โครงการสร้างเสริมทักษะชีวิตประจำวันสำหรับผู้ดูแลผู้พิการด้านการเคลื่อนไหว
โครงการสร้างเสริมทักษะชีวิตประจำวันสำหรับผู้ดูแลผู้พิการด้านการเคลื่อนไหว
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการสร้างเสริมทักษะชีวิตประจำวันสำหรับผู้ดูแลผู้พิการด้านการเคลื่อนไหว | |
| รหัสโครงการ | 69-L8302-2-18 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรมผู้พิการเทศบาลตำบลมะรือโบตก | |
| วันที่อนุมัติ | 29 ธันวาคม 2568 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 5 มกราคม 2569 - 31 มีนาคม 2569 | |
| งบประมาณ | 10,425.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายสุเด่น เจ๊ะฮะ | |
| พื้นที่ดำเนินการ |
- ร้อยละคนพิการที่เข้าถึงบริการฟื้นฟูสมรรถภาพ ขนาด 35.00
ผู้พิการด้านการเคลื่อนไหวเป็นกลุ่มบุคคลที่ต้องการการดูแลและช่วยเหลือในชีวิตประจำวัน ทั้งในด้านการเคลื่อนไหว การทำกิจวัตรประจำวัน เช่น การลุกนั่ง การอาบน้ำ การแต่งตัว หรือการรับประทานอาหาร ผู้ดูแลผู้พิการจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้ผู้พิการสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีคุณภาพชีวิตที่ดี และลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากการดูแลที่ไม่ถูกวิธี อย่างไรก็ตาม ผู้ดูแลผู้พิการจำนวนไม่น้อยยังขาดความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่ถูกต้องในการดูแลผู้พิการด้านการเคลื่อนไหว ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บทั้งกับผู้พิการและผู้ดูแลเอง อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและใจของทั้งสองฝ่าย ดังนั้น การจัดโครงการ “สร้างเสริมทักษะชีวิตประจำวันสำหรับผู้ดูแลผู้พิการด้านการเคลื่อนไหว” จึงมีความสำคัญ เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะที่ถูกต้องแก่ผู้ดูแล ให้สามารถช่วยเหลือผู้พิการได้อย่างปลอดภัย เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บ เสริมสร้างความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ และส่งเสริมให้ผู้พิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขในสังคม
- เพื่อเพิ่มคนพิการที่เข้าถึงบริการฟื้นฟูสมรรภาพ
- อบรมให้ความรู้พื้นฐานด้านการเคลื่อนไหวของผู้พิการ/ฝึกทักษะการช่วยเหลือผู้พิการในการทำ ADL/การฝึกทำกิจกรรม IADL สำหรับผู้พิการร่วมกับผู้ดูแล
วิธีดำเนินการ (ออกแบบให้ละเอียด)
ขั้นดำเนินการ
2.1 เสนอโครงการเพื่อขออนุมัติต่อคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลมะรือโบตก
2.2 ประสานหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้อง
2.3 ประชาสัมพันธ์
2.4 ดำเนินงานตามโครงการ
2.5 รายงานผล
1.ผู้พิการด้านสติปัญญาได้รับการฟื้นฟูสุขภาพ ร่างกายแข็งแรง 2.ผู้พิการด้านสติปัญญามีพัฒนาที่ดีขึ้นสามารถช่วยเหลือตัวเองได้