กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

directions_run

โครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมในสตรีกลุ่มเสี่ยงหรือด้อยโอกาสเทศบาลเมืองคลองแห ปีงบประมาณ 2568

กองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลเมืองคลองแห

แบบการติดตามประเมินผลการดำเนินกิจกรรมของโครงการ (Process Evaluation)

กิจกรรมระยะเวลาเป้าหมาย/วิธีการผลการดำเนินงานปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
ตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริง
ประชุมแกนนำภาคีเครือข่ายสาธารณสุขในพื้นที่ 27 ก.ค. 2568 29 ก.ค. 2568

 

1.ประสานงานภาคีเครือข่าย: เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองคลองแห ออกหนังสือเชิญประชุมไปยังภาคีเครือข่ายหลัก ได้แก่ ตัวแทนโรงพยาบาลแม่ข่าย (รพ.หาดใหญ่/รพ.สงขลานครินทร์), พยาบาลวิชาชีพจาก รพ.สต. ในพื้นที่, ประธานชุมชน, และประธาน/แกนนำ อสม. ในเขตเทศบาล 2.เตรียมข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย: จัดเตรียมฐานข้อมูลสตรีกลุ่มเป้าหมาย (อายุ 30–70 ปี) โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง (มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง) และกลุ่มด้อยโอกาส (ผู้รายได้น้อย ผู้พิการ หรือผู้เข้าไม่ถึงสิทธิ์) เพื่อใช้ในวาระการประชุม 3.จัดเตรียมสถานที่และสื่อการประชุม: จัดเตรียมห้องประชุม ณ สำนักงานเทศบาลเมืองคลองแห พร้อมสื่อนำเสนอ (PPT) เกี่ยวกับสถานการณ์โรคมะเร็งเต้านมในพื้นที่ และแบบฟอร์มการส่งต่อผู้ป่วย วาระที่ 1: ชี้แจงวัตถุประสงค์และแนวทางของสปสช.: ประธานแจ้งระเบียบและแนวทางการใช้งบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น (กปท.) ปี 2568 สำหรับการคัดกรองโรคเฉพาะกลุ่ม วาระที่ 2: สร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องมะเร็งเต้านม: เชิญวิทยากร (พยาบาลวิชาชีพหรือจักษุแพทย์/แพทย์เฉพาะทาง) ชี้แจงแนวทางการตรวจเต้านมด้วยตนเอง (BSE) และสัญญาณเตือนที่แกนนำต้องนำไปสื่อสารต่อในชุมชนวาระที่ 3: ร่วมกันกำหนดแผนปฏิบัติงาน (Action Plan):แบ่งสัดส่วนเป้าหมาย: มอบหมายให้ แกนนำ อสม. แต่ละชุมชน รับยอดเป้าหมายในการไปเชิญชวนและค้นหาสตรีกลุ่มเสี่ยง/ด้อยโอกาสในพื้นที่ของตนกำหนดวันและจุดนัดหมาย: พิจารณาวัน เวลา และสถานที่ในการจัดกิจกรรม "มหกรรมตรวจคัดกรองเชิงรุก" (เช่น ศาลาอเนกประสงค์ หรือ ศูนย์บริการสาธารณสุข) วาระที่ 4: วางระบบการส่งต่อ (Referral System): ซักซ้อมขั้นตอนกรณีตรวจพบรายที่สงสัยมีก้อนเนื้อ เพื่อส่งต่อพบแพทย์เฉพาะทางและทำแมมโมแกรม (Mammogram) ทันทีขั้นตอนที่ 3: กระบวนการสรุปมติหลังเสร็จสิ้นการประชุม (Post-Meeting Phase)สรุปบทบาทหน้าที่รายฝ่าย:ฝ่ายสาธารณสุขเทศบาล: สนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์ เอกสาร แผ่นพับ และงบประมาณทีม รพ.สต./พยาบาล: เป็นแกนหลักในวันตรวจคัดกรอง และบันทึกข้อมูลในระบบสาธารณสุขแกนนำ อสม. และชุมชน: เดินเคาะประตูบ้าน ประชาสัมพันธ์เชิงรุก และคัดกรองสิทธิ์เบื้องต้นจัดทำรายงานการประชุม: สรุปจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม (เช่น แกนนำเข้าร่วมครบถ้วน 30 คน) ถ่ายภาพกิจกรรม และบันทึกมติที่ประชุมเพื่อใช้เป็นหลักฐานแนบในเล่มโครงการส่งกองทุน กปท.ขั้นตอนที่ 4: การขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติ (Implementation Phase)กระจายสื่อประชาสัมพันธ์: แกนนำ อสม. นำแผ่นพับ คู่มือการตรวจเต้านม และใบสมัครเข้าร่วมโครงการไปแจกจ่ายในชุมชนรายงานความคืบหน้า: แกนนำส่งรายชื่อสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาสที่ลงชื่อเข้าร่วมโครงการกลับมายังกองสาธารณสุขเทศบาลภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อเตรียมความพร้อมด้านวัสดุอุปกรณ์ในวันงานจริง

 

ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง ( Output) 1.จำนวนผู้เข้าร่วมประชุมแกนนำ: จัดประชุมวางแผนและพัฒนาศักยภาพแกนนำภาคีเครือข่ายสาธารณสุข (อสม. ผู้นำชุมชน และเจ้าหน้าที่) ได้ครบถ้วนจำนวน 150 คน เพื่อเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนโครงการ 2.จำนวนสตรีที่ได้รับการคัดกรอง: สตรีกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มด้อยโอกาสในเขตเทศบาลเมืองคลองแห ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเบื้องต้นโดยคลำด้วยมือ (Clinical Breast Examination: CBE) จำนวนทั้งสิ้น จำนวนคน  600 คน
3.การส่งต่อผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงสูง: ตรวจพบสตรีที่มีอาการสงสัยหรือพบก้อนเนื้อผิดปกติ และได้ดำเนินการส่งต่อเข้าสู่ระบบการตรวจอย่างละเอียดด้วยเครื่องแมมโมแกรม (Mammogram) หรืออัลตราซาวด์ ณ โรงพยาบาลแม่ข่าย (เช่น โรงพยาบาลหาดใหญ่)
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ( Outcome) 1.ทักษะและการตระหนักรู้ในชุมชน: สตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาสที่เข้าร่วมโครงการร้อยละ 85 มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถฝึกทักษะการตรวจเต้านมด้วยตนเองได้อย่างถูกต้อง เพื่อตรวจเช็กเป็นประจำทุกเดือน 2.การพบรอยโรคในระยะเริ่มต้น: สามารถค้นพบผู้ที่มีภาวะเสี่ยงหรือก้อนเนื้อผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม (Early Detection) ทำให้เข้าสู่กระบวนการวินิจฉัยและรักษาของแพทย์ได้อย่างทันท่วงที ช่วยลดอัตราการลุกลามของโรคและความรุนแรงในอนาคต 3.ารเข้าถึงสิทธิ์บริการสาธารณสุขอย่างเท่าเทียม: สตรีกลุ่มด้อยโอกาส ผู้มีรายได้น้อย หรือผู้พิการในเขตคลองแห ที่ปกติเข้าไม่ถึงบริการทางการแพทย์ ได้รับการดูแลคัดกรองเชิงรุกถึงในชุมชน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย 4.ความเข้มแข็งของภาคีเครือข่าย: เกิดกลไกการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบระหว่าง เทศบาลเมืองคลองแห รพ.สต. และทีม อสม. ในการเฝ้าระวังและป้องกันโรคมะเร็งในชุมชนอย่างต่อเนื่อง

 

ตรวจคัดกรองค้นหาสตรีกลุ่มเสี่ยงหรือด้อยโอกาสด้วยแบบคัดกรองปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านม/ให้ความรู้เรื่องโรคมะเร็งเต้านม พร้อมสาธิตการตรวจเต้านมด้วยตนเอง และให้สตรีกลุ่มเสี่ยงฝึกตรวจเต้านมด้วยต้นเองในแบบจำลองเต้านม / บริการคัดกรองมะเร็งเต้านม 28 ก.ค. 2568

 

 

 

 

 

จัดประชุมชี้แจงแนวทาง และซักซ้อม การดำเนินโครงการ เตรียมความพร้อมสำหรับจัดโครงการ 29 ก.ค. 2568 28 ก.ค. 2568

 

  1. ชี้แจงเป้าหมายและเกณฑ์สิทธิ์: เน้นย้ำคุณสมบัติของ "สตรีกลุ่มเสี่ยงหรือด้อยโอกาส" ในเขตคลองแห (เช่น สตรีอายุ 30-70 ปีที่มีรายได้น้อย, ผู้พิการ, หรือผู้ที่มีประวัติญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม) เพื่อให้การเก็บตกประชากรเป้าหมายเป็นไปอย่างถูกต้อง 2.ชี้แจงระเบียบการเบิกจ่ายและเอกสาร: ตรวจสอบความถูกต้องของแบบฟอร์มลงทะเบียน, ใบคัดกรองสิทธิ์ สปสช. (เพื่อคีย์ข้อมูลเข้าระบบกองทุน กปท.), และเอกสารสำคัญที่ผู้เข้ารับการตรวจต้องนำมา (เช่น บัตรประชาชน) มอบหมายบทบาทหน้าที่รายบุคคล
  2. เจ้าหน้าที่เทศบาล: ฝ่ายลงทะเบียน, ฝ่ายต้อนรับ, และควบคุมดูแลระบบงบประมาณ/อาหารว่าง 2.พยาบาลวิชาชีพ/เจ้าหน้าที่ รพ.สต.: เป็นหัวหน้าจุดตรวจคัดกรอง (คลำตรวจเต้านม) และลงบันทึกผลการตรวจเชิงลึกแกนนำ อสม.: ฝ่ายคัดกรองประวัติเบื้องต้น, ชั่งน้ำหนัก/วัดความดัน, และจัดระเบียบคิวเพื่อลดความแออัด 3.แกนนำ อสม.: ฝ่ายคัดกรองประวัติเบื้องต้น, ชั่งน้ำหนัก/วัดความดัน, และจัดระเบียบคิวเพื่อลดความแออัด ส่วนที่ 2: การซักซ้อมระบบปฏิบัติงานภาคสนาม (10.30 - 12.00 น.)เป็นการจำลอง "5 จุดบริการหลัก" ในวันจัดกิจกรรมจริง เพื่อให้แกนนำ อสม. และเจ้าหน้าที่เห็นภาพขั้นตอนการไหลเวียนของผู้ป่วย (Patient Flow): จุดที่ 1 จุดคัดกรองและลงทะเบียน: ซักซ้อมการตรวจสอบรายชื่อ ตรวจสอบบัตรประชาชน และแจกบัตรคิว จุดที่ 2 จุดซักประวัติและวัดสัญญาณชีพ: ซักซ้อมการคัดกรองประวัติความเสี่ยง (เช่น ประวัติครอบครัว, อาการผิดปกติที่เคยเจอ) ชั่งน้ำหนัก และวัดความดันโลหิต จุดที่ 3 จุดให้ความรู้และฝึกปฏิบัติ (BSE): ซักซ้อมการใช้หุ่นจำลองเต้านม สอนให้สตรีในชุมชนรู้จักวิธีคลำตรวจเต้านมด้วยตนเอง 3 วิธีอย่างถูกต้อง จุดที่ 4 จุดตรวจโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข (CBE): จำลองการจัดห้องมิดชิดสำหรับตรวจคลำโดยพยาบาลวิชาชีพ/แพทย์ และการบันทึกผลลงในใบคัดกรอง จุดที่ 5 จุดสรุปผลและส่งต่อ (Referral): ซักซ้อมขั้นตอนสำคัญ หากพบรายที่สงสัยว่ามีก้อนเนื้อ จะต้องออกใบส่งตัวไปอุลตร้าซาวด์/แมมโมแกรม ที่โรงพยาบาลแม่ข่ายทันที รวมถึงช่องทางการติดต่อประสานงานที่รวดเร็ว

 

ผลผลิต (Output) 1.คณะทำงานและแกนนำ อสม. จำนวน [ใส่จำนวนคน เช่น 30-40 คน] เข้าร่วมการซักซ้อมและเข้าใจกระบวนการทำงานครบ 100% 2.ได้ผังกระบวนการบริการ (Service Flow) ที่ชัดเจน ลดเวลาการรอคอยของผู้เข้ารับบริการในวันจริง ผลลัพธ์ (Outcome): 1. ลดความผิดพลาดในการกรอกข้อมูลและเอกสารสิทธิ์ สปสช. 2. ทีมงานมีความมั่นใจในการประสานงานและการส่งต่อผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงสูงได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยในวันจัดโครงการจริง

 

ตรวจคัดกรองค้นหาสตรีกลุ่มเสี่ยงหรือด้อยโอกาสด้วยแบบคัดกรองปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านม/ให้ความรู้เรื่องโรคมะเร็งเต้านม พร้อมสาธิตการตรวจเต้านมด้วยตนเอง และให้สตรีกลุ่มเสี่ยงฝึกตรวจเต้านมด้วยต้นเองในแบบจำลองเต้านม / บริการคัดกรองมะเร็งเต้านม 29 ก.ย. 2568 29 ก.ย. 2568

 

กำหนดการและขั้นตอนการไหลเวียนของผู้รับบริการ (Patient Flow)เวลากิจกรรม / รายละเอียดขั้นตอนการดำเนินงานผู้รับผิดชอบ 08.00 - 08.30 น.จุดลงทะเบียนและคัดกรองสิทธิ์เบื้องต้น• ตรวจสอบบัตรประชาชน และสิทธิ์หลักประกันสุขภาพ (สปสช.)• แจกบัตรคิว เอกสารคู่มือ และแผ่นพับความรู้เจ้าหน้าที่เทศบาล /แกนนำ อสม. 08.30 - 09.30 น.สถานีที่ 1: ตรวจสอบและประเมินปัจจัยเสี่ยง• อสม. สัมภาษณ์และบันทึกข้อมูลใน แบบคัดกรองปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านม (ประวัติครอบครัว, พฤติกรรมสุขภาพ, อาการผิดปกติที่สงสัย)• บริการชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง และวัดความดันโลหิตแกนนำ อสม. /พยาบาล รพ.สต. 09.30 - 10.30 น.สถานีที่ 2: สุขศึกษา สาธิต และฝึกปฏิบัติเชิงลึก (กลุ่มย่อย)• ให้ความรู้เรื่องโรคมะเร็งเต้านม อาการเตือน และความสำคัญของการตรวจเจอระยะแรก• สาธิตการตรวจเต้านมด้วยตนเอง (BSE) ใน 3 ท่าหลัก และ 3 รูปแบบการคลำ• ให้สตรีกลุ่มเสี่ยงฝึกตรวจด้วยตนเองในหุ่นจำลองเต้านม เพื่อฝึกสัมผัสหาก้อนเนื้อพยาบาลวิชาชีพ /อสม. แกนนำวิทยากร 10.30 - 15.30 น.(พักเที่ยงสลับเวร)สถานีที่ 3: บริการคัดกรองมะเร็งเต้านมทางการแพทย์• นำสตรีเข้าห้องตรวจเฉพาะที่เป็นสัดส่วนและมิดชิด (Privacy Zone)• บริการตรวจคลำเต้านมอย่างละเอียดโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข (CBE)• บันทึกผลการตรวจลงในใบรายงานและฐานข้อมูลโครงการแพทย์ /พยาบาลวิชาชีพ 15.30 - 16.30 น.สถานีที่ 4: สรุปผล ให้คำปรึกษา และระบบส่งต่อ (Referral)• กรณีปกติ: แนะนำให้ตรวจตนเองต่อเนื่องที่บ้านทุกเดือน• กรณีพบก้อนเนื้อ/สงสัย: ให้คำปรึกษาลดความกังวล พร้อมออกใบส่งตัว (Referral Form) ไปทำอัลตราซาวด์/แมมโมแกรม ที่โรงพยาบาลแม่ข่ายทันทีทีมหมอครอบครัว /พยาบาลวิชาชีพ

 

ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง (Output) 1.จำนวนผู้เข้าร่วมประชุมแกนนำและซักซ้อม: จัดประชุมชี้แจงแนวทางและซักซ้อมระบบปฏิบัติงานภาคสนาม (Dry Run) ร่วมกับภาคีเครือข่ายสาธารณสุข อสม. และเจ้าหน้าที่ได้ครบถ้วนจำนวน  50 คน ทำให้ทีมงานเข้าใจขั้นตอนและบทบาทหน้าที่ 100% 2.จำนวนสตรีที่ได้รับการคัดกรองปัจจัยเสี่ยงและตรวจคลำ: สตรีกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มด้อยโอกาสในเขตเทศบาลเมืองคลองแห ได้รับการประเมินแบบคัดกรองปัจจัยเสี่ยงและรับบริการตรวจคลำเต้านมทางการแพทย์ (CBE) โดยพยาบาลวิชาชีพ/เจ้าหน้าที่สาธารณสุข จำนวนทั้งสิ้น จำนวน 600 คน 3.การฝึกปฏิบัติและแจกจ่ายสื่อ: สตรีกลุ่มเป้าหมายที่มาเข้าร่วมโครงการทุกคน (ร้อยละ 100) ได้ฝึกทักษะการสัมผัสค้นหาก้อนเนื้อผ่านหุ่นจำลองเต้านม และได้รับคู่มือ/แผ่นพับแนะนำการตรวจเต้านมด้วยตนเอง (BSE)
4.จำนวนการส่งต่อเพื่อรักษาเชิงรุก: ตรวจพบสตรีที่มีอาการสงสัยหรือพบก้อนเนื้อผิดปกติจากการตรวจคลำ และได้ดำเนินการออกใบส่งตัว (Referral Form) เข้าสู่ระบบการตรวจยืนยันผลด้วยเครื่องแมมโมแกรม (Mammogram) หรืออัลตราซาวด์ ณ โรงพยาบาลแม่ข่าย (เช่น โรงพยาบาลหาดใหญ่)
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ( Outcome) 1.ทักษะการดูแลตนเองที่ถูกต้อง: สตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาสที่เข้าร่วมโครงการร้อยละ [ใส่ตัวเลข เช่น 85] มีความตระหนักรู้และเกิดทักษะความมั่นใจในการตรวจเต้านมด้วยตนเอง (BSE) อย่างถูกวิธี สามารถนำไปใช้ตรวจเช็กตนเองเป็นประจำทุกเดือนที่บ้านได้ 2.การค้นพบโรคในระยะเริ่มต้น (Early Detection): สามารถคัดกรองและแยกแยะผู้ที่มีภาวะเสี่ยงสูงหรือมีก้อนเนื้อผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม ทำให้ได้รับการส่งต่อเข้าสู่กระบวนการวินิจฉัยของแพทย์ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาหายและลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเต้านม 3.การเข้าถึงสิทธิ์บริการสาธารณสุขอย่างเท่าเทียม: สตรีกลุ่มด้อยโอกาส ผู้มีรายได้น้อย หรือผู้พิการในเขตคลองแห ที่ปกติมีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ ได้รับการดูแลคัดกรองเชิงรุกถึงในชุมชน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและลดภาระค่าเดินทาง 4.ระบบบริการในชุมชนมีประสิทธิภาพ (Service Flow): การจัดสถานีบริการเป็นระบบ (จากจุดลงทะเบียน คัดกรอง ฝึกปฏิบัติ สู่ห้องตรวจมิดชิด) ช่วยลดความผิดพลาดในการเก็บข้อมูลสิทธิ์ สปสช. ลดเวลาการรอคอย และสร้างความพึงพอใจต่อผู้เข้ารับบริการในระดับดีเยี่ยม (ไม่น้อยกว่าร้อยละ 85)