กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

directions_run

โครงการสร้างสุขภาพ เพื่อรู้จักดูแลตนเอง ควบคุมโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือด

กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลกะลุวอเหนือ

โครงการสร้างสุขภาพ เพื่อรู้จักดูแลตนเอง ควบคุมโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือด

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการสร้างสุขภาพ เพื่อรู้จักดูแลตนเอง ควบคุมโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือด
รหัสโครงการ 61-L2491-2-12
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ศสมช.หมู่ 11
วันที่อนุมัติ 30 พฤศจิกายน 2560
ปี 2561
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 มกราคม 2561 - 28 กุมภาพันธ์ 2561
งบประมาณ 15,600.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ น.ส.มัสนี ยูโซะ
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

สถานการณ์และแนวโน้มโรคความดันโลหิตสูงเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของโลก จากการสำรวจอัตราความชุก DM & HT พบว่าประเทศไทยมีผู้ป่วย 7378818 ราย ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง โดยคิดเป็นอัตราความชุกร้อยละ 21.4 นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ป่วยที่ควบคุมระดับความดันโลหิตไม่ได้มีอัตราที่สูงขึ้น รวมทั้งอัตราการกลับเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากภาวะแทรกซ้อนของความดันโลหิตสูง พบว่าอยุ่ในเกฑณ์สูง ความทุกข์ทรมานจากการเจ็บป่วยส่งผลต่อคุณภาพชีวิตทั้งของผู้ป่วย ครอบครัวและสังคม เป็นปัญหาสุขภาพเรื้อรังที่มีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่สูงและต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การดูแลของแพทย์และบุคลากรสาขาอื่นๆ หลายสาขา ผู้ป่วยจำเป็นต้องมีบทบาทอย่างมากในการเรียนรู้และร่วมดูแลตนเองเพื่อควบคุมการเจ็บป่วยซ้ำและลดความรุ่นแรงของภาวะโรค การแสดงอาการเนื่องจากความดันโลหิตในกลุ่มเสี่ยง จะค่อยสูงขึ้นและร่างกายก็ค่อยๆปรับตัวให้เข้ากับภาวะความดันโลหิตที่สูงขึ้น ส่วนใหญ่มักจะไม่แสดงอาการใดๆ ดังนั้นผู้ป่วยจึงไม่ค่อยทราบ หากไม่ได้รับการตรวจวัดความดันโลหิต ยกเว้นในรายที่มีอากรสูงมาก อาจมีอาการปวดตึงท้ายทอยหรือปวดศรีษะรุนแรง เนื่องจากคนที่มีภาวะความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่มักไม่ค่อยรู้ตัว ดังนั้นโอกาสจะเกินโรคแทรกซ้อนจากความดันโลหิตสูงก็มีมากตามไปด้วย โดยทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อหัวใจ ไต ตา และโรคหลอดเลือดสมอง และเป็นสาเหตูการเสียชีวิตได้ ดังนั้น จึงเปรียบภาวะความดันโลหิตสูงว่าเป็น "ภัยเงียบ" หรือ "ฆาตกรเงียบ" นั้นเอง ด้วยความตระหนักถึงถึงปัญหาและภัยของภาวะความดันโลหิตสูง ทางศูนย์สุขภาพสาธารณสุขมูลฐาน นำโดย อาสาสมัครสาธารณสุข โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าตำบลกะลุวอเหนือ จึงได้จัดทำโครงการสร้างสุขภาพ เพื่อรู้จักดูแลตนเอง ควบคุมโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือด เพื่อให้ประชาชนกลุ่มนี้มีสุขภาพที่ดี มีความรู้ในการดูแลตนเอง ลดการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและภาวะแทรกซ้อนและการสูญเสียทรัพยากรของชาติต่อไป

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อเพิ่มความรู้แก่ อสม.และสามารถคัดกรองสุขภาพได้ถูกต้อง
  2. มีการประเมินกลุ่มเสี่ยงเพื่อสามารถให้คำแนะนำ การดูแลที่ถูกต้อง
  3. เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงมีความรู้เรื่องโรค การดูแลสุขภาพ การรับประทานอาหารและยา การออกกำลังกาย ทั้งสามารถดูแลตนเองได้ถูกต้อง
  4. เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถนำความรู้ที่ได้รับ มาปรับพฤติกรรมในเรื่องการดูแลสุขภาพตนเอง ใช้ยาได้อย่างปลอดภัย ถูกวิธี
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. อบรมความรู้เพิ่มศักยภาพอสม. คัดกรองกลุ่มเสี่ยง
  2. อบรมความรู้เพิ่มศักยภาพอสม. คัดกรองกลุ่มเสี่ยง
  3. อบรมกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือด และคัดกรองสุขภาพ
  4. อบรมกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือด และคัดกรองสุขภาพ
วิธีดำเนินการ

ขั้นเตรียมการ 1. จัดประชุมชี้แจงโครงการฯแก่คณะกรรมการ อสม. หมู่ที่ 11
2. จัดทำโครงการเพื่อเสนอประธานคณะกรรมการกองทุนฯ เพื่อขอรับพิจารณาอนุมัติ 3. ประสานงานกับ รพ.สต. อปท. เพื่อเป็นวิทยากรในการดำเนินกิจกรรม ขั้นการวางแผนและจัดเตรียมงานต่างๆ 1. จัดเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ที่จะใช้ในการจัดกิจกรรมฯ 2. จัดทำหนังสือราชการเพื่อติดต่อประสานงานวิทยากร/รพ.สต. สะปอม และ รพ.สต.ตำบลกะลุวอเหนือ เพื่อขอความร่วมมือในกรณีที่มีความจำเป็น 3. จัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับการถ่ายและบันทึกภาพ เช่น กล้องถ่ายรูป กล้องวิดีโอ เพื่อ สำหรับบันทึกภาพประกอบการจัดกิจกรรม 4. จัดเตรียมเอกสารประเมินความพึ่งพอใจของกิจกรรมเพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการ ปรับปรุงแก้ไขในกิจกรรมครั้งต่อไป 5. ดำเนินกิจกรรมการอบรม ที่กำหนดไว้ตามวัน และเวลาดังตารางกิจกรรมที่แนบท้ายมาพร้อมโครงการฯ

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. อสม.มีความรู้ ความชำนาญ สามารถคัดกรองสุขภาพประชาชนในเขตรับผิดชอบได้ถูกต้อง
  2. อสม.มีการประเมินกลุ่มเสี่ยงเพื่อสามารถให้คำแนะนำ การดูแลที่ถูกต้อง
  3. ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงมีความรู้เรื่องโรค การดูแลสุขภาพ การรับประทานอาหารและยา การออกกำลังกาย ทั้งสามารถดูแลตนเองได้ถูกต้อง
  4. ผู้ป่วยนำความรู้ที่ได้รับ มาปรับพฤติกรรมในเรื่องการดูแลสุขภาพตนเอง ใช้ยาได้อย่างปลอดภัย ถูกวิธี