กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการพัฒนาศักยภาพแกนนำเยาวชนศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการพัฒนาศักยภาพแกนนำเยาวชนศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น
รหัสโครงการ 69-50105-02-07
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ชมรมทูบีนัมเบอร์วันบ้านไสตอ
วันที่อนุมัติ 4 กุมภาพันธ์ 2569
ปี 2569
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 5 มกราคม 2569 - 15 กันยายน 2569
งบประมาณ 28,340.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายพาดอน ชูทับ
พื้นที่ดำเนินการ
ประเด็น
แผนงานสิ่งเสพติด
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. จำนวนพื้นที่เสี่ยงต่อการมั่วสุมในชุมชน ขนาด 1.00
  2. จำนวนกลุ่มหรือเครือข่ายเฝ้าระวังยาเสพติดในชุมชน ขนาด 2.00
  3. พื้นที่สร้างสรรแก่เยาวชน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้เยาวชน ขนาด 1.00

“ยาเสพติด” ปัญหาสำคัญระดับชาติที่รัฐบาลถือเป็นนโยบายที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง ทั้งนี้เพราะปัญหายาเสพติดที่มีการระบาดในทุกพื้นที่ของประเทศไทยได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทุกขณะ ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งด้านการเมืองและความมั่นคงของประเทศ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงมีความห่วงใยต่อประชาชนชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เป็นกลุ่มขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังถือเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการติดยาเสพติดสูง เนื่องจากเป็นวัยที่ต้องการเรียนรู้ในสิ่งต่างๆ แต่ยังขาดวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่ดีพอ รวมทั้งต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกายและจิตใจ จึงทรงพระกรุณาธิคุณรับเป็นองค์ประธานโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งปัจจุบันได้ใช้ชื่อเพื่อให้ง่ายต่อการรณรงค์ว่าโครงการ TO BE NUMBER ONE ในการนี้ชุมชนมูบีนัมเบอร์วันบ้านไสตอจึงได้ดำเนินการจัดกิจกรรมให้ตระหนักถึงคอมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริโสภาพรรณวดีมาดำเนินงาน โครงการ TO BE NUMBER ONE เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติดแนวทางการป้องกันเน้นการสร้างกลไกการเฝ้าระวังยาเสพติด สร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชนอย่างเหมาะสมด้วยการเรียนการสอนที่ส่งเสริมกิจกรรมนอกหลักสูตร รวมถึงการสนับสนุนให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่สีขาว ห่างไกลและปลอดภัยจากยาเสพติด นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชนด้วยการพัฒนาคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของคนในชุมชน เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับชุมชน ซึ่งโครงการ TO BE NUMBER ONE เป็นโครงการในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี มีดำเนินงานภายใต้ 3 ยุทธศาสตร์หลัก เพื่อรณรงค์ปลุกจิตสำนึกและสร้างกระแสเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด พัฒนาสมาชิกชมรมให้เป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง เป็นหนึ่งไม่พึ่งพายาเสพติด สนับสนุนให้เยาวชนรวมกลุ่มทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ และช่วยเหลือยอมรับผู้หลงผิดให้กลับเป็นคนดีของสังคมรวมทั้งเผยแพร่ความรู้เรื่องยาเสพติดแก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป โดยสนับสนุนให้ชุมชน จัดตั้งชมรม TO BE NUMBER ONE และให้มีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องยึดหลักการเด็กนำผู้ใหญ่หนุน สร้างแกนนำชมรมที่มีศักยภาพสามารถดำเนินงาน/กิจกรรมของชมรมได้อย่างต่อเนื่องยั่งยืน ศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE เป็นกิจกรรมหนึ่งของชมรม TO BE NUMBER ONE ที่มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เน้นการช่วยเหลือดูแลสมาชิกและพัฒนาสมาชิกให้มีคุณภาพและมีความสุข การดำเนินงานภายใต้แนวคิด “ปรับทุกข์ สร้างสุข แก้ปัญหา พัฒนา EQ” ทั้งจากการเรียนรู้ด้วย ตนเอง และการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม อาศัยกระบวนการกลุ่มให้เกิดความสนุก พร้อมกับการพัฒนาทักษะต่างๆ อาทิ การควบคุมอารมณ์ และความต้องการของตนเอง รู้จักเห็นใจผู้อื่น มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม (ดี)มีความสามารถ ในการรู้จักตนเอง มีแรงจูงใจ สามารถตัดสินใจแก้ปัญหา แสดงออกได้อย่างเหมาะสม และมีสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น (เก่ง) มีความภาคภูมิใจในตนเอง พอใจในชีวิต มีความสงบสุขทางใจ และสามารถดำเนินชีวิตอย่างเป็นสุข (สุข) รวมทั้งจัดบริการเพื่อให้โอกาสสำหรับการแสดงออกถึงพลังสร้างสรรค์ที่มีอยู่ ของวัยรุ่นในชุมชน เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิต และป้องกันแก้ไขปัญหาพฤติกรรมวัยรุ่นเชิงรุกในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาวัยรุ่นได้ง่าย ในการนี้ชมรม TO BE NUMBER ONE ชุมชนบ้านไสตอ จึงจัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพแกนนำเยาวชนศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นขึ้นเพื่อสร้างองค์ความรู้แก่แกนนำชมรมสำหรับนำไปใช้ในการดำเนินงานและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชนคนอื่นๆต่อไป

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อเพิ่มจำนวนกลุ่มหรือเครือข่ายเฝ้าระวังยาเสพติดในชุมชน
  2. เพื่อเพิ่มพื้นที่สร้างสรรแก่เยาวชน
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. ประชุมเพื่ออัพเดทคณะกรรมการศูนย์เพื่อนใจและอบรมให้ความรู้
  2. จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ให้เยาวชน
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.เยาวชน และประชาชนทั่วไป มีทัศนคติและค่านิยมที่ถูกต้องที่เกี่ยวกับยาเสพติด โทษและพิษภัยปัญหายาเสพติด 2.เยาวชนและประชาชนได้เข้าถึงศูนย์เพื่อนใจมากขึ้น ลดปัญหายาเสพติดและปัญหาอื่นๆของชุมชน
3.เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกในชมรมมีการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และห่างไกลจากยาเสพติด