โครงการสถานีสุขภาพดิจิทัล Digital Health Station บ้านพระพุทธ ประจำปี 2568
โครงการสถานีสุขภาพดิจิทัล Digital Health Station บ้านพระพุทธ ประจำปี 2568
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการสถานีสุขภาพดิจิทัล Digital Health Station บ้านพระพุทธ ประจำปี 2568 | |
| รหัสโครงการ | 68 - L8287 - 2 - 15 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | คณะกรรมการหมู่บ้านพระพุทธ | |
| วันที่อนุมัติ | 19 มิถุนายน 2568 | |
| ปี | 2568 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 10 เมษายน 2568 - 30 กันยายน 2568 | |
| งบประมาณ | 15,895.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายเจริญ เตะหมัดหมะ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลเทพา อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา |
โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ยังคงเป็นปัญหาสำคัญระดับโลก และเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของการเสียชีวิตของคนไทย โดยเขตสุขภาพที่ 12 พบผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดหัวใจ ปี 2568 กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายให้ทุกจังหวัดจัดตั้งสถานีสุขภาพ (Health Station) ในชุมชน บูรณาการระบบบริการที่เชื่อมโยงโดยใช้กลไก 3 หมอ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงความรู้ในการดูแลสุขภาพ และสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพเบื้องต้นได้สะดวกและรวดเร็ว โดยมีอสม.เป็นหมอคนที่ 1 เข้ามา มีส่วนร่วมดูแลคนในชุมชน คัดกรองสุขภาพเบื้องต้น อาทิ ชั่งน้ำหนัก วัดความดัน เจาะน้ำตาลในเลือด โดยเริ่มแรก อสม.จะเป็นผู้ให้บริการและลงบันทึกผลการตรวจสุขภาพผ่านแอพ Smart อสม. ซึ่งข้อมูลจะส่งต่อไปยังหมอคนที่ 2 ทันที โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในหน่วยบริการปฐมภูมิจัดการข้อมูลผ่านระบบรายงาน หากพบว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงจะนำเข้าสู่กระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในชุมชน โดยทำงานร่วมกับหน่วยบริการปฐมภูมิ สำหรับกลุ่มที่สงสัยป่วยจะมีการกำกับติดตาม และส่งต่อแพทย์ เป็นหมอคนที่ 3เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยโดยเร็ว เมื่อประชาชนได้ใช้บริการเป็นประจำก็จะเริ่มเรียนรู้และเข้าใจ จนสามารถตรวจสุขภาพตัวเองได้ จากข้อมูลคลินิกเวชปฏิบัติครอบครัวศูนย์ 2 โรงพยาบาลเทพา ในปี 2567 ประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไป ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 1,454 คน ผลการคัดกรอง ปกติ 1,253 คน คิดเป็นร้อยละ 86.06 เสี่ยง 136 คน คิดเป็นร้อยละ 9.34 สงสัยป่วย 57 คน คิดเป็นร้อยละ 3.91 คน และกลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน จำนวน 1,741 คน ผลการคัดกรอง ปกติ 1,650 คน คิดเป็นร้อยละ 95.16 เสี่ยง 76 คน คิดเป็นร้อยละ 4.38 สงสัยป่วย 8 คน ร้อยละ 0.46 คน พบว่ากลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยค่อนข้างสูงมาก ในปัจจุบันพบว่ากลุ่มเสี่ยงที่ขาดการติดตามดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง มีภาวะแทรกซ้อนโรคไม่ติดต่อเรื้อรั้งเกิดขึ้น ดังนั้นคณะกรรมการหมู่บ้านพระพุทธได้ตระหนักว่าสุขภาพอนามัยของประชาชนเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาหมู่บ้าน จึงได้จัดทำโครงการสถานีสุขภาพดิจิทัล Digital Health Station บ้านพระพุทธ เพื่อให้บริการตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้องต้นโดยมี อสม.เป็น ผู้ให้บริการประจำสถานีสุขภาพดิจิทัล Digital Health Station บ้านพระพุทธ ทุกสัปดาห์ในการเฝ้าระวังสุขภาพของประชาชน ณ สถานีสุขภาพสุขภาพดิจิทัล Digital Health Station บ้านพระพุทธ และมีเจ้าหน้าที่คลินิกเวชปฏิบัติครอบครัวศูนย์ 2 เป็นพี่เลี้ยงสนับสนุนองค์ความรู้และกำกับติดตามในการให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่เพื่อป้องกันโรค และสร้างเสริมสุขภาพให้แก่ประชาชนบ้านพระพุทธอย่างต่อเนื่อง
- เพื่อจัดตั้งจุดบริการตรวจเช็คสุขภาพด้วยตนเองในชุมชน
- เพื่อพัฒนาศักยกาพและเสริมสร้างองค์ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรังแก่ประชาชนแกนนำจำนวน 50 คน
- ประชาชนและแกนนำในหมู่บ้านที่ใช้บริการสถานีสุขภาพดิจิทัล Digital Health Station มีความรู้ในการดูแลตัวเองมากขึ้น
- ประชาชนในหมู่บ้านที่ใช้บริการสถานีสุขภาพดิจิทัล Digital Health Station สุขภาพดีขึ้น
- จัดหาสถานที่ตั้งสถานีสุขภาพดิจิทัล Digital Health Station หมู่ที่ 2 ตำบล เทพา อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา
- จัดหาวัสดุอุปกรณ์ จัดหาชุดเครื่องมือในการใช้บริการในจุดบริการ สถานีสุขภาพดิจิทัล Digital Health Station
- เพื่อพัฒนาศักยกาพและเสริมสร้างองค์ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรังแก่ประชาชนแกนนำ และประชาชนในพื้นที่ 3 ฐาน
- ให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ คัดกรองเบื้องต้นประกอบด้วย ดัชนีมวลกาย , รอบเอว , วัดระดับความดันโลหิต , คัดกรองปัจจัยเสี่ยง , การสูบบุหรี่, การดื่มสุรา และประเมินสุขภาพจิต ร่วมถึงการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด
- สรุปผลการดำเนินงานโครงการส่งให้กองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลเทพา
- ประชาชนทุกกลุ่มวัยในพื้นที่เข้าถึงบริการตรวจสุขภาพได้มากขึ้น สะดวกยิ่งขึ้น
- ประชาชนมีความพึงพอใจในการใช้บริการจุด สถานีสุขภาพ
- ประชาชนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ลดพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง