขภาพได้ถูกต้อง
  2. มีการประเมินกลุ่มเสี่ยงเพื่อสามารถให้คำแนะนำ การดูแลที่ถูกต้อง
  3. เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงมีความรู้เรื่องโรค การดูแลสุขภาพ การรับประทานอาหารและยา การออกกำลังกาย ทั้งสามารถดูแลตนเองได้ถูกต้อง
  4. เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถนำความรู้ที่ได้รับ มาปรับพฤติกรรมในเรื่องการดูแลสุขภาพตนเอง ใช้ยาได้อย่างปลอดภัย ถูกวิธี
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. อบรมความรู้เพิ่มศักยภาพอสม. คัดกรองกลุ่มเสี่ยง
  2. อบรมกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือด และคัดกรองสุขภาพ
วิธีดำเนินการ

ขั้นเตรียมการ 1. จัดประชุมชี้แจงโครงการฯแก่คณะกรรมการ อสม. หมู่ที่ 3
2. จัดทำโครงการเพื่อเสนอประธานคณะกรรมการกองทุนฯ เพื่อขอรับพิจารณาอนุมัติ 3. ประสานงานกับ รพ.สต. อปท. เพื่อเป็นวิทยากรในการดำเนินกิจกรรม ขั้นการวางแผนและจัดเตรียมงานต่างๆ 1. จัดเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ที่จะใช้ในการจัดกิจกรรมฯ 2. จัดทำหนังสือราชการเพื่อติดต่อประสานงานวิทยากร/รพ.สต. สะปอม และ รพ.สต.ตำบลกะลุวอเหนือ เพื่อขอความร่วมมือในกรณีที่มีความจำเป็น 3. จัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับการถ่ายและบันทึกภาพ เช่น กล้องถ่ายรูป กล้องวิดีโอ เพื่อ สำหรับบันทึกภาพประกอบการจัดกิจกรรม 4. จัดเตรียมเอกสารประเมินความพึ่งพอใจของกิจกรรมเพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการ ปรับปรุงแก้ไขในกิจกรรมครั้งต่อไป 5. ดำเนินกิจกรรมการอบรม ที่กำหนดไว้ตามวัน และเวลาดังตารางกิจกรรมที่แนบท้ายมาพร้อมโครงการฯ

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. อสม. มีความรู้ ความชำนาญ สามารถคัดกรองคุณภาพประชาชนในเขตรับผิดชอบได้ถูกต้อง
  2. อสม.มีการประเมินกลุ่มเสี่ยงเพื่อสามารถให้คำแนะนำ การดูแลที่ถูกต้อง
  3. ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีความรู้เรื่องโรค การดูแลสุขภาพ การับประทานอาหารและยา การออกกำลังกาย ทั้งสามารถดูแลตนเองได้ถูกต้อง
  4. ผู้ป่วยนำความรู้ที่ได้รับ มาปรับพฤติกรรมในเรื่องการดูแลสุขภาพตนเอง ใช้ยาได้อย่างปลอดภัย ถูกวิธี