กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการยิ้มสดใส เด็กกูจิงฟันดี

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการยิ้มสดใส เด็กกูจิงฟันดี
รหัสโครงการ 68-L2503-02-22
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงเรียนบ้านกูจิงลือปะ
วันที่อนุมัติ 26 สิงหาคม 2568
ปี 2568
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 29 กันยายน 2568 - 29 กันยายน 2568
งบประมาณ 47,995.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ น.ส.นูรซูลา ดือราซอ
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลเฉลิม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส
ประเด็น
แผนงานสุรา , แผนงานอาหารและโภชนาการ
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

จากการสำรวจสภาวะช่องปากของเด็กนักเรียนตามระบบรายงานเฝ้าระวังและส่งเสริมทันตสุขภาพปีงบประมาณ 2566 พบว่า เด็กนักเรียนมีปัญหาคราบหินปูนและฟันถาวรผุ จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงสภาพของปัญหาทางทันตสุขภาพในนักเรียนที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน สาเหตุสำคัญของปัญหาเนื่องจากขาดการเอาใจใส่ดูแลช่องปากและฟัน ทั้งจากตัวนักเรียนเอง จากครอบครัว และทางโรงเรียนยังขาดการสนับสนุน ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งจะทำให้เกิดผลเสียต่อเด็ก เช่น เด็กขาดเรียน มีเวลาเรียนไม่พอ ทำให้สอบตกซ้ำชั้นได้ เมื่อพิจารณาถึงวิธีในการแก้ไขปัญหาทางทันตสุขภาพ พบว่า การส่งเสริมให้เด็กนักเรียนดูแลและทำความสะอาดช่องปากด้วยตนเอง โดยการแปรงฟันหลังอาหารกลางวัน การสอนทันตสุขศึกษาในโรงเรียน และการรับบริการทันตกรรม ซึ่งวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างทัศนคติที่ดีในการดูแลทันตสุขภาพของนักเรียน รวมทั้งยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกของการสร้างสุขภาพที่ดีในอนาคตด้วย เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวทางโรงเรียน จึงได้จัดทำโครงการยิ้มสดใส เด็กกูจิงฟันดี ขึ้นเพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้นักเรียนและชุมชน ได้ตระหนักถึงปัญหาและมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาทางทันตสุขภาพต่อไป

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อให้เด็กนักเรียนมีความรู้ทางทันตสุขภาพและสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน
  2. เพื่อลดอัตราการเกิดโรคในระบบช่องปากและฟันของนักเรียน
  3. เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาทางทันตสุขภาพและมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. กิจกรรมอบรมให้ความรู้ทางทันตสุขภาพให้กับนักเรียนและผู้ปกครอง
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ และพฤติกรรมที่ถูกต้องในการดูแลสุขภาพช่อปากและฟัน
  2. ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคในระบบช่องปากและฟันของนักเรียนในระยะยาว
  3. ครอบครัวและชุมชนเกิดความตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาทางทันตสุขภาพ และมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพเด็ก
  4. โรงเรียนมีรูปแบบกิจกรรมส่งเสริมทันตสุขภาพที่สามารถนำไปพัฒนาและต่อยอดเป็นกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง