โครงการ “สตรีตอหลังใส่ใจสุขภาพ ตรวจเร็ว รักษาได้ ห่างไกลมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก” ปี 2569
โครงการ “สตรีตอหลังใส่ใจสุขภาพ ตรวจเร็ว รักษาได้ ห่างไกลมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก” ปี 2569
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการ “สตรีตอหลังใส่ใจสุขภาพ ตรวจเร็ว รักษาได้ ห่างไกลมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก” ปี 2569 | |
| รหัสโครงการ | 69-L3038-01-02 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตอหลัง | |
| วันที่อนุมัติ | 4 ธันวาคม 2568 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มกราคม 2569 - 31 สิงหาคม 2569 | |
| งบประมาณ | 20,550.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสุรียัม แวดอเล๊าะ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | พื้นที่ในเขตเทศบาลตำบลตอหลัง |
- 1.กลุ่มเป้าหมายได้รับคำแนะนำในเรื่องการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม ขนาด 83.18
- กลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ขนาด 0.00
- กลุ่มเป้าหมายที่ตรวจพบสิ่งผิดปกติได้รับการส่งต่อเพื่อพบแพทย์ ได้รับการรักษา ติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ขนาด 0.00
ปัจจุบันโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งในประเทศไทยและมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น และโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในประเทศไทย คือ โรคมะเร็งตับ รองลงมาคือมะเร็งปอด มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านมตามลำดับในประเทศไทย โรคมะเร็งปากมดลูกเป็นโรคมะเร็งที่พบเป็นอันดับหนึ่งในสตรีไทย มีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณปีละ 6,300 รายพบมากที่สุดอายุระหว่าง 45-50 ปี ระยะที่พบส่วนใหญ่อยู่ในระยะลุกลาม การรักษาจึงเป็นไปได้ยาก ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง การป้องกัน และการควบคุมโรคมะเร็งปากมดลูก ต้องมีการค้นหาด้วยการตรวจหาเซลล์มะเร็งให้พบตั้งแต่อยู่ในระยะเริ่มแรก และระยะก่อนเป็นมะเร็ง ซึ่งสามารถรักษาให้หายได้และเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการรักษาในระยะลุกลามและจากการศึกษาขององค์การอนามัยโลก ได้พบว่าการคัดกรองด้วยการทำ pap smear ในสตรีกลุ่มเป้าหมายอายุ 30-60 ปี ทำให้ช่วยลดอัตราการเกิดและอัตราการตายจากโรคมะเร็งปากมดลูกได้ เนื่องจากโรคมะเร็งเป็นโรคที่เป็นแล้วจะทำให้เกิดอาการป่วยและเสียชีวิตก่อนวัยอันสมควร แต่ในขณะเดียวกันโรคมะเร็งเป็นโรคหนึ่งที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ถ้าหากว่าได้รับการตรวจวินิจฉัยและมาพบแพทย์ตั้งแต่ในระยะเริ่มแรก ปัจจุบันสตรีจำนวนไม่น้อยที่ยังขาดความรู้ในเรื่องโรคมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านม เดิมการตรวจแป๊บสเมียร์ (Conventional Pap Smear) เป็นการเก็บเซลล์ปากมดลูกมาป้ายบนสไลด์ ความแม่นยำในการตรวจขึ้นอยู่กับความชำนาญของผู้อ่านสไลด์ ปัจจุบันนี้สาธารณสุขไทยได้มีการตรวจหาเชื้อมะเร็งปากมดลูกแบบใหม่ เรียกว่า HPV DNA Test เป็นเทคนิคทางด้านชีวโมเลกุลที่จะตรวจหาตัวเชื้อ HPV ได้โดยตรง ทำให้สามารถตรวจหาระยะของโรคก่อนที่จะกลายเป็นมะเร็ง คือการตรวจในระดับโมเลกุล เพื่อหาเชื้อ HPV ความเสี่ยงสูงทั้ง 14 สายพันธุ์ ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก ประมาณ 99% โดยมีวิธีการตรวจเหมือนตรวจภายใน คือเก็บเซลล์บริเวณตัวอย่างที่ปากมดลูกช่องคลอดด้านใน ส่งตรวจเหมือนวิธีการตรวจด้วยน้ำยา ซึ่งสามารถที่จะตรวจหาเซลล์และแยกน้ำยาเพื่อจะตรวจหาเชื้อ HPV DNA ได้ จากการดำเนินงานคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในสตรีอายุ30-60 ปีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตอหลัง มีเป้าหมายสะสมที่จะต้องดำเนินการระหว่างปี 2567 – 2571 จำนวน 601 คน ระยะเวลาที่ผ่านมาได้ทำการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแล้วจำนวน 69 คน ผลการตรวจผิดปกติ 1 คน ในปี 2567 นี้ได้กำหนดเป้าหมายที่จะต้องดำเนินการคัดกรองจำนวน 100 (50%)คน และสตรีอายุ 30-70 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองเต้านมด้วยเจ้าหน้าที่และด้วยตนเอง ปีงบประมาณ 2568 จำนวน 601 คน ในปีงบประมาณ 2569 นี้ ได้กำหนดเป้าหมายจะต้องดำเนินการตรวจจำนวน 557 (95%) คน เพื่อเป็นการเฝ้าระวังภาวะทางสุขภาพ ลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตอหลัง จึงได้จัดทำโครงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีปลอดภัยจากโรคมะเร็งปากมดลูกได้ในที่สุด
- กลุ่ม เป้าหมาย ได้รับคำแนะนำในเรื่องการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้าน
- 2.กลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
- 3 กลุ่มเป้าหมายที่ตรวจพบสิ่งผิดปกติได้รับการส่งต่อเพื่อพบแพทย์ ได้รับการรักษา ติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
- อบรมให้ความรู้ เรื่อง มะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม พร้อมการตรวจหาความผิดปกติของเต้านม
- 2.การตรวจคัดกรองเพื่อค้นหาโรคมะเร็งปากมดลูกและโรคมะเร็งเต้านม รายละเอียดกิจกรรม รณรงค์ ประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ตำบลตอหลัง เข้ารับการตรวจคัดกรองเพื่อค้นหาโรคมะเร็งปากมดลูกและโรคมะเร็งเต้านม
- 3.ติดตามเยี่ยมผู้ที่มีความความเสี่ยงและผู้ที่มีผลผิดปกติเพื่อส่งพบแพทย์
1.ประชาชนหญิงอายุ 30-60ปี ได้รับการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี HPV DNA TEST 2.ประชาชนหญิงอายุ 30–70 ปี กลุ่มเป้าหมายมีความรู้และทักษะในการดูแลตนเองอย่าง เหมาะสม และสามารถตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตนเองได้อย่างถูกต้อง อย่างน้อยเดือนละครั้ง 3.สตรีกลุ่มเป้าหมายอายุ30-70ปี ที่ตรวจพบความผิดปกติ ได้รับการส่งต่อเพื่อการรักษาอย่างถูกต้องทุกราย