โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุตามแนวทางชะลอชรา ชีวายืนยาว
โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุตามแนวทางชะลอชรา ชีวายืนยาว
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุตามแนวทางชะลอชรา ชีวายืนยาว | |
| รหัสโครงการ | L80170209 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กองสวัสดิการสังคม เทศบาลตำบลห้วยยอด | |
| วันที่อนุมัติ | 17 ตุลาคม 2568 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มกราคม 2569 - 30 มิถุนายน 2569 | |
| งบประมาณ | 50,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | ||
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.ห้วยยอด อ.ห้วยยอด จ.ตรัง |
องค์การสหประชาชาติ แบ่งการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุออกเป็น 3 ระดับได้แก่ 1.ระดับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุหมายถึงคนอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 10% ของประชากรทั้งประเทศ 2.ระดับสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์หมายถึงผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 20% ของประชากรทั้งประเทศ 3.ระดับสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มที่หมายถึงมีอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 28% ของประชากรทั้งประเทศทั้งนี้ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่การ เป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์อ้างอิงข้อมูลจากกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยณวันที่ 30 เมษายน 2568 พบว่าประเทศไทยมีประชากรทั้งสิ้นจำนวน 64,894,429 คนเป็นประชากรผู้สูงอายุจำนวน 13,961,339 คน หรือคิดเป็น 21.44% สำหรับจังหวัดตรังมีประชากรทั้งสิ้นจำนวน 632,951 คนเป็นประชากรผู้สูงอายุจำนวน 126,465 คนหรือคิดเป็น 19.98% และกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์เช่นกันซึ่งผู้สูงอายุเป็นวัยที่มีความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อ หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรังสูงกว่าวัยอื่น สาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงความเสื่อมทางร่างกายและการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสมตั้งแต่ก่อนเข้าสู่อายุ สำหรับโรคไม่ติดต่อที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง ปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคโรคติดต่อ ได้แก่การบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม พฤติกรรมทางสุขภาพที่ไม่เหมาะสม เช่น การไม่ออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ มลพิษทางอากาศ ความเครียด และนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลให้รัฐต้องแบกรับภาวะค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุที่เพิ่มสูงขึ้นตามภาวะเจ็บป่วยและโรคเรื้อรังของผู้สูงอายุ ประกอบกับหากมีบุตรหลานไม่มีรายได้ที่เพียงพอแต่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้สูงอายุเองอาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินของครอบครัวได้แต่การเปลี่ยนแปลงและปัจจัยที่เสี่ยงที่กล่าวมาสามารถป้องกันหรือชะลอการเกิดลงได้ค่ะมีการปฏิบัติเกี่ยวกับพฤติกรรมสุขภาพอย่างถูกต้องเหมาะสมด้วยการส่งเสริมความรอบรู้สุขภาพเพื่อการจัดการตนเองให้แก่ผู้สูงอายุในครอบครัว ดังนั้นกรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข จึงเป็นหน่วยงานที่ให้ความสำคัญในการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคนตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ ประถมวัย ช่วงวัยเรียน วัยรุ่น ช่วงวัยทำงาน จนถึงวัยผู้สูงอายุ จึงได้จัดทำคู่มือแผนส่งเสริมสุขภาพดีเพื่อพัฒนาองค์ความรู้การส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุใน 6 ประเด็นสำคัญได้แก่ 1.ประเด็นโภชนาการสำหรับผู้สูงอายุ 2.ประเด็นการเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุ 3.ประเด็นสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุส 4.ประเด็นผู้สูงอายุสมองดี 5.ประเด็นความความสุขของผู้สูงอายุ และ 6.ประเด็นสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ โดยดำเนินงานผ่านกลไกครอบครัวชมรมผู้สูงอายุโรงเรียนผู้สูงอายุและชุมชนสามารถส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเกิดความรอบรู้ด้านสุขภาพ และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อู้ต่อการมีสุขภาพที่ ดีเพื่อลดภาระด้านเศรษฐกิจสังคมและครอบครัวลงได้ เทศบาลตำบลห้วยยอดมีประชากรทั้งสิ้นจำนวน 7,766 คนเป็นประชากรผู้สูงอายุจำนวน 2,082 คนหรือคิดเป็น 26.81% ถือเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์เช่นกัน เทศบาลจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติเทศบาลพ.ศ. 2496 แก้ไขฉบับที่ 13 พ.ศ. 2552 มาตรา 50 ภายใต้บังคับแห่งกฎหมาย เทศบาลมีหน้าที่ต้องทำในเขตเทศบาล(7) ส่งเสริมการพัฒนาสตรีเด็กเยาวชนผู้สูงอายุและผู้พิการจึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุตามแนวทางชะลอชะลอชีวายืนยาวขึ้นในครั้งนี้
- 1.เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพและการดูแลสุขภาพตนเองตามแนวทางชะลอชรา ชีวายืนยาว จำนวน 6 องค์ประกอบ 2.เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการเกิดการเรียนรู้สถานการณ์สุขภาพ และความเสี่ยงด้านสุขภาพของตนเอง 3.เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมซึ่งเป็นความเสี่ยงด้านสุขภาพของตนเอง 4.เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้และบอกต่อเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพและการดูแลสุขภาพตนเองตามแนวทางชะลอชรา ชีวายืนยาว แก่เพื่อนผู้สูงอายุในชุมชนหรือผู้สนใจได้
1.กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพและการดูแลสุขภาพตนเอง ตามแนวทางชะลอชรา ชีวายังยืน จำนวน 6 ประการ
2.กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการ เกิดการรับรู้สถานการณ์สุขภาพ และความเสี่ยงด้านสุขภาพของตนเอง
3.กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมซึ่งเป็นความเสี่ยงด้านสุขภาพของตนเอง
4.กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้และบอกต่อเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพและการดูแลสุขภาพตนเอง ตามแนวทางชะลอชรา ชีวายังยืน แก่เพื่อนผู้สูงอายุในชุมชนหรือผู้ที่สนใจได้