โครงการส่งเสริมสุขภาพเพื่อประชาชนตำบลยะหา
โครงการส่งเสริมสุขภาพเพื่อประชาชนตำบลยะหา
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมสุขภาพเพื่อประชาชนตำบลยะหา | |
| รหัสโครงการ | ||
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กลุ่มคนรักสุขภาพตำบลยะหา | |
| วันที่อนุมัติ | 6 สิงหาคม 2568 | |
| ปี | 2568 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 11 สิงหาคม 2568 - 30 กันยายน 2568 | |
| งบประมาณ | 50,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายอาฮามะ ดาละ | |
| พื้นที่ดำเนินการ |
องค์การสหประชาชาติให้คำนิยามว่า ประเทศไทยที่มีประชากรเป็นสัดส่วนร้อยละ 10 ของจำนวนประชากรทั้งหมด จำนวนประชากรประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และคาดว่าจะเพิ่มเป็นร้อยละ 14.5 ล้านคน หรือร้อยละ 20 ในปี 2568 และแนวโน้มผู้สูงอายุเหล่านี้อยู่คนเดียวหรืออยู่ตามลำพังกับคู่สมรสเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีผลต่อการให้การดูแลประชาชนทั้งด้านร่างกายและจิตใจ อายุยิ่งสูงขึ้นยิ่งเจ็บป่วย โดยเฉพาะเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคไขมันในเลือดสูงมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น รักษาไม่หาย มีภาวการณ์พึ่งพา ต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่องและการดูแลระยะยาว
จากข้อมูลประชากรพบว่าในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลยะหา มีผู้สูงอายุและประชาชนจำนวนถึง 960 คน ส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูง และโรคไขมันในเลือดสูง เป็นต้น อีกทั้งมีแนวโน้มเจ็บป่วยเป็นโรคต่างๆ เป็นส่วนมาก ชีวิตในบั้นปลายย่อมเป็นภาระลูกหลาน
สำนักปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลยะหา เห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัด “โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุองค์การบริหารส่วนตำบลยะหา” ขึ้น เพื่อให้ผู้สูงอายุได้มาร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถ่ายทอดภูมิปัญญาไปสู่ลูกหลาน และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เกิดความสุขทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม อีกทั้งยังได้ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเหมาะกับวัย มีอายุยืนยาว มีความสุขในบั้นปลายชีวิต และยึดแนวเศรษฐกิจพอเพียงใช้ในชีวิตประจำวัน
- 1. เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนได้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเบื้องต้นด้วยตนเอง
- 2.เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนได้ใช้เวลายามว่างให้เป็นประโยชน์ ด้วยการออกกำลังกายที่มีความเหมาะสมกับวัย
- 3. เพื่อถ่ายทอดภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีประโยชน์ต่อการดูแลสุขภาพได้จริงทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
- โครงการส่งเสริมสุขภาพเพื่อประชาชนตำบลยะหา
1.ประชาชนได้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเบื้องต้นด้วยตนเอง 2.ประชาชนได้ใช้เวลายามว่างให้เป็นประโยชน์ ด้วยการออกกำลังกายที่มีความเหมาะสมกับวัย 3.ประชาชนได้ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านในการดูแลสุขภาพได้จริงทั้งด้านร่างกายและจิตใจ