กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการผู้สูงวัย อยู่อย่างไร ข้อไม่เสื่อมปีงบประมาณ 2568

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการผู้สูงวัย อยู่อย่างไร ข้อไม่เสื่อมปีงบประมาณ 2568
รหัสโครงการ
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ชมรมผู้สูงอายุรพ.สต.วังไทร
วันที่อนุมัติ 25 สิงหาคม 2568
ปี 2568
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 ตุลาคม 2567 - 30 กันยายน 2568
งบประมาณ 17,040.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางน้อย อินทอง
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลทับช้าง อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
ประเด็น
แผนงานผู้สูงอายุ
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

การใช้สมุนไพรในการดูแลสุขภาพ เป็นหนึ่งในภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดกันมา ซึ่งมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ที่ระบุถึงการใช้พืชพรรณสมุนไพรตั้งแต่สมัยพุทธกาล การนำสมุนไพรมาใช้ได้ทั้งในแง่การนำมารับประทานเป็นอาหาร เช่น การรับประทานพืชผัก หรือนำมาประกอบเป็นอาหาร นอกจากนั้นยังนำมาใช้ เป็นยารักษาโรคเวลาเกิดอาการเจ็บป่วย การใช้ลูกประคบสมุนไพรก็เป็นหนึ่งในภูมิปัญญาไทยที่คนไทยเรานำมาใช้กันตั้งแต่รุ่นปู่ย่าของเรา บางท่านเคยมีประสบการณ์การใช้ลูกประคบสมุนไพรอยู่บ้าง แต่หลายท่านอาจจะไม่ทราบถึงรายละเอียดในเรื่องผล การรักษา วิธีการใช้ อาการที่เหมาะกับการใช้ลูกประคบสมุนไพร ลูกประคบสมุนไพรเป็นภูมิปัญญาไทยที่มีมาแต่โบราณ เป็นการนำสมุนไพรพื้นบ้านชนิดต่างๆ มาใช้ประโยชน์ในการคลายกล้ามเนื้อ ลดอาการปวดเมื่อย ซึ่งจะใช้สมุนไพรที่มีอยู่ในท้องถิ่น และปัจจุบันประชาชนโดยส่วนใหญ่นั้นให้การดูแลเอาใจใส่ทางด้านสุขภาพมากขึ้น ต้องการดูแลเอาใจใส่ ส่งเสริม และป้องกันภัยจากโรคภัยต่าง ๆ จากรายงานผู้มารับบริการในคลินิกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวังไทร ในปีงบประมาณ 2567 พบว่าปัจจุบันมีผู้สูงอายุเข้ามารับการักษาด้วยอาการปวดกล้ามเนื้อ จำนวน ๕๘ รายคิดเป็นร้อยละ ๒๘.๗๒ สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการประกอบอาชีพทำสวนผลไม้และสวนยางพารา ต้องขึ้นไปกรีดยางบนเนินเขาสูงชัน ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่ออาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อของคนในชุมชน ดังนั้น ชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวังไทร จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการทำลูกประคบสมุนไพรในผู้สูงวัย อยู่อย่างไร ข้อไม่เสื่อมปีงบประมาณ 256๘ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้มีความรู้และรู้จักการนำสมุนไพรพื้นบ้านนำมาใช้ทำเป็นลูกประคบในการช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ สามารถดูแลสุขภาพตนเองเบื้องต้นได้ตามศักยภาพของบุคคลและชุมชน

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. การใช้สมุนไพรในการดูแลสุขภาพ เป็นหนึ่งในภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดกันมา ซึ่งมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ที่ระบุถึงการใช้พืชพรรณสมุนไพรตั้งแต่สมัยพุทธกาล การนำสมุนไพรมาใช้ได้ทั้งในแง่การนำมารับประทานเป็นอาหาร เช่น การรับประทานพืชผัก หรือนำมาประกอบเป็นอาหาร นอกจากนั้นยังนำมาใช้ เป็นยารักษาโรคเวลาเกิดอาการเจ็บป่วย การใช้ลูกประคบสมุนไพรก็เป็นหนึ่งในภูมิปัญญาไทยที่คนไทยเรานำมาใช้กันตั้งแต่รุ่นปู่ย่าของเรา บางท่านเคยมีประสบการณ์การใช้ลูกประคบสมุนไพรอยู่บ้าง แต่หลายท่านอาจจะไม่ทราบถึงรายละเอียดในเรื่องผล การรักษา วิธีการใช้ อาการที่เหมาะกับการใช้ลูกประคบสมุนไพร ลูกประคบสมุนไพรเป็นภูมิปัญญาไทยที่มีมาแต่โบราณ เป็นการนำสมุนไพรพื้นบ้านชนิดต่างๆ มาใช้ประโยชน์ในการคลายกล้ามเนื้อ ลดอาการปวดเมื่อย ซึ่งจะใช้สมุนไพรที่มีอยู่ในท้องถิ่น และปัจจุบันประชาชนโดยส่วนใหญ่นั้นให้การดูแลเอาใจใส่ทางด้านสุขภาพมากขึ้น ต้องการดูแลเอาใจใส่ ส่งเสริม และป้องกันภัยจากโรคภัยต่าง ๆ จากรายงานผู้มารับบริการในคลินิกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวังไทร ในปีงบประมาณ 2567 พบว่าปัจจุบันมีผู้สูงอายุเข้ามารับการักษาด้วยอาการปวดกล้ามเนื้อ จำนวน ๕๘ รายคิดเป็นร้อยละ ๒๘.๗๒ สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการประกอบอาชีพทำสวนผลไม้และสวนยางพารา ต้องขึ้นไปกรีดยางบนเนินเขาสูงชัน ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่ออาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อของคนในชุมชน ดังนั้น ชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวังไทร จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการทำลูกประคบสมุนไพรในผู้สูงวัย อยู่อย่างไร ข้อไม่เสื่อมปีงบประมาณ 256๘ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้มีความรู้และรู้จักการนำสมุนไพรพื้นบ้านนำมาใช้ทำเป็นลูกประคบในการช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ สามารถดูแลสุขภาพตนเองเบื้องต้นได้ตามศักยภาพของบุคคลและชุมชน
  2. เพื่อส่งเสริมการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นในการทำสมุนไพรได้ด้วยด้วยตนเอง
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. จัดทำคู่มือการดูแลตนเองในผู้สูงอายุ
  2. อบรมให้ความรู้เรื่องโรคกระดูกและกล้ามเนื้อ
  3. ฝึกปฎิบัติทำลูกประคบสมุนไพร
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.ผู้เข้าอบรมมีความรู้เกี่ยวกับการใช้สมุนไพรให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น 2.มีการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นในการทำสมุนไพรได้ด้วยตนเองและสามารถเผยแพร่ความรู้ให้กับชุมชนได้