กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

directions_run

โครงการตรวจสารอันตรายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่สั่งซื้อทางออนไลน์ในกลุ่มประชาชนตำบลอ่าวตง อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง ประจำปี 2568

กองทุนสุขภาพตำบล อบต.อ่าวตง

โครงการตรวจสารอันตรายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่สั่งซื้อทางออนไลน์ในกลุ่มประชาชนตำบลอ่าวตง อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง ประจำปี 2568

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการตรวจสารอันตรายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่สั่งซื้อทางออนไลน์ในกลุ่มประชาชนตำบลอ่าวตง อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง ประจำปี 2568
รหัสโครงการ 68-L1520-01-18
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านในปง
วันที่อนุมัติ 7 มีนาคม 2568
ปี 2568
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 14 มีนาคม 2568 - 31 สิงหาคม 2568
งบประมาณ 24,022.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายธวัช ใสเกื้อ
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลอ่าวตง อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง
ประเด็น
แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

เครื่องสำอางตามพระราชบัญญัติ เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 หมายถึง วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้ทาถู นวด โรย พ่น หยอด ใส่ อบ หรือ กระทำด้วยวิธีอื่นใดกับส่วนภายนอกของร่างกาย มนุษย์ และให้หมายความรวมถึงการใช้กับฟันและ เยื่อบุในช่องปาก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อความสะอาด ความสวยงาม หรือเปลี่ยนแปลงลักษณะที่ปรากฏ หรือระงับกลิ่นกายหรือปกป้องดูแลส่วนต่างๆ นั้นให้อยู่ในสภาพดี และรวมตลอดทั้งเครื่องประทิน ต่างๆ สหรับผิวรวมถึงวัตถุที่มุ่งหมายสหรับใช้เป็น ส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอางโดยเฉพาะ ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหลายประเภท เพื่อ วัตถุประสงค์การใช้ที่แตกต่างกัน และมีแนวโน้มการใช้สูงขึ้น จากการประเมินของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดการณ์ว่า ตลาดเครื่องสำอางของไทยปี 2562-2566 จะเติบโต ราว 7.14% มีมูลค่ารวมสูงถึง 1.68 แสนล้าน 2 ในขณะที่รัฐบาลสนับสนุน Thai Herb 4.0 ในการ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจของสมุนไพร 3 ประกอบ กับประชาชนนิยมใช้ ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร ส่งผล ให้เกิดการพัฒนาใช้สมุนไพรเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง       สถานการณ์ปัจจุบันมีการอุปโภคผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหลากหลายประเภทในการซื้อขายออนไลน์ที่เราอาจจะไม่รู้แหล่งในการซื้อหรือแหล่งผลิต ทั้งประเภทที่มีการผลิตและจําหน่ายในประเทศไทย รวมถึงประเภทที่มีการผลิตและนําเข้าจากต่างประเทศ เครื่องสําอางเหล่านี้มีทั้ง ชนิดที่ปลอดภัยและไม่ปลอดภัย เครื่องสําอางชนิดที่ไม่ปลอดภัย ได้แก่ เครื่องสําอางที่มีฉลากเครื่องสําอางไม่ถูกต้อง เครื่องสําอางที่ไม่มีเลขที่จดแจ้ง หรือเครื่องสําอางที่มีเลขที่จดแจ้งไม่ตรงตามข้อมูลจริง เพราะไม่ได้ผ่านการจดแจ้ง รายละเอียดเครื่องสําอางจากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เครื่องสําอางเหล่านี้ส่งผลต่อความ ปลอดภัยของผู้บริโภค เพราะอาจมีการลักลอบผสมสารอันตรายห้ามใช้ ได้แก่ สารปรอท/แอมโมเนียไฮโดรควิโนน กรดวิตามินเอและสเตียรอยด์ในเครื่องสําอาง อันตรายจากการใช้เครื่องสําอางที่มีสารปรอท/แอมโมเนียเป็น เวลานานส่งผลให้ผู้บริโภคเกิดภาวะผิวหน้าดําผิวบางลง เกิดพิษสะสมของสารปรอททําให้ทางเดินปัสสาวะและไตอักเสบ ทําให้มีการสะสมปรอทในผิวหนังและดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิตทําให้ตับและไตผิดปกติ อันตรายจากการใช้เครื่องสําอางที่มีสารไฮโดรควิโนนเป็นเวลานานทําให้เกิดฝ้าถาวรที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ อันตรายจากการใช้ เครื่องสําอางที่มีกรดวิตามินเอเป็นเวลานานอาจส่งผลทําให้ผิวหน้าอักเสบลอกอย่างรุนแรงและทําให้ทารกพิการได้ ส่วนอันตรายจากการใช้เครื่องสําอางที่มีสารสเตียรอยด์ผสมอยู่จะส่งผลทําให้ผิวหน้าบางลงหน้าแดง และเห็นเส้น เลือดฝอยชัดเจน บางครั้งอาจเป็นตุ่มหนองเล็กๆ ผื่นแพ้ และสิวจากสเตียรอยด์ ซึ่งรักษาให้หายยาก ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลบ้านในปงจึงได้จัดทําโครงการฯ โดยรายการสารที่จะตรวจสารอันตรายหลักก็จะมี 1.) สารปรอท (Mercury)ทำให้ผิวหนังเกิดการแพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ บางคนกลายเป็นฝ้าถาวร และผิวบางลงด้วย ยิ่งใช้นาน สารปรอทยิ่งสะสมพิษในผิวหนังมากขึ้น และเป็นสารที่ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดโรคโลหิตจาง ตับอักเสบ ไตอักเสบ ทางเดินปัสสาวะอักเสบส่วนในสตรีมีครรภ์นั้น สารปรอทจะดูดซึมเข้าร่างกายและไปสู่ทารก ส่งผลให้เด็กมีสมองพิการและปัญญาอ่อนได้ 2.) สารไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) ส่งผลให้เกิดอาการแสบร้อน เป็นตุ่มแดง หากใช้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะทำให้เป็นฝ้าถาวร แถมยังเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังได้ ผู้ที่ได้รับยานี้เกินขนาดยาจะดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและไปกระตุ้นให้ร่างกายมีอาการสั่น หรือเกิดลมชัก หรือแพ้ยาได้ 3.) สเตียรอยด์ (Steroid) หากใช้ในปริมาณมากเกินมาตรฐาน หรือนำไปใช้ผิดวิธี และใช้เป็นระยะเวลานานต่อเนื่อง สเตียรอยด์จะส่งผลข้างเคียงทั้งภายนอกและภายในร่างกาย เช่น ผิวหนังเสพติดจนเกิดอาการแดงเป็นผดผื่น ผิวหน้าบาง มลพิษต่างๆ จากภายนอกจะเข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้ได้ง่ายขึ้น คนที่แพ้หรือผิวบางมากๆ จะเห็นเส้นเลือดแดงตามใบหน้าได้อย่างชัดเจน 4.) กรดเรทิโนอิก (Retinoic Acid)ผลข้างเคียงทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนัง ผิวหน้าลอก อักเสบ แพ้แสงแดดง่ายกว่าปกติ เกิดภาวะผิวด่างขาวหรือผิวคล้ำได้ชั่วคราว และอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. 1.เพื่อให้กลุ่มประชาชนที่นิยมอุปโภคผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ซื้อทางออนไลน์เป็นประจำได้รับการตรวจคัดกรองผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ตนเองใช้ได้
  2. 2. เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้โทษอันตรายจากการใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีสารปรอทปนเปื้อน
  3. 3. เพื่อให้อัตราของเหตุการณ์อาการแพ้จากการใช้เครื่องสำอาง
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. 1.1 กิจกรรมย่อย ประชาสัมพันธ์โครงการในพื้นที่
  2. การกิจกรรมการตรวจคัดกรองสารปรอท ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง
  3. กิจกรรมการให้ความรู้โทษของการใช้เครื่องสำอางที่มีสารปรอทปนเปื้อน
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. กลุ่มประชาชนที่นิยมอุปโภคผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ซื้อทางออนไลน์เป็นประจำได้รับการตรวจคัดกรองผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ตนเองใช้
  2. เพื่อให้กลุ่มประชาชนได้รับความรู้ในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางอย่างปลอดภัย
  3. ลดความเสี่ยงต่อการใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ซื้อทางออนไลน์