โครงการจัดตั้งสถานีสุขภาพ
โครงการจัดตั้งสถานีสุขภาพ
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการจัดตั้งสถานีสุขภาพ | |
| รหัสโครงการ | 68-L3315-01-01 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ศูนย์แพทย์ชุมชนโรงพยาบาลควนขนุน | |
| วันที่อนุมัติ | 22 สิงหาคม 2568 | |
| ปี | 2568 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 18 สิงหาคม 2568 - 30 กันยายน 2568 | |
| งบประมาณ | 40,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวเบญจวัน ขำเกื้อ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลควนขนุน อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง |
โรคไม่ติดต่อเป็นสาเหตุการเสียชีวิต ๒ ใน ๓ ของประชากรไทย ส่งผลต่อ ทั้งด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศอีกทั้งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงสองทศวรรษ ที่ผ่านมา ซึ่งมีสาเหตุจากปัจจัยหลายด้านตั้งแต่ การจัดบริการคัดกรองไม่ทั่วถึงและประชาชนขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการและองค์ความรู้ในการจัดการตนเอง กระทรวงสาธารณสุข มีนวัตกรรมการให้บริการคัดกรองและติดตามภาวะความดันและน้ำตาลในเลือดนอกสถานพยาบาล มีการบันทึกข้อมูลสุขภาพของประชาชน และส่งต่อข้อมูลกับสถานพยาบาล โดยมีสถานที่ตั้งให้บริการอยู่ในชุมชน มีชื่อเรียกว่า สถานีสุขภาพ ( Health Station) ซึ่งหมายถึง สถานที่สำหรับ ให้บริการตรวจสุขภาพด้วยตนเองของประชาชนทุกกลุ่มวัย ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้ตลอดเวลาเมื่อมีความต้องการตรวจเช็คสุขภาพของตนเอง หรือเมื่อแพทย์ต้องการติดตามภาวะสุขภาพของผู้ป่วย จึงมีความคาดหวังว่าจะช่วยให้ประชาชนทั้งกลุ่มปกติ และกลุ่มป่วยสามารถเข้าถึงบริการ การตรวจเฝ้าระวังทางสุขภาพได้สะดวกขึ้น และลดอัตราการป่วย การเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อ เรื้อรังลงได้ จึงได้เขียนโครงการนำร่องจัดตั้งสถานีสุขภาพในชุมชน ( Health Station) ขึ้น ในพื้นที่เขตบริการของศูนย์แพทย์ชุมชนโรงพยาบาลควนขนุน โดยจะจัดตั้งทั้งหมดจำนวน 9 จุดบริการ กระจายโดยทั่วถึง เพื่อความสะดวกในการเข้าถึงของประชาชน
1.ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุข การคัดกรองสุขภาพเบื่องต้นได้อย่างทั่วถึงสะดวก และรวดเร็วใกล้บ้านใกล้ใจ 2.ประชานกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง และเหมาะสม (Health Literacy SelfCare)
3.ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองสุขภาพได้ด้วยตนเองและสามารถรู้ค่าความดันโลหิตสูงและความดันโลหิตสูงได้ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม มีคุณค่าชีวิตที่ดี
4.ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองสุขภาพได้ด่วยตนเองและสามารถรู้ค่าปริมาณน้ำตาลในกระแสเลือด และควบคุมระดับน้ำตาลได้ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม มีคุณภาพชีวิตที่ดี 5.อัตราผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่ลดลงจากเดิม