โครงการเฝ้าระวังคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบบีและซี ประจำปี 2569
โครงการเฝ้าระวังคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบบีและซี ประจำปี 2569
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการเฝ้าระวังคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบบีและซี ประจำปี 2569 | |
| รหัสโครงการ | 69-L1507-01-04 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในควน | |
| วันที่อนุมัติ | 3 พฤศจิกายน 2568 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ธันวาคม 2568 - 31 มีนาคม 2569 | |
| งบประมาณ | 33,092.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายสมบัติ ฤทธิหมุน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในควน | |
| พื้นที่ดำเนินการ |
มะเร็งตับเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศชายไทย และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของประเทศ โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและไวรัสตับอักเสบซี ซึ่งเป็นโรคที่สามารถติดต่อได้จากการรับเลือดหรือสารคัดหลั่งของร่างกายจากผู้ที่เป็นพาหะ การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน รวมถึงการถ่ายทอดจากมารดาสู่บุตร นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสริมจากการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น การรับประทานถั่ว พริกแห้ง หรือกระเทียมที่มีเชื้อรา ซึ่งมีสารอะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) รวมถึงการบริโภคปลาน้ำจืดที่ปรุงไม่สุก ซึ่งอาจมีพยาธิใบไม้ในตับ เป็นสาเหตุของมะเร็งท่อน้ำดีได้เช่นกัน
จากรายงานของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ปี 2567 พบว่า ประเทศไทยยังมีผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีประมาณ 2.2 ล้านคน และไวรัสตับอักเสบซีประมาณ 3 แสนคน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าตนเองติดเชื้อ และไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ส่งผลให้เกิดภาวะตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง และมะเร็งตับในที่สุด ทั้งยังเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญที่ต้องมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
ในเขตสุขภาพที่ 12 ซึ่งรวมถึงจังหวัดตรัง พบอัตราป่วยด้วยมะเร็งตับและท่อน้ำดีอยู่ในระดับสูง โดยข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง (สสจ.ตรัง) ปี 2567 ระบุว่า โรคตับอักเสบเรื้อรังและมะเร็งตับยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่พบบ่อยในกลุ่มผู้สูงอายุและวัยแรงงาน โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอย่านตาขาว ซึ่งมีประชากรจำนวนมากที่ยังไม่เคยได้รับการตรวจคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบบีและซีอย่างครอบคลุม
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในควน ตำบลในควน อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง จึงเห็นความจำเป็นในการดำเนิน “โครงการเฝ้าระวังและคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบบีและซี ประจำปี 2569” เพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อรายใหม่ในกลุ่มประชาชนอายุ 30–69 ปี ให้ได้รับการตรวจคัดกรองเบื้องต้น รู้ผลการตรวจ และสามารถเข้าสู่ระบบการรักษาได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบีและซี เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อในชุมชน ลดภาระโรคตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง และมะเร็งตับในระยะยาว อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ตำบลในควนอย่างยั่งยืน
1.แกนนำสุขภาพ มีความรู้ ความเข้าใจ และการป้องกันโรคไวรัสตับอับเสบบีและซี
2.ประชาชนได้รับการตรวจคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบบีและซี
3.ผู้ติดเชื้อรายใหม่ ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง