กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

directions_run

โครงการส่งเสริมให้ความรู้ป้องกันบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติดในชุมชน หมู่ที่ 10 บ้านยะหอ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

กองทุนสุขภาพตำบล อบต.บองอ

โครงการส่งเสริมให้ความรู้ป้องกันบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติดในชุมชน หมู่ที่ 10 บ้านยะหอ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการส่งเสริมให้ความรู้ป้องกันบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติดในชุมชน หมู่ที่ 10 บ้านยะหอ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
รหัสโครงการ 68-L2506-02-018
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ เยาวชนบ้านยะหอ ม.10
วันที่อนุมัติ 9 กรกฎาคม 2568
ปี 2568
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 กรกฎาคม 2568 - 31 สิงหาคม 2568
งบประมาณ 32,550.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายมูฮำหมัดนัสรี จอแตะ
พื้นที่ดำเนินการ ม.10 บ้านยะหอ ตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส
ประเด็น
แผนงานยาสูบ , แผนงานสิ่งเสพติด
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

การใช้ยาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น ยังเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทย เป็นปัญหาที่สร้างความกังวลให้กับทุกคน เพราะไม่เพียงแต่ประเทศจะต้องสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นทรัพยากรอันมีค่าที่สุดของประเทศไปแล้ว ปัญหายาเสพติดยังนำมาซึ่งปัญหาอื่นอีกมากมาย ทั้งในแง่สังคมอย่าง เช่นการก่ออาชญากรรม ปล้น จี้ ฯลฯ เกิดปัญหาส่วนบุคคลในด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิต เช่น ปัญหาทางจิต ปัญหาด้านสุขภาพ ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลเองต้องสูญเสียเงินในการบำบัดอาการติดยา รักษาอาการติดยา ทั้งการเลิกยาไอซ์ เลิกยาบ้า เลิกกัญชา ฯลฯ สิ่งที่น่าวิตกกังวลคือวัยรุ่นที่ใช้สารเสพติดนั้นมีแนวโน้มที่จะอายุน้อยลงเรื่อยๆ มีการใช้สารเสพติดเพิ่มขึ้นในกลุ่มอายุ 12 – 19 ปี และในปี 2562 มีการสำรวจพบว่าเด็กและเยาวชนหรือวัยรุ่นใช้สารเสพติดเป็นจำนวนร้อยละ 3.72การติดยาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่นจะเริ่มจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ ก่อนจะนำไปสู่สารเสพติดชนิดอื่นๆที่มีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ที่น่าวิตกยิ่งไปกว่านั้นคือในกลุ่มเด็กและเยาวชนหรือวัยรุ่น มีการใช้สารเสพติดร่วมกันมากกว่าหนึ่งชนิด และยังมีการใช้สารอื่นๆมาผสมเพื่อให้ออกฤทธิ์คล้ายสารเสพติดประกอบกับการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยถือว่าเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พ.ศ. 2565 พบว่า มีผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่า จากเดิมในปี 2564 มีผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าอยู่ประมาณ 78,742 คน แต่ในปี 2565 มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 709,677 คน โดยในกลุ่มเด็กและเยาวชนอายุ 15 - 24 ปี มีผู้สูบเพิ่มขึ้น 10 เท่าเช่นกัน จากเดิม 24,050 คน เพิ่มเป็น 269,533 คน ทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชนถือว่าเข้าขั้นวิกฤต โดยเฉพาะในปี 2566 - 2567 พบว่ามีเด็กและเยาวชนที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องมีอายุที่น้อยลง โดยที่พบเห็นเด็กที่มีช่วงอายุ 9 - 12 ปี เคยลองสูบบุหรี่ไฟฟ้าถึงร้อยละ 43 และประเด็นที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง คือ พบว่ามีนักเรียนหญิงสูบบุหรี่ไฟฟ้ามากกว่านักเรียนชาย ซึ่งปรากฏการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นอกจากนี้ ยังพบว่าเด็กประถมศึกษาตอนปลาย รวมถึงมัธยมศึกษาตอนต้น สูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 43 นอกจากนี้ บุหรี่ไฟฟ้าถือว่าเป็นต้นทางของการสูบบุหรี่ โดยเด็กและเยาวชนที่ไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อนเมื่อได้ลองสูบบุหรี่ไฟฟ้าแล้วมีโอกาสเสี่ยงที่จะหันไปสูบบุหรี่มวนในอนาคตสูงขึ้น 2 - 12 เท่า รวมถึงมีพฤติกรรมเสี่ยงในการใช้สารเสพติดอื่น ๆ อันจะนำไปสู่ปัญหาหรือเกิดผลกระทบทางสังคมในอนาคต จากปัญหาและสถานการณ์ดังกล่าวทางชมรม อสม.ประจำหมู่บ้านยะหอ หมู่ที่ 10 ตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส จึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในสร้างความรู้และส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลจากบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติด จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมให้ความรู้การป้องกันบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติดในชุมชน ขึ้น

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อสร้างเด็กนักเรียนและเยาวชนเป็นผู้นำทีเข็มแข้งในอนาคตในการต่อต้านยาเสพติด
  2. เพื่อให้เด็กนักเรียนและเยาวชนได้รับรู้และรับทราบถึงปัญหาบุหรี่ไฟ้ฟ้าและยาเสพติดในชุมชน
  3. เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ทักษะทางความคิด สร้างภูมิคุ้มกันทางด้านกายและจิตใจให้เด็กนักเรียนและเยาวชน
  4. เพื่อให้เด็กนักเรียนและเยาวชนไม่ตกเป็นทาสของอบายมุกด้วยวิธีหลักธรรมศาสนาอิสลาม
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. ส่งเสริมให้ความรู้ป้องกันบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติดในชุมชน หมู่ที่ 10 บ้าน ยะหอ
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. เด็กนักเรียนและเยาวชนได้รับรู้และรับทราบถึงปัญหาบุหรี่ไฟ้ฟ้าและยาเสพติดในชุมชน
  2. เด็กและเยาวชนมีทักษะทางความคิด สร้างภูมิคุ้มกันทางด้านกายและจิตใจให้เด็กนักเรียนและเยาวชน