โครงการใส่ใจบุตรหลาน เสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคในยุคดิจิตอล
โครงการใส่ใจบุตรหลาน เสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคในยุคดิจิตอล
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการใส่ใจบุตรหลาน เสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคในยุคดิจิตอล | |
| รหัสโครงการ | 68-L3066-01-12 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านตันหยงเปาว์ | |
| วันที่อนุมัติ | 26 ธันวาคม 2567 | |
| ปี | 2568 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มิถุนายน 2568 - 30 กันยายน 2568 | |
| งบประมาณ | 24,890.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายสุทัศน์ อัตถเจริญสุข | |
| พื้นที่ดำเนินการ | พื้นที่ ตำบลท่ากำชำ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี |
กระทรวงสาธารณสุขใช้การสร้างภูมิคุ้มกันเป็นกลวิธีและหลักสำคัญในการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อได้ด้วยวัคซีน โดยบรรจุไว้ใต้แผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มโรคมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยการให้วัคซีนแก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายด้วยการผสมผสานเข้ากับการบริการสาธารณสุขตามระบบปกติโรคติดต่อที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนเป็นโรคที่ค่อยๆ หายไปจากประเทศไทยเนื่องจากความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคม และการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนของระบบสาธารณสุข มากยิ่งขึ้น โดยความสำเร็จของวัคซีนในการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนนั้นขึ้นกับองค์ประกอบสำคัญ ๒ ประการ คือ ความครอบคลุมของการได้รับวัคซีน (Vaccine coverage) สูง และประสิทธิผลของวัคซีน (vaccine effectiveness) ดี อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาโรคติดต่อที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนค่อนข้างสูงตั้งแต่ก่อนเริ่มมีเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่
จากสถานการณ์ข้อมูลผลการปฏิบัติงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ในเด็กก่อนวัยเรียนอายุ ๐-๕ ปี ในพื้นที่หมู่ 3 ,หมู่ 4 และหมู่ 5 ตำบลท่ากำชำ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ซึ่งอยู่ในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านตันหยงเปาว์ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2563 - 2567 พบว่า ร้อยละความครอบคลุมของเด็กอายุครบ 1 - 5 ปี ได้รับวัคซีนพื้นฐานไม่ครอบคลุมตามเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดไว้ คือ (เกณฑ์ร้อยละ 90)
จากการวิเคราะห์ข้อมูลปัญหาในพื้นที่พบว่า อัตราความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนในเด็กอายุ 0-5 ปี ยังต่ำกว่าเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขได้วางไว้ สาเหตุมาจากผู้ปกครองเด็ก/ผู้ดูแลเด็กขาดความรู้ ทัศนคติในการนำบุตรหลานมารับบริการฉีดวัคซีน ,หลังจากฉีดวัคซีนแล้วกลัวลูกไม่สบาย ,พ่อแม่ทำงานนอกพื้นที่ทำให้ปู่ย่าตายายต้องเลี้ยงดูลูกหลานพอถึงช่วงนัดฉีดวัคซีนต้องได้รับอนุญาติจากผู้ปกครองเด็กก่อน บางครอบครัวพ่อแม่ต้องพาลูกไปที่ทำงาน ทำให้ขาดการนัดฉีดวัคซีน การติดตามของเจ้าหน้าที่ รพ.สต.และ อสม.ติดตามยังไม่ต่อเนื่อง ติดตามเยี่ยมบ้านไม่พบผู้ปกครองเด็ก/ไม่อยู่บ้าน/เบอร์โทรติดต่อไม่ได้บ้าง สามีไม่ให้ฉีดบ้าง ฉีดแล้วกลัวลูกเดินไม่ได้บ้าง และเด็กเล็กอายุ 3-6 ปีพ่อแม่ส่งไปเรียนที่อื่นนอกพื้นที่ทำให้การติดตามไม่ต่อเนื่อง หากจะพาลูกมาฉีดวัคซีนที่ รพ.สต.ส่งผลทำให้เด็กต้องหยุดเรียน หลังจากผ่านสถานการณ์ช่วงโควิดที่ผ่านมาทำให้ผู้ปกครองเด็กมีความวิตกกังวลผลข้างเคียงของวัคซีน เป็นต้น ซึ่งปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินงานในเชิงรุกส่งผลทำให้การดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค มีความครอบคลุมไม่บรรลุตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาแก้ไขอย่างเร่งด่วน หากไม่มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมอาจส่งผลให้เกิดโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน ซึ่งเป็นโรคติดต่อร้ายแรงมากยิ่งขึ้น
ดังนั้นทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านตันหยงเปาว์ ได้เล็งเห็นความสำคัญจึงจัดทำโครงการใส่ใจบุตรหลาน เสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคในยุคดิจิตอล ตำบลท่ากำชำ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ปีงบประมาณ ๒๕๖8ในการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคให้กับเด็กก่อนวัยเรียนอายุ ๐-๕ ปี เพื่อนำไปสู่การเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ สุขภาพดี เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าของประเทศชาติต่อไปในอนาคต
- เพื่อให้ผู้ปกครองมีความรู้เรื่องวัคซีน อาการข้างเคียง และการดูแลหลังได้รับวัคซีน
- เพื่อให้ผู้ปกครองเห็นความสำคัญของการได้รับวัคซีนตามเกณฑ์
- ประชุมชี้แจงโครงการและแนวทางการดำเนินการแก่เจ้าหน้าที่ และแกนนำ อสม.
- ให้ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมาย ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็กกลุ่มเป้าหมาย 0-5 ปี เรื่องส่งเสริมการฉีดวัคซีนตามช่วงอายุ ประเมินภาวะซีดในเด็ก ประเมินพัฒนาการเด็ก ตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน
๑. ผู้ปกครองมีความรู้ ความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการได้รับวัคซีนมากขึ้น
๒. ผู้ปกครองพาบุตรหลานมารับวัคซีนตามเกณฑ์เพิ่มขึ้น
๓. เด็กอายุ ๐-๕ ปี ได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคครบตามเกณฑ์อายุ
๔. ไม่เกิดโรคติดต่อที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน