กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

การพัฒนาการจัดการโรคเบาหวานสู่เบาหวานระยะสงบ หมู่ที่ 5 ตำบลคลองเฉลิม ปีงบประมาณ ๒๕๖๘

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม การพัฒนาการจัดการโรคเบาหวานสู่เบาหวานระยะสงบ หมู่ที่ 5 ตำบลคลองเฉลิม ปีงบประมาณ ๒๕๖๘
รหัสโครงการ 2568-L3306-02-051
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข หมู่ที่ 5
วันที่อนุมัติ 26 มีนาคม 2568
ปี 2568
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 26 มีนาคม 2568 - 30 กันยายน 2568
งบประมาณ 10,000.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางจำลอง อินนุรักษ์
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลคลองเฉลิม อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

จากข้อมูลกองโรคไม่ติดต่อกรมควบคุมโรคโรคเบาหวานเป็นหนึ่งในกลุ่มโรคไม่ติดต่อ (Non-Communicable Diseases) ที่เป็นภาวะโรคสำคัญของระบบสาธารณสุขในแต่ละประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ซึ่งคาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2588 จะมีจำนวนผู้ป่วยเบาหวานทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็น 783 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนของโรค 3.2 ล้านคนต่อปีสำหรับประเทศไทยพบอุบัติการณ์โรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 3 แสนคนต่อปี อัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคเบาหวานปี 2558 - 2562 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขในการรักษาโรคเบาหวานเฉลี่ยสูงถึง 47,596 ล้านบาทต่อปี อีกทั้งผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมได้
สำหรับประเทศไทยจากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 6 (ปี 2563) พบว่า ความชุกของโรคเบาหวานในประซากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 8.9 ในปี 2557 เป็นร้อยละ 9.5 ในปี 2563 และอุบัติการณ์โรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก ข้อมูล Health Data Center กระทรวงสาธารณสุข ปี 2566 พบว่า มีผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่เพิ่มขึ้น 3 แสนคนต่อปี และมีผู้ป่วยสะสม 3.4 ล้านคน อีกทั้งผู้ป่วยส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 70 ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมได้และอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ทั้งนี้ หากผู้ป่วยไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องและต่อเนื่องตามแนวทางมาตรฐานจะก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในระบบของร่างกายทั้งภาวะแทรกซ้อนแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง อันนำไปสู่ความพิการและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต ภาวะเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยครอบครัว รวมทั้งประเทศชาติ ดังนั้นการพัฒนาคุณภาพบริการให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการที่มีคุณภาพได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญการจัดทำรูปแบบการจัดการโรคเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบ (Diabetes Remission) จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อส่งเสริมให้ผู้เป็นเบาหวานสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยตนเอง โดยใช้ข้อมูลที่เป็นจริงเพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนในการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริงของแต่ละรายบุคคล โดยให้ผู้ป่วยทำ Self-monitoring และบันทึกข้อมูล แพทย์ พยาบาล นักโภชนาการวิเคราะห์ข้อมูล และนำมา Counseling วางแผนการรักษาพยาบาลให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้เป็นเบาหวานแต่ละบุคคล และมีการติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่องผ่านระบบ Telemedicine พูดคุยสอบถามแนะนำทางโทรศัพท์ ลดการเดินทางมาโรงพยาบาลและประหยัดเวลาในการรอคอย ส่งผลให้ผู้เป็นเบาหวานเข้าใจถึงความสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยตนเองเพื่อลดความรุนแรงและความเสี่ยงของโรค คาดหวังให้เกิดการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้เป็นเบาหวานอย่างยั่งยืน รวมถึงลดและชะลอการเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคมุ่งสู่เบาหวานระยะสงบ (Diabetes Remission) ได้ พบว่ายอดจำนวนผู้ป่วยเบาหวาน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ในปี ๒๕๖๗ จำนวนผู้ป่วยเบาหวานของหมู่ที่ 5 ตำบลคลองเฉลิม ทั้งหมด 30 คน และพบผู้ป่วยเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงมากขึ้น ในกลุ่มที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี ดังนั้นทางชมอาสาสมัครสาธารณสุข หมู่ที่ 5 ตำบลคลองเฉลิม  ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ จึงได้จัดทำโครงการการพัฒนาการจัดการโรคเบาหวานสู่เบาหวานระยะสงบขึ้นซึ่งจะนำไปสู่การลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง และช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. ข้อที่1 เพื่อให้ผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เข้าร่วมโครงการสามารถเข้าสู่ระยะสงบได้
  2. ข้อที่ ๒ เพื่อให้ผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เข้าร่วมโครงการสามารถลดยาหรือหยุดยาเบาหวานได้ส่งผลต่อการลดค่าใช้จ่ายในการรักษา
  3. ข้อที่ ๓ เพื่อให้ผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เข้าร่วมโครงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่เจ็บป่วยด้วยภาวะแทรกซ้อน
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. 1.กิจกรรมให้ความรู้และเยี่ยมติดตามเสริมพลังแก่ผู้ป่วยเบาหวานที่เข้าร่วมโครงการฯ
  2. 2.ติดตามผ่านระบบ Application line โดยให้ผู้ป่วยส่งข้อมูล
  3. นัดติดตาม HbA1C ทุก 3 เดือน
  4. 1.กิจกรรมให้ความรู้และเยี่ยมติดตามเสริมพลังแก่ผู้ป่วยเบาหวานที่เข้าร่วมโครงการฯ
  5. 2.ติดตามผ่านระบบ Application line โดยให้ผู้ป่วยส่งข้อมูล
  6. นัดติดตาม HbA1C ทุก 3 เดือน
วิธีดำเนินการ

๑. เสนอแผนงานให้อนุกรรมการกลั่นกรอง
  ๒. เสนอแผนงานต่อคณะกรรมการกองทุนเพื่อขออนุมัติงบประมาณ
  3.จัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อเตรียมความพร้อมบุคลากร และเตรียมอุปกรณ์เครื่องมือ เทคโนโลยี และสื่อการสอน
  4.ประชาสัมพันธ์/เชิญชวน กลุ่มผู้เป็นเบาหวานที่มีความพร้อมเข้าร่วมโครงการ   5.จัดตั้งคลินิกและคณะกรรมการ DM Remission 1. กำหนดเกณฑ์การคัดเลือกผู้เป็นเบาหวานเข้าสู่ DM Remission service 2. กำหนดเครื่องมือที่ต้องใช้ในคลินิกเพื่อใช้สำหรับ Self-monitoring
3. เก็บรวบรวมข้อมูลผู้เป็นเบาหวานก่อนเข้าโครงการ รายละเอียดดังนี้ 3.1. ประเมินภาวะสุขภาพด้วยวิธีการตรวจเลือด
3.2. ลงทะเบียนและประเมินพฤติกรรมสุขภาพ 4. วิเคราะห์ข้อมูลผู้เป็นเบาหวานแต่ละรายที่เข้าร่วมโครงการ 4.1. ออกแบบการสื่อสารที่ถูกต้องเข้าใจ 4.2. ใช้ค่า BMI และประวัติการรับประทานยาของผู้เป็นเบาหวานแต่ละรายเพื่อกำหนดTreatment goal

ผลที่คาดว่าจะได้รับ