| 1.กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพด้านการดูแลสุขภาพกายใจให้อยู่ในภาวะสมดุล |
13 มี.ค. 2568 |
|
|
|
|
|
|
| 2.กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นอกสถานที่ |
13 มี.ค. 2568 |
|
|
|
|
|
|
| 3.กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย (บาสโลฟ) |
13 มี.ค. 2568 |
|
|
|
|
|
|
| 4.กิจกรรมฝึกสมาธิ ส่งเสริมสุขภาพ |
13 มี.ค. 2568 |
|
|
|
|
|
|
| 5.กิจกรรม เมนูชูสุขภาพ ลดหวานมันเค็ม |
13 มี.ค. 2568 |
|
|
|
|
|
|
| 6.กิจกรรมรวมพลังสร้างเสริมสุขภาพผู้ป่วยโรคเรื้อรัง |
13 มี.ค. 2568 |
|
|
|
|
|
|
| กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพด้านการดูแลสุขภาพกายใจให้อยู่ในภาวะสมดุล |
13 มี.ค. 2568 |
3 พ.ย. 2568 |
|
1.กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพด้านการดูแลสุขภาพกายใจให้อยู่ในภาวะสมดุล
1.1 กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพด้านการดูแลสุขภาพกายใจให้อยู่ในภาวะสมดุล
- ดำเนินการจัดกิจกรรมในวันที่ 13 สิงหาคม 2568 โดย
- มีจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 80 คน
- วิทยากร ให้ความรู้เรื่องการส่งเสริมสุขภาพด้านการดูแลสุขภาพกายใจให้อยู่ในภาวะสมดุลในผู้ป่วยโรค
เรื้อรังและผู้สูงอายุ โดยอาจารย์แผ จันทร์สุข เพื่อเตรียมความพร้อมก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
และการดูแลผู้ป่วยเรื้อรังอย่างยั่งยืน
- กิจกรรมให้ความรู้และสันทนาการ โดยคณะกรรมการชมรมบานไม่รู้โรย และนางสาววลัยลักษณ์ จอกน้อย
นักวิชาการสาธารณสุข
- ณ อาคารอเนกประสงค์ ศูนย์บริการสาธารณสุขเตาหลวง
2.กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นอกสถานที่
2.1 ชมรมผู้สูงอายุวัดเขาแก้วเสริมสุขภาพ หมู่ 2 ต.เขารูปช้าง อ.เมืองสงขลา
- ดำเนินการจัดกิจกรรมในวันที่ 13 กรกฎาคม 2568
- มีจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 80 คน
- ศึกษาเรียนรู้การดำเนินงานและการจัดกิจกรรมของชมรมผู้สูงอายุวัดเขาแก้วเสริมสุขภาพ
โดยมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นอกสถานที่ ร่วมกับชมรมผู้สูงอายุวัดเขาแก้วเสริมสุขภาพ ในเรื่องของด้านต่างๆ
ต่อไปนี้
1. ด้านจิตใจ: ช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวและว่างเปล่า ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกมีคุณค่าและมีกำลังใจในการใช้ชีวิต
2.ด้านร่างกาย: การเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีการเคลื่อนไหว ช่วยส่งเสริมสุขภาพกายให้แข็งแรงและกระฉับกระเฉง
"3 อ 2 ส" คือหลักการดูแลสุขภาพตามคำแนะนำของกรมอนามัย ประกอบด้วย 3 อ. คือ อาหาร
ออกกำลังกาย และอารมณ์ และ 2 ส. คือ การไม่สูบบุหรี่ และการไม่ดื่มสุรา
- อาหาร รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงรสหวาน มัน เค็มจัด และดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ
8 แก้ว
- ออกกำลังกาย ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน วันละ 30 นาที
- อารมณ์ ฝึกสมาธิ ผ่อนคลายความเครียด และจัดการกับอารมณ์ให้ดีอยู่เสมอ
- ไม่สูบบุหรี่ ลด ละ เลิก การสูบบุหรี่
- ไม่ดื่มสุรา หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
3.ด้านสังคม: สร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนวัยเดียวกันและคนต่างวัย ทำให้รู้สึกไม่ถูกทอดทิ้ง
4.ด้านสติปัญญา: การเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อย่างสม่ำเสมอช่วยฝึกสมองและป้องกันภาวะความจำเสื่อม
5.ด้านเศรษฐกิจ: ผู้สูงอายุบางส่วนสามารถนำความรู้และทักษะที่มีไปสร้างรายได้เสริมได้
- ณ อาคารอเนกประสงค์ ชมรมผู้สูงอายุวัดเขาแก้วเสริมสุขภาพ
3.กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย (บาสโลฟ)
3.1 กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย (บาสโลฟ)
- ดำเนินการจัดกิจกรรม วันที่ 11 มิถุนายน 2568
- มีจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 80 คน
- มีวิทยากร ให้ความรู้กิจกรรมการออกกำลังกายด้วยบาสโลฟ โดยอาจารย์ประภา ปัญญวรรณศิริ
เพื่อเป็นการเต้นรำอย่างสนุกสนาน การออกกำลังกายด้วยบาสโลฟ นิยมเต้นในงานสังคม เช่น งานแต่งงาน หรืองานเลี้ยงสังสรรค์ ท่าเต้นมีลักษณะเรียบง่ายและสนุกสนาน โดยผู้เต้นจะขยับเท้าสลับซ้ายขวาเป็นจังหวะตามเพลงเป็นแถวเดียวกัน นอกจากจะเป็นการเต้นเพื่อความสนุกสนานแล้ว บาสโลบยังถือเป็นการออกกำลังกายที่ดี โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ เพราะช่วยส่งเสริมการทรงตัว เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และทำให้จิตใจผ่อนคลาย
ลักษณะการเต้นบาสโลบ
• การเคลื่อนไหว:
เต้นเป็นแถวหน้ากระดานหรือแถวตอน โดยขยับเท้าสลับซ้ายขวาและหมุนไปตามจังหวะเพลง
• ความพร้อมเพรียง:
ผู้เต้นทุกคนจะเคลื่อนไหวเป็นจังหวะเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง
• โอกาสที่นิยมเต้น:
งานเลี้ยงสังสรรค์ งานแต่งงาน หรืองานต้อนรับแขกสำคัญ
ประโยชน์ของการเต้นบาสโลบ
• การทรงตัว:
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัวและลดความเสี่ยงในการล้ม
• ความแข็งแรง:
ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย
• สุขภาพใจ:
ช่วยให้จิตใจผ่อนคลายและสนุกสนาน
• ระบบไหลเวียนเลือดและหายใจ:
การเต้นเป็นประจำช่วยส่งเสริมระบบหายใจและระบบไหลเวียนเลือดได้
- ณ อาคารอเนกประสงค์ ศูนย์บริการสาธารณสุขเตาหลวง
4.กิจกรรมฝึกสมาธิ ส่งเสริมสุขภาพ
4.1 กิจกรรมฝึกสมาธิ ส่งเสริมสุขภาพ
- ดำเนินการจัดกิจกรรม วันที่ 6 กรกฎาคม 2568
- มีจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 80 คน
- ทำพิธีถวายเทียนพรรษา ผ้าอาบน้ำฝน และเครื่องบริวาร ณ วัดแหลมพ้อ วัดเขาบ่อ วัดท้ายยอ วัดโคก
เปรี้ยว และวัดบางดาน การถวายเทียนพรรษาและผ้าอาบน้ำฝน เป็นการทำบุญที่สำคัญในวัน
เข้าพรรษา เพื่อให้พระสงฆ์ได้ใช้แสงสว่างในยามค่ำคืนและใช้สอยอุปกรณ์ต่างๆ ในช่วงจำพรรษา
3 เดือน ทั้งยังเชื่อว่าการทำบุญนี้จะส่งผลดีต่อผู้ถวายในด้านสติปัญญาและความเจริญรุ่งเรือง
- เทียนพรรษา
เพื่อให้แสงสว่างแก่พระภิกษุสงฆ์ในการทำวัตรสวดมนต์ในตอนเช้าและตอนค่ำ และเพื่อความเป็นสิริมงคล
- ผ้าอาบน้ำฝน
เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ใช้สอยในช่วงฤดูฝน
- ดำเนินการจัดกิจกรรมการฝึกสมาธิ ส่งเสริมสุขภาพ ณ วัดโคกเปรี้ยว การฝึกสมาธิส่งเสริมสุขภาพโดยมีผลดี
ต่อทั้งร่างกายและจิตใจ เช่น ช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล ทำให้มีสมาธิและความจำดีขึ้น รวมถึง
ส่งผลดีต่อสุขภาพกาย เช่น ลดอัตราการเต้นของหัวใจ ลดความดันโลหิต และอาจช่วยจัดการกับอาการปวด
เรื้อรังได้
ประโยชน์ต่อสุขภาพกาย
- ลดความเครียด
ช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียด เช่น คอร์ติซอล ทำให้ร่างกายตอบสนองต่อความเครียดได้ดีขึ้น
- ส่งผลดีต่อระบบหัวใจ
ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและลดความดันโลหิต
- ควบคุมการทำงานของร่างกาย
ช่วยให้ควบคุมการทำงานของร่างกายส่วนต่างๆ ได้ดีขึ้น และทำให้ระบบประสาทสมองทำงานเป็นระเบียบ
มากขึ้น
- ลดการอักเสบ
การทำสมาธิสามารถช่วยลดการอักเสบในร่างกายได้
ประโยชน์ต่อสุขภาพจิตใจ
- ลดความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า
ช่วยให้รู้สึกสงบ มีสติ และสมดุลทางอารมณ์มากขึ้น
- เพิ่มสมาธิ
ช่วยให้มีสมาธิดีขึ้นและสามารถจดจ่อกับสิ่งต่างๆ ได้นานขึ้น
- ส่งเสริมคุณภาพการนอนหลับ
การฝึกสมาธิเป็นประจำช่วยให้คุณภาพการนอนหลับดีขึ้น
- จัดการอารมณ์
ช่วยให้สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ดีขึ้น และแสดงออกอย่างระมัดระวังมากขึ้น
- เพิ่มความสุข
ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเอนดอร์ฟินส์ (Endorphins) หรือสารแห่งความสุขออกมาวิธีการเริ่มต้นฝึกสมาธิ
- หาที่เงียบสงบ
เลือกสถานที่ที่เงียบและปราศจากสิ่งรบกวน
- เริ่มจากช่วงสั้นๆ
เริ่มต้นด้วยการฝึกเพียง 5-10 นาทีต่อวัน
- นั่งหรือนอนในท่าที่สบาย
ไม่จำเป็นต้องนั่งขัดสมาธิ อาจนั่งบนเก้าอี้หรือนอนหงายก็ได้
- จดจ่อกับลมหายใจ
หายใจเข้าและออกอย่างสม่ำเสมอ และจดจ่อความรู้สึกไปที่ลมหายใจ
- สังเกตความคิดโดยไม่ตัดสิน
เมื่อมีความคิดอื่นผุดขึ้นมา ให้รับรู้และกลับมาจดจ่อที่ลมหายใจอีกครั้ง โดยไม่ตัดสินว่าความคิดนั้นดีหรือไม่ดี
- ณ ศาลาการปฏิบัติธรรม ณ วัดโคกเปรี้ยว
5.กิจกรรม เมนูชูสุขภาพ ลดหวานมันเค็ม
5.1 กิจกรรม เมนูชูสุขภาพ ลดหวานมันเค็ม
- ดำเนินการจัดกิจกรรม วันที่ 9 กรกฎาคม 2568
- มีจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 80 คน
- ดำเนินการจัดกิจกรรม เมนูชูสุขภาพ ลดหวานมันเค็ม (ขนมจากด้วยธัญพืช 3 สี) สมาชิกชมรมบานไม่รู้โรย
ร่วมจัดทำขนมจากด้วยธัญพืช 3 สี ประกอบด้วย ธัญพืช ดังนี้
1. ข้าวโพด
มีสรรพคุณมากมาย เช่น ช่วยบำรุงสายตาจากสารลูทีนและซีแซนทิน, บำรุงระบบย่อยอาหารด้วยใยอาหารสูง ช่วยบำรุงสมองและระบบหมุนเวียนโลหิตจากวิตามินบี, และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความเสี่ยงโรค ต่างๆ นอกจากนี้ เกสรตัวเมียหรือไหมข้าวโพดก็มีสรรพคุณเป็นยาขับปัสสาวะ ช่วยลดความดันโลหิต และขับ น้ำดี
2. มะพร้าว
มีประโยชน์หลากหลาย เช่น ช่วยดับกระหายคลายร้อน ป้องกันภาวะขาดน้ำ และให้พลังงาน นอกจากนี้ยังมี สรรพคุณช่วยบำรุงผิวพรรณ ทำให้กระดูกแข็งแรง ปรับสมดุลฮอร์โมน และป้องกันโรคหัวใจได้
3. ข้าวไรซ์เบอร์รี่
เป็นข้าวสายพันธุ์ใหม่ที่ได้จากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่าง ข้าวเจ้าหอมนิล และ ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ทำให้มี เมล็ดเรียวยาวสีม่วงเข้ม และเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้รักสุขภาพเพราะอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์สูง
- ณ อาคารอเนกประสงค์ ศูนย์บริการสาธารณสุขเตาหลวง
6.กิจกรรมรวมพลังสร้างเสริมสุขภาพผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
6.1 กิจกรรมรวมพลังสร้างเสริมสุขภาพผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
- ดำเนินการจัดกิจกรรม วันที่ 19 สิงหาคม 2568
- มีจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 80 คน
- ประธานพิธีเปิดงาน รวมพลังสร้างเสริมสุขภาพผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ชมรมบานไม่รู้โรย
โดย นายกวันชัย ปริญญาศิริ นายกเทศมนตรีนครสงขลา ดำเนินการในการเปิดพิธี และร่วมเป็นเกียรติใน
การร่วมเล่นกีฬากับสมาชิกชมรมบานไม่รู้โรย
การเล่นกีฬาสำหรับสมาชิชมรมบานไม่รู้โรย ได้มีการเน้นการออกกำลังกายแบบผสมผสาน ทั้งเพิ่มความ
แข็งแรงของหัวใจและหลอดเลือด สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และฝึกการทรงตัว สิ่งสำคัญคือการออก
กำลังกายอย่างสม่ำเสมอ, ค่อยเป็นค่อยไป, และปรับให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
ประโยชน์ของการเล่นกีฬาสำหรับผู้สูงอายุ
- ช่วยเรื่องสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด การออกกำลังกาย เช่น การว่ายน้ำและขี่จักรยาน จะช่วยให้หัวใจแข็งแรงขึ้น ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด
- เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูก กีฬาบางชนิด เช่น การยกน้ำหนักเบา ๆ โยคะเก้าอี้ หรือรำไทชิ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและความหนาแน่นของกระดูก ซึ่งช่วยป้องกันภาวะกระดูกพรุนได้
- ปรับปรุงการทรงตัวและลดความเสี่ยงหกล้ม การฝึกการทรงตัวเป็นประจำ เช่น การรำไทชิ หรือการเดินด้วยปลายเท้าและส้นเท้า ช่วยลดโอกาสในการหกล้ม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการบาดเจ็บในผู้สูงอายุ
- รักษาสุขภาพจิต การเล่นกีฬาช่วยกระตุ้นการหลั่งสารเอนดอร์ฟิน ซึ่งทำให้อารมณ์ดี ลดความเครียดและอาการซึมเศร้าได้
- ส่งเสริมการเข้าสังคม การเข้าร่วมชมรมกีฬาหรือการเล่นกีฬาเป็นกลุ่มช่วยให้ผู้สูงอายุได้พบปะเพื่อนใหม่และไม่รู้สึกโดดเดี่ยว
กิจกรรมกีฬามหาสนุก ได้แก่
- เกมส์ปิดตาแต่งหน้า
- เกมส์ตีกอล์ฟเกษตร
- เกมส์นุ่งกางเกงรักษาไข่
- เกมส์สาลิกาป้อนเหยื่อ
- เกมส์โยนห่วง
- เกมส์โยนห่วง
- ณ อาคารอเนกประสงค์ ศูนย์บริการสาธารณสุขเตาหลวง
|
|
1.สมาชิกชมรมบานไม่รู้โรย ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน 100% (จากผลการตรวจสุขภาพประจำปี)
|
|
| กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นอกสถานที่ |
13 มี.ค. 2568 |
13 มี.ค. 2568 |
|
2.กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นอกสถานที่
2.1 ชมรมผู้สูงอายุวัดเขาแก้วเสริมสุขภาพ หมู่ 2 ต.เขารูปช้าง อ.เมืองสงขลา
|
|
2.กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นอกสถานที่
2.1 ชมรมผู้สูงอายุวัดเขาแก้วเสริมสุขภาพ หมู่ 2 ต.เขารูปช้าง อ.เมืองสงขลา
- ดำเนินการจัดกิจกรรมในวันที่ 13 กรกฎาคม 2568
- มีจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 80 คน
- ศึกษาเรียนรู้การดำเนินงานและการจัดกิจกรรมของชมรมผู้สูงอายุวัดเขาแก้วเสริมสุขภาพ
โดยมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นอกสถานที่ ร่วมกับชมรมผู้สูงอายุวัดเขาแก้วเสริมสุขภาพ ในเรื่องของด้านต่างๆ
ต่อไปนี้
1. ด้านจิตใจ: ช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวและว่างเปล่า ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกมีคุณค่าและมีกำลังใจในการใช้ชีวิต
2.ด้านร่างกาย: การเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีการเคลื่อนไหว ช่วยส่งเสริมสุขภาพกายให้แข็งแรงและกระฉับกระเฉง
"3 อ 2 ส" คือหลักการดูแลสุขภาพตามคำแนะนำของกรมอนามัย ประกอบด้วย 3 อ. คือ อาหาร
ออกกำลังกาย และอารมณ์ และ 2 ส. คือ การไม่สูบบุหรี่ และการไม่ดื่มสุรา
- อาหาร รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงรสหวาน มัน เค็มจัด และดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ
8 แก้ว
- ออกกำลังกาย ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน วันละ 30 นาที
- อารมณ์ ฝึกสมาธิ ผ่อนคลายความเครียด และจัดการกับอารมณ์ให้ดีอยู่เสมอ
- ไม่สูบบุหรี่ ลด ละ เลิก การสูบบุหรี่
- ไม่ดื่มสุรา หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
3.ด้านสังคม: สร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนวัยเดียวกันและคนต่างวัย ทำให้รู้สึกไม่ถูกทอดทิ้ง
4.ด้านสติปัญญา: การเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อย่างสม่ำเสมอช่วยฝึกสมองและป้องกันภาวะความจำเสื่อม
5.ด้านเศรษฐกิจ: ผู้สูงอายุบางส่วนสามารถนำความรู้และทักษะที่มีไปสร้างรายได้เสริมได้
- ณ อาคารอเนกประสงค์ ชมรมผู้สูงอายุวัดเขาแก้วเสริมสุขภาพ
|
|
| กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย (บาสโลฟ) |
13 มี.ค. 2568 |
13 มี.ค. 2568 |
|
กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย (บาสโลฟ)
- ดำเนินการจัดกิจกรรม วันที่ 11 มิถุนายน 2568
- มีจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 80 คน
|
|
3.กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย (บาสโลฟ)
3.1 กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย (บาสโลฟ)
- ดำเนินการจัดกิจกรรม วันที่ 11 มิถุนายน 2568
- มีจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 80 คน
- มีวิทยากร ให้ความรู้กิจกรรมการออกกำลังกายด้วยบาสโลฟ โดยอาจารย์ประภา ปัญญวรรณศิริ
เพื่อเป็นการเต้นรำอย่างสนุกสนาน การออกกำลังกายด้วยบาสโลฟ นิยมเต้นในงานสังคม เช่น งานแต่งงาน หรืองานเลี้ยงสังสรรค์ ท่าเต้นมีลักษณะเรียบง่ายและสนุกสนาน โดยผู้เต้นจะขยับเท้าสลับซ้ายขวาเป็นจังหวะตามเพลงเป็นแถวเดียวกัน นอกจากจะเป็นการเต้นเพื่อความสนุกสนานแล้ว บาสโลบยังถือเป็นการออกกำลังกายที่ดี โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ เพราะช่วยส่งเสริมการทรงตัว เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และทำให้จิตใจผ่อนคลาย
ลักษณะการเต้นบาสโลบ
การเคลื่อนไหว:
เต้นเป็นแถวหน้ากระดานหรือแถวตอน โดยขยับเท้าสลับซ้ายขวาและหมุนไปตามจังหวะเพลง
ความพร้อมเพรียง:
ผู้เต้นทุกคนจะเคลื่อนไหวเป็นจังหวะเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง
โอกาสที่นิยมเต้น:
งานเลี้ยงสังสรรค์ งานแต่งงาน หรืองานต้อนรับแขกสำคัญ
ประโยชน์ของการเต้นบาสโลบ
การทรงตัว:
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัวและลดความเสี่ยงในการล้ม
ความแข็งแรง:
ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย
สุขภาพใจ:
ช่วยให้จิตใจผ่อนคลายและสนุกสนาน
ระบบไหลเวียนเลือดและหายใจ:
การเต้นเป็นประจำช่วยส่งเสริมระบบหายใจและระบบไหลเวียนเลือดได้
- ณ อาคารอเนกประสงค์ ศูนย์บริการสาธารณสุขเตาหลวง
|
|
| กิจกรรมฝึกสมาธิ ส่งเสริมสุขภาพ |
13 มี.ค. 2568 |
13 มี.ค. 2568 |
|
ฝึกสมาธิ ส่งเสริมสุขภาพ
|
|
4.กิจกรรมฝึกสมาธิ ส่งเสริมสุขภาพ
4.1 กิจกรรมฝึกสมาธิ ส่งเสริมสุขภาพ
- ดำเนินการจัดกิจกรรม วันที่ 6 กรกฎาคม 2568
- มีจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 80 คน
- ทำพิธีถวายเทียนพรรษา ผ้าอาบน้ำฝน และเครื่องบริวาร ณ วัดแหลมพ้อ วัดเขาบ่อ วัดท้ายยอ วัดโคก
เปรี้ยว และวัดบางดาน การถวายเทียนพรรษาและผ้าอาบน้ำฝน เป็นการทำบุญที่สำคัญในวัน
เข้าพรรษา เพื่อให้พระสงฆ์ได้ใช้แสงสว่างในยามค่ำคืนและใช้สอยอุปกรณ์ต่างๆ ในช่วงจำพรรษา
3 เดือน ทั้งยังเชื่อว่าการทำบุญนี้จะส่งผลดีต่อผู้ถวายในด้านสติปัญญาและความเจริญรุ่งเรือง
- เทียนพรรษา
เพื่อให้แสงสว่างแก่พระภิกษุสงฆ์ในการทำวัตรสวดมนต์ในตอนเช้าและตอนค่ำ และเพื่อความเป็นสิริมงคล
- ผ้าอาบน้ำฝน
เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ใช้สอยในช่วงฤดูฝน
- ดำเนินการจัดกิจกรรมการฝึกสมาธิ ส่งเสริมสุขภาพ ณ วัดโคกเปรี้ยว การฝึกสมาธิส่งเสริมสุขภาพโดยมีผลดี
ต่อทั้งร่างกายและจิตใจ เช่น ช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล ทำให้มีสมาธิและความจำดีขึ้น รวมถึง
ส่งผลดีต่อสุขภาพกาย เช่น ลดอัตราการเต้นของหัวใจ ลดความดันโลหิต และอาจช่วยจัดการกับอาการปวด
เรื้อรังได้
ประโยชน์ต่อสุขภาพกาย
- ลดความเครียด
ช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียด เช่น คอร์ติซอล ทำให้ร่างกายตอบสนองต่อความเครียดได้ดีขึ้น
- ส่งผลดีต่อระบบหัวใจ
ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและลดความดันโลหิต
- ควบคุมการทำงานของร่างกาย
ช่วยให้ควบคุมการทำงานของร่างกายส่วนต่างๆ ได้ดีขึ้น และทำให้ระบบประสาทสมองทำงานเป็นระเบียบ
มากขึ้น
- ลดการอักเสบ
การทำสมาธิสามารถช่วยลดการอักเสบในร่างกายได้
ประโยชน์ต่อสุขภาพจิตใจ
- ลดความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า
ช่วยให้รู้สึกสงบ มีสติ และสมดุลทางอารมณ์มากขึ้น
- เพิ่มสมาธิ
ช่วยให้มีสมาธิดีขึ้นและสามารถจดจ่อกับสิ่งต่างๆ ได้นานขึ้น
- ส่งเสริมคุณภาพการนอนหลับ
การฝึกสมาธิเป็นประจำช่วยให้คุณภาพการนอนหลับดีขึ้น
- จัดการอารมณ์
ช่วยให้สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ดีขึ้น และแสดงออกอย่างระมัดระวังมากขึ้น
- เพิ่มความสุข
ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเอนดอร์ฟินส์ (Endorphins) หรือสารแห่งความสุขออกมาวิธีการเริ่มต้นฝึกสมาธิ
- หาที่เงียบสงบ
เลือกสถานที่ที่เงียบและปราศจากสิ่งรบกวน
- เริ่มจากช่วงสั้นๆ
เริ่มต้นด้วยการฝึกเพียง 5-10 นาทีต่อวัน
- นั่งหรือนอนในท่าที่สบาย
ไม่จำเป็นต้องนั่งขัดสมาธิ อาจนั่งบนเก้าอี้หรือนอนหงายก็ได้
- จดจ่อกับลมหายใจ
หายใจเข้าและออกอย่างสม่ำเสมอ และจดจ่อความรู้สึกไปที่ลมหายใจ
- สังเกตความคิดโดยไม่ตัดสิน
เมื่อมีความคิดอื่นผุดขึ้นมา ให้รับรู้และกลับมาจดจ่อที่ลมหายใจอีกครั้ง โดยไม่ตัดสินว่าความคิดนั้นดีหรือไม่ดี
- ณ ศาลาการปฏิบัติธรรม ณ วัดโคกเปรี้ยว
|
|
| กิจกรรม เมนูชูสุขภาพ ลดหวานมันเค็ม |
13 มี.ค. 2568 |
13 มี.ค. 2568 |
|
ดำเนินการจัดกิจกรรม เมนูชูสุขภาพ ลดหวานมันเค็ม (ขนมจากด้วยธัญพืช 3 สี) สมาชิกชมรมบานไม่รู้โรย
ร่วมจัดทำขนมจากด้วยธัญพืช 3 สี ประกอบด้วย ธัญพืช ดังนี้
|
|
5.กิจกรรม เมนูชูสุขภาพ ลดหวานมันเค็ม
5.1 กิจกรรม เมนูชูสุขภาพ ลดหวานมันเค็ม
- ดำเนินการจัดกิจกรรม วันที่ 9 กรกฎาคม 2568
- มีจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 80 คน
- ดำเนินการจัดกิจกรรม เมนูชูสุขภาพ ลดหวานมันเค็ม (ขนมจากด้วยธัญพืช 3 สี) สมาชิกชมรมบานไม่รู้โรย
ร่วมจัดทำขนมจากด้วยธัญพืช 3 สี ประกอบด้วย ธัญพืช ดังนี้
1. ข้าวโพด
มีสรรพคุณมากมาย เช่น ช่วยบำรุงสายตาจากสารลูทีนและซีแซนทิน, บำรุงระบบย่อยอาหารด้วยใยอาหารสูง ช่วยบำรุงสมองและระบบหมุนเวียนโลหิตจากวิตามินบี, และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความเสี่ยงโรค ต่างๆ นอกจากนี้ เกสรตัวเมียหรือไหมข้าวโพดก็มีสรรพคุณเป็นยาขับปัสสาวะ ช่วยลดความดันโลหิต และขับ น้ำดี
2. มะพร้าว
มีประโยชน์หลากหลาย เช่น ช่วยดับกระหายคลายร้อน ป้องกันภาวะขาดน้ำ และให้พลังงาน นอกจากนี้ยังมี สรรพคุณช่วยบำรุงผิวพรรณ ทำให้กระดูกแข็งแรง ปรับสมดุลฮอร์โมน และป้องกันโรคหัวใจได้
3. ข้าวไรซ์เบอร์รี่
เป็นข้าวสายพันธุ์ใหม่ที่ได้จากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่าง ข้าวเจ้าหอมนิล และ ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ทำให้มี เมล็ดเรียวยาวสีม่วงเข้ม และเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้รักสุขภาพเพราะอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์สูง
- ณ อาคารอเนกประสงค์ ศูนย์บริการสาธารณสุขเตาหลวง
|
|
| กิจกรรมรวมพลังสร้างเสริมสุขภาพผู้ป่วยโรคเรื้อรัง |
13 มี.ค. 2568 |
13 มี.ค. 2568 |
|
กิจกรรมรวมพลังสร้างเสริมสุขภาพผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
- ดำเนินการจัดกิจกรรม วันที่ 19 สิงหาคม 2568
|
|
6.กิจกรรมรวมพลังสร้างเสริมสุขภาพผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
6.1 กิจกรรมรวมพลังสร้างเสริมสุขภาพผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
- ดำเนินการจัดกิจกรรม วันที่ 19 สิงหาคม 2568
- มีจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 80 คน
- ประธานพิธีเปิดงาน รวมพลังสร้างเสริมสุขภาพผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ชมรมบานไม่รู้โรย
โดย นายกวันชัย ปริญญาศิริ นายกเทศมนตรีนครสงขลา ดำเนินการในการเปิดพิธี และร่วมเป็นเกียรติใน
การร่วมเล่นกีฬากับสมาชิกชมรมบานไม่รู้โรย
การเล่นกีฬาสำหรับสมาชิชมรมบานไม่รู้โรย ได้มีการเน้นการออกกำลังกายแบบผสมผสาน ทั้งเพิ่มความ
แข็งแรงของหัวใจและหลอดเลือด สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และฝึกการทรงตัว สิ่งสำคัญคือการออก
กำลังกายอย่างสม่ำเสมอ, ค่อยเป็นค่อยไป, และปรับให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
ประโยชน์ของการเล่นกีฬาสำหรับผู้สูงอายุ
- ช่วยเรื่องสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด การออกกำลังกาย เช่น การว่ายน้ำและขี่จักรยาน จะช่วยให้หัวใจแข็งแรงขึ้น ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด
- เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูก กีฬาบางชนิด เช่น การยกน้ำหนักเบา ๆ โยคะเก้าอี้ หรือรำไทชิ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและความหนาแน่นของกระดูก ซึ่งช่วยป้องกันภาวะกระดูกพรุนได้
- ปรับปรุงการทรงตัวและลดความเสี่ยงหกล้ม การฝึกการทรงตัวเป็นประจำ เช่น การรำไทชิ หรือการเดินด้วยปลายเท้าและส้นเท้า ช่วยลดโอกาสในการหกล้ม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการบาดเจ็บในผู้สูงอายุ
- รักษาสุขภาพจิต การเล่นกีฬาช่วยกระตุ้นการหลั่งสารเอนดอร์ฟิน ซึ่งทำให้อารมณ์ดี ลดความเครียดและอาการซึมเศร้าได้
- ส่งเสริมการเข้าสังคม การเข้าร่วมชมรมกีฬาหรือการเล่นกีฬาเป็นกลุ่มช่วยให้ผู้สูงอายุได้พบปะเพื่อนใหม่และไม่รู้สึกโดดเดี่ยว
กิจกรรมกีฬามหาสนุก ได้แก่
- เกมส์ปิดตาแต่งหน้า
- เกมส์ตีกอล์ฟเกษตร
- เกมส์นุ่งกางเกงรักษาไข่
- เกมส์สาลิกาป้อนเหยื่อ
- เกมส์โยนห่วง
- เกมส์โยนห่วง
- ณ อาคารอเนกประสงค์ ศูนย์บริการสาธารณสุขเตาหลวง
|
|