กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
รหัสโครงการ 2568-L3328-1-05
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอตะโหมด
วันที่อนุมัติ 9 มิถุนายน 2568
ปี 2568
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 25 มิถุนายน 2568 - 30 กันยายน 2568
งบประมาณ 17,511.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายพิลือ เขียวแก้ว
พื้นที่ดำเนินการ สาธารณสุขอำเภอตะโหมด
ประเด็น
แผนงานสิ่งเสพติด
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ)       “ยาเสพติด” เป็นปัญหาสำคัญระดับชาติที่รัฐบาลถือเป็นนโยบายที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง
    ทั้งนี้เพราะปัญหายาเสพติดที่มีการระบาดในทุกพื้นที่ของประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งด้านการเมืองและความมั่นคงของประเทศ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงมีความห่วงใยต่อประชาชนชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เป็นกลุ่มขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังถือเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการติดยาเสพติดสูง เนื่องจากเป็นวัยที่ต้องการเรียนรู้ในสิ่งต่างๆ แต่ยังขาดวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่ดีพอ รวมทั้งต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกายและจิตใจ จึงทรงพระกรุณาธิคุณ รับเป็นองค์ประธานโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งปัจจุบันได้ใช้ชื่อเพื่อให้ง่ายต่อการรณรงค์ ว่า โครงการ TO BE NUMBER ONE ในการนี้เพื่อให้เด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลเขาหัวช้าง อำเภอตะโหมดห่างไกลจากยาเสพติด
    จึงได้น้อมนำโครงการ TO BE NUMBER ONE ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี
    มาดำเนินงานโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE ส่งเสริมให้เยาวชน
    กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออกในเชิงสร้างสรรค์ มีคุณธรรมจริยธรรม ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคม ครอบครัว และพัฒนาตนเอง ในการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด มีทักษะในการดำเนินชีวิตพร้อมเป็นบุคคลต้นแบบในการขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ให้ปรากฏเป็นรูปธรรมตามโครงการพระราชดำริ พร้อมขยายเครือข่ายสู่ชุมชนอื่นๆ ส่งผลให้เยาวชนในสังคม ห่างไกลยาเสพติด ตามคำขวัญของ โครงการที่ว่า “เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด”     ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE
    ของอำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง มีรูปแบบการดำเนินงานในหมู่บ้าน/ชุมชน สถานศึกษา และสถานประกอบการ
    ที่เหมาะสมสำหรับการป้องกันและแก้ไขปัญหาพฤติกรรมของเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการส่งเสริม/สนับสนุนให้ชมรม TO BE NUMBER ONE มีการจัดกิจกรรมพัฒนาพฤติกรรมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
    เป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอตะโหมด จึงได้จัดทำโครงการรณรงค์ป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อให้สมาชิก TO BE NUMBER ONE เกิดค่านิยม "เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด"
  2. เพื่อให้สมาชิกมีความรู้ ทัศนคติ และทักษะในการป้องกันตนเองจากยาเสพติด ที่ปลอดภัยจากยาเสพติด
  3. เพื่อให้ส่งเสริมการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการทุกภาคส่วน
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. 1- จัดอบรมให้ความรู้ แก่กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 1 รุ่น กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย นักเรียนโรงเรียน บ้านควนอินนอโม และโรงเรียนมุสลิมวิทยา รวมทั้ง ประชาชนทั่วไป จำนวน 60 คน โดยมีกิจกรรมดังนี้ 1.จัดทำแบบสอบถาม เรื่อง “ความรู้ ทัศนคติ และทักษะในการป้องกั
วิธีดำเนินการ

1.ประชุมคณะกรรมการเพื่อวางแผนการดำเนินงาน   2.จัดทำโครงการเสนอกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลเขาหัวช้าง   3.ประชุมคณะกรรมการเพื่อมอบหมายภารกิจ   4.ดำเนินการจัดกิจกรรมโครงการตามกำหนด กลวิธีในการจัดกิจกรรม มีดังนี้
1. สํารวจเด็กและเยาวชนอายุ 6 – 24 ปี และประชาชนอายุ 25 - 80 ปี ในหมู่บ้าน
2. ประชาสัมพันธ์เชิญชวนกลุ่มเยาวชนและประชาชนทั่วไป เข้าร่วมโครงการ 3. เปิดรับสมัครสมาชิกใหม่ และจัดทำทะเบียนสมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE ให้เป็นปัจจุบัน 4. แต่งตั้งคณะกรรมการชมรม TO BE NUMBER ONE
5. จัดอบรมให้ความรู้เรื่องป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามแนวทางโครงการ TO BE NUMBER ONE     6.เก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถามเพื่อสรุปและประเมินผลโครงการ     7.รายงานผลการดำเนินโครงการให้ผู้บริหารทราบ

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. มีเป็นแกนนำในการป้องกันและต่อต้านการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน
  2. กลุ่มเยาวชนและประชาชนทั่วไป มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษของยาเสพติด เป็นการสร้างภูมิคุ้มกัน ไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด
  3. เกิดความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่ายในการดำเนินงานด้านการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดระดับตำบล