โครงการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชฉุกเฉินและสารเสพติด
โครงการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชฉุกเฉินและสารเสพติด
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชฉุกเฉินและสารเสพติด | |
| รหัสโครงการ | 69 – L8300 -1-2 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลแว้ง | |
| วันที่อนุมัติ | 14 พฤศจิกายน 2568 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มีนาคม 2569 - 30 กันยายน 2569 | |
| งบประมาณ | 10,400.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางไซนะ มรรคาเขต | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.แว้ง อ.แว้ง จ.นราธิวาส |
ปัจจุบันพบว่าผู้ป่วยจิตเวชและผู้ใช้สารเสพติดในชุมชนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานและวัยรุ่น ซึ่งหลายรายมีอาการทางจิตรุนแรงหรือเกิดภาวะฉุกเฉินทางจิตเวช เช่น อาการคลุ้มคลั่ง ก้าวร้าว หรือพยายามทำร้ายตนเองและผู้อื่น ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และส่งผลให้เกิดความไม่ปลอดภัยทั้งต่อผู้ป่วย ครอบครัว ชุมชน นอกจากนี้ การเข้าถึงบริการในภาวะฉุกเฉินยังไม่ทั่วถึง นับวันมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งโรคจิตเวชก่อให้เกิดความผิดปกติทางด้านความคิด อารมณ์ การรับรู้และพฤติกรรม บกพร่องในการดูแลตนเอง ขาดทักษะพื้นฐานในการแก้ปัญหา
จากสถิติโรงพยาบาลแว้ง ,uผู้ป่วยทางจิตเวช(F20-F29)เข้าถึงบริการโรงพยาบาลแว้ง ปี 2565–2567 จำนวน 697,722,750 ราย ตามลำดับ ผู้ป่วยเข้าถึงบริการโรคซึมเศร้า ปี 2565–2567 จำนวน 856,872,928 ราย ตามลำดับ และผู้ป่วยยาเสพติดเข้าถึงบริการ 421 ราย ปี 2568 สาเหตุจากสารเสพติด พันธุกรรม ครอบครัว เศรษฐกิจและการศึกษา จากการทบทวนพบว่าเมื่อผู้ป่วยจิตเวชเข้าถึงบริการรักษาต่อเนื่องอาการทางจิตสงบ มีปัญหาว่างงาน ขาดผู้ดูแลหลัก รับยาไม่ต่อเอง ทำให้รับยาไม่ต่อเนื่องมีอาการทางจิตกำเริบซ้ำ เสี่ยงต่อการ ก่อเหตุรุนแรง ต่อตนเอง ผู้อื่น สิ่งของ ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดความความรู้สึกชุมชนปลอดภัย
ดังนั้นกลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลแว้ง ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าวจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชฉุกเฉินและสารเสพติด เพื่อให้ภาคีเครือข่ายมีความรู้ ความเข้าใจโรคทางจิตเวช จิตเวชที่มีฉุกเฉินและสารเสพติด และดูแลต่อเนื่องหลังการรักษาในโรงพยาบาล เชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานบริการสุขภาพร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและลดการเกิดเหตุรุนแรงในพื้นที
- เพื่อให้ผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดเข้าถึงบริการไม่มีอาการกำเริบซ้ำ
เพื่อให้เครือข่ายมีทักษะในการประเมิน การคัดกรองเข้าสู่กระบวนการรักษา ติดตาม รักษา ฟื้นฟู สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันเอง
ประกอบอาชีพตามศักยภาพผู้ป่วย และเครือข่ายมีสวนร่วมในการดูแล ยืนอยู่ในสังคมได้