โครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก เพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนด ตำบลบูกิต ประจำปี 2568
โครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก เพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนด ตำบลบูกิต ประจำปี 2568
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก เพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนด ตำบลบูกิต ประจำปี 2568 | |
| รหัสโครงการ | L2479-01-68-20 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม อบต.บูกิต | |
| วันที่อนุมัติ | 1 กันยายน 2568 | |
| ปี | 2568 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 กันยายน 2568 - 30 กันยายน 2568 | |
| งบประมาณ | 92,610.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางปารีดะ แก้วกรด | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลบูกิต อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส |
- ร้อยละของหญิงตั้งครรภ์ ที่ฝากครรภ์ก่อน 12 สัปดาห์ ขนาด 216.00
- ร้อยละของหญิงฝากครรภ์ที่สามารถฝากครรภ์ครบ 5 ครั้ง ขนาด 216.00
- ร้อยละของหญิงคลอด ที่ได้รับการตรวจและเยี่ยมหลังคลอด ขนาด 216.00
การตั้งครรภ์เป็นระยะพัฒนาการที่สำคัญของครอบครัว การตั้งครรภ์ทำให้ร่างกายมีการปรับตัวอย่างมากกับการเปลี่ยนแปลงของระบบต่างๆ ของร่างกายที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างสลับซับซ้อนสัมพันธ์กับปัจจัยต่างๆ เช่น สภาพแวดล้อม เพื่อเตรียมสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์และเตรียมความพร้อมสำหรับการคลอด นอกจากนี้หญิงตั้งครรภ์ยังต้องปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงทางจิตสังคมและที่สำคัญครอบครัวต้องมีส่วนส่วนร่วมในการปรับตัวและการดูแลหญิงตั้งครรภ์ในขณะตั้งครรภ์ ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญคือลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย โดยที่กลวิธีที่จะบรรลุเป้าหมายนั้น ได้แก่ การให้ความรู้แก่หญิงตั้งครรภ์และครอบครัวเกี่ยวกับการดูแลขณะตั้งครรภ์ ขณะเจ็บครรภ์คลอดและหลังคลอด การฝากครรภ์การบริโภค การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การออกกำลังกายและการพักผ่อนเพื่อผ่อนคลายการฝากครรภ์เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการพัฒนาคุณภาพประชากร เริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์เพื่อให้การตั้งครรภ์และการคลอดเป็นไปด้วยความราบรื่น มารดาและทารกปลอดภัย ปราศจากภาวะแทรกซ้อนและมีสุขภาพดี ปัญหาด้านสุขภาพที่พบบ่อยในหญิงตั้งครรภ์ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อแม่และทารกในครรภ์ได้แก่ ภาวะโลหิตจางอย่างรุนแรง ความดันโลหิตสูงระหว่างตั้งครรภ์ การติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ หรือทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อย สตรีตั้งครรภ์จึงควรได้รับการประเมินภาวะเสี่ยง และได้รับการดูแลตามระบบการดูแลสตรีตั้งครรภ์ การนัดตรวจ การคัดกรองปัญหาสุขภาพที่ส่งผลเสียต่อการตั้งครรภ์ทุกครั้งที่มาฝากครรภ์ ให้การรักษาให้การแนะนำ ให้ตระหนักและเฝ้าระวังปัญหาฉุกเฉินระหว่างตั้งครรภ์ ในปีงบประมาณ 2567 มีจำนวนหญิงตั้งครรภ์ จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบูกิต จำนวน 76 คน, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านไอสะเตีย จำนวน 78 คน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านปีแนมูดอ จำนวน 62 คน รวมทั้งตำบลบูกิต จำนวน 216 คน (ข้อมูลจาก คลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ(HDC) วันที่ประมวลผล : 15 พฤศจิกายน 2567)ตำบลบูกิตยังมีปัญหาหลายอย่างที่ต้องได้รับการแก้ไข เช่น พฤติกรรมการดูแลด้านสุขภาพที่ไม่ถูกต้องของหญิงตั้งครรภ์ สามี ญาติ ในขณะตั้งครรภ์การฝากครรภ์ไม่ครบ 5 ครั้งตามเกณฑ์คุณภาพ หญิงตั้งครรภ์มารับการฝากครรภ์ครั้งแรกเมื่ออายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์ และแม่ตั้งครรภ์อายุน้อยกว่า 20 ปี ปัญหาเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อสุขภาพทั้งทางกายและจิตใจ ของมารดาที่ตั้งครรภ์ ส่งผลให้มารดาที่ตั้งครรภ์เจ็บป่วยและคลอดก่อนกำหนด ทารกที่คลอดมีสุขภาพไม่แข็งแรง และมีน้ำหนักแรกเกิดน้อยกว่า 2,500 กรัม ซึ่งสาเหตุเกิดอาจเกิดจากหญิงตั้งครรภ์มีภาวะซีด หญิงตั้งครรภ์ดูแลตนเองในเรื่องโภชนาการอาหารไม่ดีนักในขณะตั้งครรภ์ หรือมีปัญหาทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม ซึ่งมีสาเหตุมาจากการคลอดก่อนกำหนด การมีภาวะทุพโภชนาการของมารดา และปัญหาหญิงตั้งครรภ์มีภาวะเสี่ยง ซึ่งมีสาเหตุมาจากการแต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อยและไม่ได้คุมกำเนิดและปัญหาการฝากครรภ์ครั้งแรกเมื่ออายุครรภ์ มากกว่า 12 สัปดาห์ และการฝากครรภ์ไม่ครบ 5 ครั้งตามเกณฑ์ จากสภาพปัญหาการดำเนินงานจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและการมีส่วนร่วมดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหา ประกอบกับ คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ในฐานะคณะกรรมการอำนวยการโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกเพื่อครอบครัวไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมงกุฎราชกุมาร ได้ดำเนินโครงกาสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก เพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนด เพื่อลดอุบัติการณ์การคลอดก่อนกำหนด จึงให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รับทราบนโยบายและซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติของกระทรวงมหาดไทยเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินโครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก เพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนด โดยองค์การบริหารส่วนตำบลบูกิตมีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึง (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ตามมาตรา 67 (6) และพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 หมวด 2 มาตรา 16 (10) และ (19) องค์การบริหารส่วนตำบลบูกิต ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ จึงได้จัดโครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก เพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนด ประจำปี 2568 ขึ้น เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในหญิงตั้งครรภ์ และให้ทารกที่คลอดมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง มีการเจริญเติบโตของสมองและร่างกายเหมาะสมตามวัย เติบโตเป็น ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า และเป็นอนาคตที่สำคัญของประเทศชาติต่อไป
- เพื่อให้แกนนำสุขภาพมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องการส่งเสริมสุขภาพหญิงตั้งครรภ์เพื่อป้องกันภาวะคลอดก่อนกำหนด
- เพื่อลดอัตราการคลอดก่อนกำหนดในเขตตำบลบูกิต
- เพื่อให้หญิงวัยเจริญพันธ์มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลตนเองก่อนการตั้งครรภ์
- เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการค้นหาหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดให้ได้รับการวางแผนการดูแลรายบุคคลด้วยกิจกรรมบริการทางการแพทย์ การให้ความรู้ และการติดตามอย่างต่อเนื่อง
- เพื่อส่งเสริมให้หญิงตั้งครรภ์มาฝากครรภ์ก่อนอายุครรภ์ 12 สัปดาห์
- เพื่อส่งเสริมหญิงตั้งครรภ์ฝากครรภ์ครบ 5 ครั้ง
- ประชาสัมพันธ์โครงการการลดภาวะคลอดก่อนกำหนด
- แกนนำสุขภาพติดตามเสริมพลัง สร้างสุขภาพป้องกันการคลอดก่อนกำหนดและเข้าสู่ระบบบริการด้านสาธารณสุขอย่างมีคุณภาพ
- แกนนำสุขภาพติดตามเสริมพลัง เยี่ยมหลังคลอด
- ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุกเพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนด อบต.บูกิต
- อบรมให้ความรู้เพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนดให้แก่หญิงตั้งครรภ์ ในเขตโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบูกิต
- อบรมให้ความรู้เพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนดให้แก่ หญิงตั้งครรภ์ในเขตโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านไอสะเตีย
- อบรมให้ความรู้เพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนดให้แก่ หญิงตั้งครรภ์ในเขตโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านปีแนมูดอ
- กรรมการขับเคลื่อนโครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุกเพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนด ระดับท้องถิ่น
- หญิงตั้งครรภ์ ฝากครรภ์ก่อน 12 สัปดาห์
- หญิงฝากครรภ์ ที่สามารถฝากครรภ์ครบ 5 ครั้ง
- หญิงคลอดที่ได้รับการตรวจและเยี่ยมหลังคลอด
- แกนนำสุขภาพที่เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องการส่งเสริมสุขภาพหญิงตั้งครรภ์เพื่อป้องกันภาวะคลอดก่อนกำหนด
- หญิงตั้งครรภ์และสามี มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแล ตนเองในขณะตั้งครรภ์ได้อย่างถูกต้องมีประสิทธิภาพและเกิดความผูกพันในครอบครัวมากขึ้น
- หญิงตั้งครรภ์และทารกมีความปลอดภัย