กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการชุมชนลดเค็ม ลดโรค ป้องกันโรคไตเสื่อม

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการชุมชนลดเค็ม ลดโรค ป้องกันโรคไตเสื่อม
รหัสโครงการ 68 - L8429 - 01 - 02
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลสิเกา จังหวัดตรัง
วันที่อนุมัติ 12 มิถุนายน 2568
ปี 2568
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 กรกฎาคม 2568 - 30 กันยายน 2568
งบประมาณ 14,100.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ ว่าที่ร้อยตรีหญิงกนกกาญจน์ ช่วงแก้ว
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลบ่อหิน อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง , แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

อุบัติการณ์โรคไตเรื้อรัง และโรคไตวายระยะสุดท้ายเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญและกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องรักษาต่อเนื่อง มีค่าใช้จ่ายด้านการรักษาสูงมากเมื่อเข้าสู่โรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ซึ่งจำเป็นต้องรักษาโดยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย ๒๕๐,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี หรือการล้างไตทางหน้าท้องแบบต่อเนื่อง ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย ๒๐๐,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี หรือการผ่าตัดปลูกถ่ายไตซึ่งขาดแคลนไต จากรายงานของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย (ปี ๒๕๕๖) พบผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้ายร้อยละ ๖๒.๕ ต่อประชากร ๑ ล้านคนต่อปี (๓,๙๙๘ ราย)          ปัจจุบันโรคไตวายเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทยสาเหตุการเกิดโรคไตวายส่วนใหญ่เกิดจากภาวะการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง (NCDs ) เช่นได้แก่โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงซึ่งอยู่ในกลุ่ม โรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือเรียกว่า“โรควิถีชีวิต”ปัจจุบัน โรคเหล่านี้มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยก็กำลังเผชิญกับปัญหานี้เช่นผลกระทบทำให้เกิดการเจ็บป่วย พิการ เสียชีวิต มี ภาระค่าใช้จ่ายทางด้านสุขภาพและการสูญเสียทางเศรษฐกิจตามมาอย่างมหาศาล สาเหตุหนึ่งอาจมาจากพฤติกรรม “กินเค็มมากเกินไป” ทำให้เกิดปัญหาความดันโลหิตสูงและโรคไตวายตามมาเป็นลำดับ ส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขในการดูแลรักษาโรคไตซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่มีมูลค่าที่สูงมาก
        จากข้อมูลการสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงและการบาดเจ็บของสำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค        ปี พ.ศ 2566 ในส่วนของการบริโภคเกลือ คนไทยส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจผิดว่า สิ่งที่ให้ความเค็มหรือเกลือโซเดียมมีอยู่ในเกลือหรือน้ำปลาเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมีเครื่องปรุงรส เช่น ซอส ผงปรุงรส ผงชูรส รวมไปถึงอาหารกึ่งสำเร็จรูปต่างๆ เช่น บะหมี่-โจ๊กกึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ขนมกรุบกรอบ ล้วนมีสารให้ความเค็ม (เกลือโซเดียม) เป็นส่วนประกอบ ล่าสุดพบคนไทยบริโภคเกลือโซเดียมเฉลี่ย 4,351.7 มิลลิกรัมต่อวันหรือกว่า 2 ช้อนชา เกินกว่าที่องค์การอนามัยโลกคือ 2,000 มิลลิกรัมหรือ 1 ช้อนชาต่อวัน กลุ่มอายุ 25-59 ปี เป็นกลุ่มอายุที่กินเค็มมากที่สุด โดยการบริโภคอาหารที่มีรสเค็มอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับ 2 ที่ทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง นำไปสู่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคไตเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และมีประชากรกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน เสี่ยงความดันโลหิตสูง และเสี่ยงโรคไตอีกจำนวนหนึ่งด้วย โดยส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่พึงประสงค์ จากการบริโภคอาหาร การขาดการออกกำลังกาย ไม่ปฏิบัติตนที่ถูกต้องตามพฤติกรรม 3 อ. 2 ส. (ออกกำลังกาย อาหาร อารมณ์ สุรา สูบบุหรี่) ทำให้มีภาวะอ้วนลงพุง ปัญหารอบเอวเกินและขาดการตรวจสุขภาพเพื่อคัดกรองโรคประจำปี จึงทำให้เกิดโรคต่างๆตามมา ส่งในทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร
        ข้อมูลจากโรงพยาบาลสิเกา ปี 2566 - 2568 พบผู้ป่วยเป็นโรคไตรายใหม่ของอำเภอสิเกา จำนวน 49 , 28 และ 8 รายตามลำดับ ในพื้นที่ตำบลบ่อหินพบผู้ป่วยเป็นโรคไตรายใหม่ จำนวน 2 ราย , 1 ราย และ    ไม่พบผู้ป่วย       ดังนั้นกลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลสิเกา จึงได้จัดทำโครงการชุมชนลดเค็ม ลดโรคป้องกันโรคไตเสื่อม ประจำปี 2568 ขึ้น

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงได้รับความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีโซเดียมสูง
  2. เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านอาหารมีความรู้ ลดเค็ม ลดโรค ป้องกันโรคไตเสื่อม
  3. ค้นหาชุมชนต้นแบบลดเค็ม ลดโรค ป้องกันโรคไตเสื่อม
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. กิจกรรมประชุมให้ความรู้ สร้างความตระหนักลดเค็ม ลดโรค ป้องกันโรคไตเสื่อม
  2. กิจกรรมร้านอาหารต้นแบบ ลดเค็ม ลดโรค ป้องกันโรคไตเสื่อม
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคไตได้
  2. ชุมชนต้นแบบลดเค็ม ลดโรค อย่างน้อย 1 ชุมชน