กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

แบบการติดตามประเมินผลการดำเนินกิจกรรมของโครงการ (Process Evaluation)

กิจกรรมระยะเวลาเป้าหมาย/วิธีการผลการดำเนินงานปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
ตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริง
อบรมให้ความรู้ด้านสุขภาพที่ถูกต้อง 16 พ.ค. 2568 16 พ.ค. 2568

 

1.สำรวจปัญหาและความต้องการด้านสุขภาพของนักเรียน           - สังเกตพฤติกรรม เช่น การล้างมือ, การแปรงฟัน, การกินอาหาร           - พูดคุยกับครูประจำชั้นหรือผู้ปกครอง 2.กำหนดหัวข้อการอบรมตามช่วงวัย         - อนุบาล : การล้างมือ 7 ขั้นตอน, การกินอาหารให้ครบ 5 หมู่, การไอ-จามอย่างถูกวิธี         - ป.1-ป.4 : สุขอนามัยส่วนบุคคล, การดูแลฟัน, การเลือกอาหารที่มีประโยชน์, การออกกำลังกายเบื้องต้น โดยใช้สื่อภาพ / นิทาน / เพลง / การ์ตูน / เกมทายภาพ และสาธิตจริง → ให้นักเรียนลงมือปฏิบัติ เช่น ล้างมือ, แปรงฟัน, การออกกำลังด้วยแอโรบิค 4.แบ่งฐานกิจกรรม
o ฐานที่ 1 : ล้างมือ 7 ขั้นตอน (มีเจลเรืองแสง/กล่องแสงเช็กความสะอาด) o ฐานที่ 2 : แปรงฟันถูกวิธี (ใช้แบบจำลองฟัน) o ฐานที่ 3 : การออกกำลังกายพื้นฐาน

 

1.นักเรียนกว่า 90% สามารถล้างมือและแปรงฟันตามขั้นตอนได้ถูกต้องมากขึ้น จากเดิมที่ทำเพียงผ่าน ๆ โดยไม่รู้ขั้นตอนที่ถูกต้อง 2.นักเรียนเริ่มเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น เช่น ขอเติมผักหรือผลไม้เพิ่มในมื้อกลางวัน และลดการซื้อน้ำอัดลม/ขนมหวาน 3.นักเรียนกล้าแสดงออกและมีวินัยด้านสุขอนามัยมากขึ้น เช่น เตือนเพื่อนให้ล้างมือก่อนกินข้าว หรือใช้ทิชชู่ปิดปากเวลาไอ-จาม

 

การอบรมให้ความรู้เรื่องพิษภัยยาเสพติดและโทษของยาเสพติด 16 พ.ค. 2568 16 พ.ค. 2568

 

1.วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายและกำหนดหัวข้อให้เหมาะสมตามวัย โดย - ป.1–ป.3 : รู้จัก “สิ่งดี–สิ่งไม่ดีต่อร่างกาย”, แยกแยะ ยาเป็น (ยารักษาโรค) กับ ยาเสพติด - ป.4–ป.6 : รู้จักประเภทของยาเสพติด, วิธีปฏิเสธเมื่อมีคนชวน - ม.1–ม.3 : โทษทางกฎหมาย, ผลกระทบทางร่างกาย จิตใจ ครอบครัว และอนาคต 2.เชิญวิทยากร จัดกิจกรรมอบรม เรื่องพิษภัยและโทษของยาเสพติดให้เข้าใจง่าย โดยใช้ภาพโปสเตอร์/ สื่อการ์ตูน / คลิปวิดีโอจริง
3.กิจกรรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมโดยให้นักเรียนร่วมเกมตอบคำถาม “ใช่หรือไม่ใช่ยาเสพติด” และทำโปสเตอร์รณรงค์ “โรงเรียนปลอดยาเสพติด” และร่วมเดินรณรงค์

 

1.นักเรียน 95% สามารถบอกชื่อยาเสพติดที่พบบ่อยได้อย่างน้อย 3 ชนิด เช่น ยาบ้า, กัญชา, บุหรี่ไฟฟ้า 2.นักเรียนเข้าใจชัดเจนว่ายาเสพติดแตกต่างจากยารักษาโรคอย่างไร ไม่สับสนเวลาเห็นคนพูดถึง “ยา” 3.นักเรียนส่วนใหญ่สามารถปฏิเสธเมื่อถูกชักชวนได้อย่างมั่นใจ โดยการแสดงบทบาทสมมติ “เพื่อนชวนลอง” 4. เกิดการรณรงค์ภายในห้องเรียน/โรงเรียน เช่น ติดป้าย, วาดโปสเตอร์, เปลี่ยนทัศนคติว่า “ยาเสพติดไม่ใช่ของเท่ แต่คือภัยร้าย”

 

กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพเด็กด้วยการออกกำลังกายและเล่นกีฬาอย่างถูกวิธี 16 พ.ค. 2568 16 พ.ค. 2568

 

  1. สำรวจพฤติกรรมการออกกำลังกายของนักเรียน

- ใช้สอบถามคำถามง่าย ๆ หรือให้เด็กตอบด้วยการยกมือว่า “ออกกำลังกายสัปดาห์ละกี่ครั้ง” - ตรวจสอบสภาพร่างกายเบื้องต้น เช่น น้ำหนัก ส่วนสูง ท่าเดิน-ท่ายืน 2. ให้ความรู้พื้นฐานเรื่องประโยชน์ของการออกกำลังกาย - อธิบายแบบเข้าใจง่าย เช่น “ออกกำลังกายแล้วหัวใจแข็งแรง เรียนรู้ดีขึ้น หลับง่าย” - ใช้รูปภาพ/คลิปวิดีโอตัวอย่างกีฬาให้เด็กเห็นภาพ 3. สอนการวอร์มอัพ – ออกกำลังกาย – คูลดาวน์อย่างถูกวิธี - ครูหรือวิทยากรสาธิตทีละขั้น เช่น ยืดเหยียด 5 ท่า, กระโดดตบ, วิ่งเหยาะ ๆ - แบ่งเด็กทำตามแบบกลุ่มเล็ก เพื่อดูแลได้ทั่วถึง 4. จัดฐานกิจกรรมกีฬาให้เหมาะสมตามช่วงวัย - ป.1–ป.3 : เกมพื้นฐาน เช่น วิ่งผลัด, เตะบอลผ่านกรวย, โยนบอลเข้าเป้า - ป.4–ป.6 : กีฬาง่าย เช่น วิ่ง 30 เมตร, กระโดดเชือก, เปตอง, แชร์บอล - ม.1–ม.3 : กีฬาแข่งขัน เช่น ฟุตบอล, วอลเลย์บอล, แบดมินตัน หรือกีฬาที่เด็กเลือกเอง

 

  1. นักเรียนกว่า 90% สามารถวอร์มอัพและคูลดาวน์ได้อย่างถูกต้องก่อนและหลังออกกำลังกาย
  2. นักเรียนมีความกล้าแสดงออกและทำงานร่วมกับเพื่อนได้ดีขึ้น ผ่านกิจกรรมแบบทีม
  3. จำนวนนักเรียนที่ออกกำลังกายนอกเวลาเรียนเพิ่มขึ้น เช่น วิ่งเล่นหลังเลิกเรียน หรือชวนครอบครัวออกกำลังกายด้วย
  4. นักเรียนรู้จักเลือกกีฬาและท่าออกกำลังกายที่เหมาะสมกับตนเอง ไม่ฝืนจนบาดเจ็บ และรู้วิธีดูแลตัวเองหลังเล่นกีฬา