แบบการติดตามประเมินผลการดำเนินกิจกรรมของโครงการ (Process Evaluation)
| กิจกรรม | ระยะเวลา | เป้าหมาย/วิธีการ | ผลการดำเนินงาน | ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข | |||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ตามแผน | ปฏิบัติจริง | ตามแผน | ปฏิบัติจริง | ตามแผน | ปฏิบัติจริง | ||
| 1. อบรมฟื้นฟูความรู้และทักษะ ในการตรวจคัดกรองหาความเสี่ยง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง แก่แกนนำสุขภาพและสาธิตวิธีการ ตรวจความเค็มของอาหารโดยใช้ Salt meter | 30 ม.ค. 2569 | 30 ม.ค. 2569 |
|
ขั้นตอนเตรียมการ: ประสานงานวิทยากร จัดเตรียมสถานที่ อุปกรณ์ตรวจคัดกรอง (เครื่องวัดความดัน, เครื่องเจาะน้ำตาลปลายนิ้ว) และอุปกรณ์สาธิต (เครื่องวัดความเค็ม Salt meter) ขั้นตอนดำเนินการ: ลงทะเบียนและประเมินความรู้ก่อนการอบรม ของอสม. อบรมให้ความรู้เรื่องโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และปัจจัยเสี่ยง (หลัก 3อ. 2ส.) รวมถึงภาวะแทรกซ้อนของโรคไตเรื้อรัง ฝึกปฏิบัติทักษะการตรวจคัดกรองเบื้องต้น เช่น การวัดความดันโลหิตที่ถูกต้อง และการเจาะน้ำตาลในเลือดปลายนิ้ว สาธิตและฝึกปฏิบัติการใช้เครื่อง Salt meter เพื่อตรวจวัดปริมาณโซเดียมในอาหารตัวอย่าง พร้อมให้ความรู้เรื่องการอ่านค่าและการแนะนำประชาชนให้ลดเค็ม สรุปบทเรียนและประเมินความรู้หลังการอบรม |
|
ผลผลิต (Output): อสม. จำนวน 120 คน เข้ารับการอบรมและผ่านเกณฑ์การทดสอบความรู้ เกิดแกนนำที่มีทักษะในการใช้เครื่อง Salt meter และการตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้องต้นอย่างถูกต้อง ผลลัพธ์ (Outcome): อสม. มีคุณภาพและมาตรฐานในการลงพื้นที่คัดกรองกลุ่มเป้าหมายในชุมชน ชุมชนมีความตระหนักเรื่องการบริโภคโซเดียมลดลง จากการที่อสม.สามารถนำเครื่อง Salt meter ไปสาธิตและให้คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้จริง ช่วยให้การค้นหากลุ่มเสี่ยงในพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การส่งต่อเพื่อยืนยันผลและการดูแลที่รวดเร็ว |
|
| 2. จนท.รพ.สต.ร่วมกับแกนนำ สุขภาพตรวจคัดกรองหาความเสี่ยง แก่กลุ่มเป้าหมาย โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง | 30 ม.ค. 2569 | 30 ม.ค. 2569 |
|
ขั้นเตรียมการ: ประชุมวางแผนงานร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อกำหนดพื้นที่เป้าหมาย เตรียมวัสดุอุปกรณ์สำหรับการตรวจคัดกรอง เช่น เครื่องวัดความดันโลหิต เครื่องเจาะน้ำตาลในเลือดปลายนิ้ว (DTX) และแบบฟอร์มบันทึกข้อมูล ขั้นดำเนินการ: ลงพื้นที่เชิงรุกในชุมชนเพื่อตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้องต้นให้กับกลุ่มเป้าหมายอายุ 35 ปีขึ้นไป บริการวัดความดันโลหิตและเจาะน้ำตาลในเลือดปลายนิ้วเพื่อค้นหากลุ่มเสี่ยง ประเมินความเสี่ยงรายบุคคลโดยใช้แบบคัดกรอง พร้อมให้คำแนะนำเบื้องต้นในการดูแลสุขภาพตามหลัก 3อ. 2ส. (อาหาร, ออกกำลังกาย, อารมณ์, ไม่สูบบุหรี่, ไม่ดื่มสุรา) บันทึกข้อมูลผลการคัดกรองเพื่อคัดแยกกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มสงสัยรายใหม่ เพื่อเข้าสู่กระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือส่งต่อพบแพทย์ต่อไป |
|
ผลผลิต (Output):
กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ ได้รับการตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง |
|
| 3. อบรมเชิงปฏิบัติการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงและผู้ป่วย โรคไตเรื้องรัง | 6 ก.พ. 2569 | 6 ก.พ. 2569 |
|
ขั้นเตรียมการ: ประสานงานกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วยโรคไตรายเดิม จัดเตรียมเอกสารความรู้ คู่มือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และวัสดุสาธิต (เช่น ตัวอย่างอาหาร แผนภาพโภชนาการ) ขั้นดำเนินการ: ประเมินเบื้องต้น: วัดความดันโลหิต ชั่งน้ำหนัก วัดรอบเอว และทดสอบความรู้ก่อนอบรม ภาคความรู้: อบรมเรื่องการเลือกรับประทานอาหารเพื่อชะลอไตเสื่อม (ลดเค็ม ลดมัน ลดน้ำตาล) และการใช้ยาอย่างถูกวิธีเพื่อป้องกันความเสียหายต่อไต ภาคปฏิบัติ: ฝึกทักษะการอ่านฉลากโภชนาการ และการจัดจานอาหารสุขภาพ (2:1:1) รวมถึงการฝึกออกกำลังกายที่เหมาะสมกับช่วงอายุ แลกเปลี่ยนเรียนรู้: จัดกลุ่มสนทนาให้ผู้ที่มีผลการดูแลตัวเองได้ดีมาแชร์ประสบการณ์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ (Model บุคคลต้นแบบ) สรุปและประเมิน: สรุปและประเมินความรู้ที่ได้รับอบรม |
|
ผลผลิต (Output): กลุ่มเป้าหมาย (กลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วยโรคไต) จำนวน 30 คน เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการครบตามหลักสูตร ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้หลังการอบรมสูงขึ้น ผลลัพธ์ (Outcome): พฤติกรรมเปลี่ยน: ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถเลือกรับประทานอาหารที่มีโซเดียมต่ำได้ถูกต้อง และเพิ่มการออกกำลังกายสม่ำเสมอ สุขภาพดีขึ้น: ผลการตรวจสุขภาพเบื้องต้น (เช่น ค่าความดันโลหิต หรือค่าน้ำตาล) ของกลุ่มเสี่ยงมีแนวโน้มลดลงหรืออยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ เครือข่ายสุขภาพ: เกิดกลุ่ม Line หรือกลุ่มสนับสนุนในชุมชนเพื่อติดตามพฤติกรรมสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ช่วยชะลอการเสื่อมของไตในกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ |
|
| 4. อสม.ติดตามและสุ่ม ตรวจวัดความเค็มในอาหารที่บ้าน และร้านจำหน่ายอาหารในชุมชน | 6 ก.พ. 2569 | 6 ก.พ. 2569 |
|
ขั้นเตรียมการ: จัดประชุมวางแผนการลงพื้นที่ร่วมกับทีม อสม. และเตรียมอุปกรณ์เครื่องวัดความเค็ม (Salt Meter) |
|
ผลผลิต (Output): บ้านกลุ่มเป้าหมายได้รับการสุ่มตรวจความเค็มจำนวน ...30....... หลังคาเรือน และร้านอาหารในชุมชนจำนวน .....10..... แห่ง ได้ข้อมูลค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของโซเดียมในอาหารที่ประชาชนในพื้นที่บริโภคจริง ผลลัพธ์ (Outcome): พฤติกรรมในครัวเรือน: ประชาชนมีความตระหนักและระมัดระวังในการปรุงอาหารมากขึ้น โดยมีการปรับลดเครื่องปรุงรสลงอย่างเห็นได้ชัด สภาพแวดล้อมทางอาหาร: ร้านอาหารในชุมชนเริ่มตื่นตัวและมีทางเลือกอาหารรสชาติอ่อนเค็มให้กับผู้บริโภค สุขภาพ: ช่วยสนับสนุนการควบคุมระดับความดันโลหิตของกลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วยในพื้นที่ให้ดีขึ้น ลดภาระการทำงานของไตในระยะยาว |
|
| 5.หลังจากปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3เดือน นัดกลุ่มเสี่ยงมาตรวจสุขภาพซ้ำ | 6 ก.พ. 2569 | 6 ก.พ. 2569 |
|
ขั้นเตรียมการ: ตรวจสอบรายชื่อกลุ่มเสี่ยงที่ผ่านการอบรมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมครบ 3 เดือน ประสานงานนัดหมายวันเวลา และเตรียมอุปกรณ์ตรวจสุขภาพ (เครื่องวัดความดัน, เครื่องตรวจน้ำตาล, ตาชั่ง) ขั้นดำเนินการ: ตรวจร่างกายซ้ำ: ดำเนินการวัดความดันโลหิต ชั่งน้ำหนัก วัดรอบเอว และเจาะเลือดเพื่อตรวจระดับน้ำตาล (DTX) ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่นัดหมายไว้ ประเมินพฤติกรรม: สอบถามและบันทึกพฤติกรรมการดูแลสุขภาพในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา (การเลือกอาหาร, การออกกำลังกาย, การรับประทานยา) โดยใช้แบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์เปรียบเทียบ: นำผลการตรวจครั้งนี้ไปเปรียบเทียบกับผลการตรวจคัดกรองครั้งแรกก่อนเริ่มโครงการ เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของค่าสุขภาพ ให้คำปรึกษาต่อเนื่อง: ให้คำแนะนำรายบุคคลตามผลการตรวจที่ปรากฏ หากพบรายที่ค่าสุขภาพดีขึ้นให้แรงเสริมทางบวก หากยังไม่ดีขึ้นให้ช่วยวิเคราะห์หาสาเหตุและปรับแผนการดูแลตัวเองใหม่ ขั้นสรุป: บันทึกข้อมูลลงในระบบเพื่อประเมินความสำเร็จของโครงการในภาพรวม |
|
กลุ่มเป้าหมายที่เคยมีความเสี่ยงจำนวน 30 คน มารับการตรวจสุขภาพซ้ำตามนัดหมาย (คิดเป็นร้อยละ 100) ผลลัพธ์ (Outcome): เป้าหมายสำเร็จ: กลุ่มเสี่ยงจำนวน 30 คน มีค่าความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดลดลงจนอยู่ในเกณฑ์ปกติ หรือสามารถควบคุมความเสี่ยงได้ดีขึ้น ทัศนคติที่ดี: ประชาชนในกลุ่มเป้าหมายเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทำให้มีกำลังใจในการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ลดภาระโรค: ช่วยลดโอกาสที่กลุ่มเสี่ยงจะพัฒนาไปเป็นผู้ป่วยรายใหม่ และช่วยชะลอความเสื่อมของไตในกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีนัยสำคัญ |
|