โครงการอบรมการดูแลเท้าในผู้ป่วยเบาหวาน
โครงการอบรมการดูแลเท้าในผู้ป่วยเบาหวาน
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการอบรมการดูแลเท้าในผู้ป่วยเบาหวาน | |
| รหัสโครงการ | 68-L1485-1-15 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเจ้าพะ | |
| วันที่อนุมัติ | 13 กุมภาพันธ์ 2568 | |
| ปี | 2568 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 กุมภาพันธ์ 2568 - 31 สิงหาคม 2568 | |
| งบประมาณ | 12,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวสูตินุช เพชรหิน ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลปะเหลียน อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง |
โรคเบาหวาน เป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญ เนื่องจากเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังของระบบต่อมไร้ท่อที่พบได้บ่อยและเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของหลายประเทศและอัตราความชุกของโรคมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้และมีปัจจัยสนับสนุนด้านพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสม การขาดการออกกำลังกาย ภาวะเครียด ประกอบกับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ช่วยให้คนมีชีวิตยืนยาวขึ้น ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้ประมาณว่ามีผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานอย่างน้อย 135 ล้านคนทั่วโลก โดยเฉพาะผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 พบร้อยละ 97 และทำนายว่าความชุกของโรคเบาหวานจะเพิ่มขึ้นเป็น 300 ล้านคนในปี ค.ศ. 2025 และในจำนวนนั้นจะมีมากกว่า 150 ล้านคนที่อยู่ในทวีปเอเซีย ซึ่งจะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันเกือบ 2 เท่า สำหรับประเทศไทยและประเทศทางแถบเอเซียนั้นผู้เป็นเบาหวานร้อยละ 99 เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 (เทพ หิมะทองคำ และคณะ, 2544) ความผิดปกติที่เท้าเป็นภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญอย่างหนึ่งที่เกิดจากการเสื่อมของเส้นประสาทและหลอดเลือด ทำให้อัตราความเร็วในการนำสัญญาณประสาทลดลง ความไวของผิวหนังต่อการรับรู้สัมผัสลดลงหรือหายไป (กิตติ อังศุสิงห์, 2533) ซึ่งการเสื่อมของหลอดเลือดและเส้นประสาทมักปรากฏอาการมากที่เท้า ทำให้การรับรู้ความรู้สึกบริเวณเท้าลดลง เกิดอาการชา เมื่อผู้ป่วยเดินสะดุดของแข็งหรือเหยียบของมีคมจึงไม่รู้สึกตัว เกิดเป็นแผลง่าย นอกจากนี้ยังทำให้เลือดไปเลี้ยงเท้าน้อยลง เกิดการขาดเลือดกลายเป็นเนื้อตายได้ เมื่อเกิดการติดเชื้อที่แผลขึ้นร่วมกับการที่ผู้ป่วยไม่ได้ดูแลใส่ใจเท้าเป็นพิเศษ ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสถูกตัดขาได้เนื่องจากเกิดแผลเนื้อตายที่เท้ามากกว่าคนปกติถึง 40 เท่า(เทพ หิมะทองคำ และคณะ, 2544)
จากการศึกษาปรากฏการณ์พบว่าผู้ป่วยโรคเบาหวานมีพฤติกรรมการดูแลเท้าไม่เหมาะสมในเรื่อง การดูแลและรักษาความสะอาดของผิวหนัง ได้แก่ ไม่ได้ทำความสะอาดเท้าอย่างทั่วถึงทุกส่วน และไม่ทำทุกวัน การไม่ได้ตรวจเท้าหาความผิดปกติ การป้องกันการเกิดแผลที่เท้า ได้แก่การตัดเล็บไม่ถูกต้อง โดยตัดเล็บเท้าสั้นชิดเนื้อและปลายมน และบางคนที่ตัดเล็บเองก็จะใช้ไม้หรือมีด แคะตามซอกเล็บ เมื่อมีเศษดิน สิ่งสกปรก จะใช้ที่ตัดเล็บหรือมีด ตัดหนังหนา ตาปลาของตนเอง ตัดเล็บเท้าโดยไม่ได้ล้างเท้าหรือแช่เท้าให้เล็บอ่อนตัวก่อน แช่เท้าด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนเมื่อมีอาการเท้าชา หรือเท้าเย็น เหยียบลงพื้นปูนบนถนนที่ร้อน สวมรองเท้าแตะ การส่งเสริมการไหลเวียนเลือด ได้แก่ไม่ได้บริหารเท้า ชอบนั่งไขว่ห้างเป็นเวลานานๆ การดูแลรักษาบาดแผล ได้แก่เมื่อมีแผลที่เท้าไม่ได้ล้างแผล ทำแผลด้วยแอลกอฮอล์ ทิงเจอร์ไอโอดีน
ด้วยเหตุผลดังกล่าวผู้ศึกษาได้เล็งเห็นความสำคัญของการป้องกันไม่ให้เกิดแผลที่เท้าซึ่งควรกระทำตั้งแต่เริ่มแรกที่ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานและเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของระบบการพยาบาลแบบสนับสนุนและให้ความรู้ ผู้ป่วยจะได้รับการสอน การแนะนำ และ สนับสนุน รวมทั้งการกระตุ้นให้กำลังใจ จากทีมสุขภาพเพื่อคงไว้ซึ่งความพยายามในการดูแลตนเองเมื่อมีภาวะเบี่ยงเบนทางสุขภาพ
จากการประเมินผลการตรวจเท้าผู้ป่วยเบาหวาน ปี 2567 ผู้ป่วยเบาหวาน จำนวน 25 คน ผู้ป่วยได้รับการตรวจเท้า 5 คน คิดเป็นร้อยละ 1.25 ซึ่งมีจำนวนน้อยมากที่ได้รับการคิดกรอง ดังนั้น ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเจ้าพะ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ ในการตรวจคัดกรองเท้าในผู้ป่วยเบาหวาน จึงได้จัดทำโครงการอบรมการดูแลเท้าในผู้ป่วยเบาหวาน ขึ้น
- 1.1 เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานมีความรู้เรื่องโรคเบาหวานและการเกิดแผลที่เท้า
- 1.2 เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลเท้า
- 1.3 เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานมีพฤติกรรมการดูแลเท้าที่ถูกต้องทั้ง 5 ด้าน
2.1 ประสานงานและขอความร่วมมือจากหน่วยงาน และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง
2.2 เขียนโครงการเพื่อเสนอขออนุมัติ
2.3 ดำเนินการอบรม
- เจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้ความรู้แก่ผู้ป่วยเบาหวาน
- เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสาธิตการตรวจและประเมินสุขภาพเท้า
2.4 ประเมินและสรุปผลการดำเนินโครงการ
- ผู้ป่วยเบาหวานมีความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานและการเกิดแผลที่เท้า 2. ผู้ป่วยเบาหวานตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลเท้าและดูแลเท้าได้ด้วยตนเอง 3. ผู้ป่วยเบาหวานมีพฤติกรรมการดูแลเท้าที่ถูกต้องทั้ง 5 ด้าน