โครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมในสตรีกลุ่มเสี่ยงหรือด้อยโอกาสเทศบาลเมืองคลองแห ปีงบประมาณ 2568

กำหนดการและขั้นตอนการไหลเวียนของผู้รับบริการ (Patient Flow)เวลากิจกรรม / รายละเอียดขั้นตอนการดำเนินงานผู้รับผิดชอบ 08.00 - 08.30 น.จุดลงทะเบียนและคัดกรองสิทธิ์เบื้องต้น• ตรวจสอบบัตรประชาชน และสิทธิ์หลักประกันสุขภาพ (สปสช.)• แจกบัตรคิว เอกสารคู่มือ และแผ่นพับความรู้เจ้าหน้าที่เทศบาล /แกนนำ อสม. 08.30 - 09.30 น.สถานีที่ 1: ตรวจสอบและประเมินปัจจัยเสี่ยง• อสม. สัมภาษณ์และบันทึกข้อมูลใน แบบคัดกรองปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านม (ประวัติครอบครัว, พฤติกรรมสุขภาพ, อาการผิดปกติที่สงสัย)• บริการชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง และวัดความดันโลหิตแกนนำ อสม. /พยาบาล รพ.สต. 09.30 - 10.30 น.สถานีที่ 2: สุขศึกษา สาธิต และฝึกปฏิบัติเชิงลึก (กลุ่มย่อย)• ให้ความรู้เรื่องโรคมะเร็งเต้านม อาการเตือน และความสำคัญของการตรวจเจอระยะแรก• สาธิตการตรวจเต้านมด้วยตนเอง (BSE) ใน 3 ท่าหลัก และ 3 รูปแบบการคลำ• ให้สตรีกลุ่มเสี่ยงฝึกตรวจด้วยตนเองในหุ่นจำลองเต้านม เพื่อฝึกสัมผัสหาก้อนเนื้อพยาบาลวิชาชีพ /อสม. แกนนำวิทยากร 10.30 - 15.30 น.(พักเที่ยงสลับเวร)สถานีที่ 3: บริการคัดกรองมะเร็งเต้านมทางการแพทย์• นำสตรีเข้าห้องตรวจเฉพาะที่เป็นสัดส่วนและมิดชิด (Privacy Zone)• บริการตรวจคลำเต้านมอย่างละเอียดโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข (CBE)• บันทึกผลการตรวจลงในใบรายงานและฐานข้อมูลโครงการแพทย์ /พยาบาลวิชาชีพ 15.30 - 16.30 น.สถานีที่ 4: สรุปผล ให้คำปรึกษา และระบบส่งต่อ (Referral)• กรณีปกติ: แนะนำให้ตรวจตนเองต่อเนื่องที่บ้านทุกเดือน• กรณีพบก้อนเนื้อ/สงสัย: ให้คำปรึกษาลดความกังวล พร้อมออกใบส่งตัว (Referral Form) ไปทำอัลตราซาวด์/แมมโมแกรม ที่โรงพยาบาลแม่ข่ายทันทีทีมหมอครอบครัว /พยาบาลวิชาชีพ
ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง (Output)
1.จำนวนผู้เข้าร่วมประชุมแกนนำและซักซ้อม: จัดประชุมชี้แจงแนวทางและซักซ้อมระบบปฏิบัติงานภาคสนาม (Dry Run) ร่วมกับภาคีเครือข่ายสาธารณสุข อสม. และเจ้าหน้าที่ได้ครบถ้วนจำนวน 50 คน ทำให้ทีมงานเข้าใจขั้นตอนและบทบาทหน้าที่ 100%
2.จำนวนสตรีที่ได้รับการคัดกรองปัจจัยเสี่ยงและตรวจคลำ: สตรีกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มด้อยโอกาสในเขตเทศบาลเมืองคลองแห ได้รับการประเมินแบบคัดกรองปัจจัยเสี่ยงและรับบริการตรวจคลำเต้านมทางการแพทย์ (CBE) โดยพยาบาลวิชาชีพ/เจ้าหน้าที่สาธารณสุข จำนวนทั้งสิ้น จำนวน 600 คน
3.การฝึกปฏิบัติและแจกจ่ายสื่อ: สตรีกลุ่มเป้าหมายที่มาเข้าร่วมโครงการทุกคน (ร้อยละ 100) ได้ฝึกทักษะการสัมผัสค้นหาก้อนเนื้อผ่านหุ่นจำลองเต้านม และได้รับคู่มือ/แผ่นพับแนะนำการตรวจเต้านมด้วยตนเอง (BSE)
4.จำนวนการส่งต่อเพื่อรักษาเชิงรุก: ตรวจพบสตรีที่มีอาการสงสัยหรือพบก้อนเนื้อผิดปกติจากการตรวจคลำ และได้ดำเนินการออกใบส่งตัว (Referral Form) เข้าสู่ระบบการตรวจยืนยันผลด้วยเครื่องแมมโมแกรม (Mammogram) หรืออัลตราซาวด์ ณ โรงพยาบาลแม่ข่าย (เช่น โรงพยาบาลหาดใหญ่)
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ( Outcome)
1.ทักษะการดูแลตนเองที่ถูกต้อง: สตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาสที่เข้าร่วมโครงการร้อยละ [ใส่ตัวเลข เช่น 85] มีความตระหนักรู้และเกิดทักษะความมั่นใจในการตรวจเต้านมด้วยตนเอง (BSE) อย่างถูกวิธี สามารถนำไปใช้ตรวจเช็กตนเองเป็นประจำทุกเดือนที่บ้านได้
2.การค้นพบโรคในระยะเริ่มต้น (Early Detection): สามารถคัดกรองและแยกแยะผู้ที่มีภาวะเสี่ยงสูงหรือมีก้อนเนื้อผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม ทำให้ได้รับการส่งต่อเข้าสู่กระบวนการวินิจฉัยของแพทย์ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาหายและลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเต้านม
3.การเข้าถึงสิทธิ์บริการสาธารณสุขอย่างเท่าเทียม: สตรีกลุ่มด้อยโอกาส ผู้มีรายได้น้อย หรือผู้พิการในเขตคลองแห ที่ปกติมีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ ได้รับการดูแลคัดกรองเชิงรุกถึงในชุมชน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและลดภาระค่าเดินทาง
4.ระบบบริการในชุมชนมีประสิทธิภาพ (Service Flow): การจัดสถานีบริการเป็นระบบ (จากจุดลงทะเบียน คัดกรอง ฝึกปฏิบัติ สู่ห้องตรวจมิดชิด) ช่วยลดความผิดพลาดในการเก็บข้อมูลสิทธิ์ สปสช. ลดเวลาการรอคอย และสร้างความพึงพอใจต่อผู้เข้ารับบริการในระดับดีเยี่ยม (ไม่น้อยกว่าร้อยละ 85)
ประกอบด้วย
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง