โครงการอบรมอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ(อสรจ.)เพื่อเพิ่มทักษะความรู้ในการคัดกรองในกลุ่มผู้ต้องขังที่มีภาวะเสี่ยงโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองเรือนจำจังหวัดตรัง
โครงการอบรมอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ(อสรจ.)เพื่อเพิ่มทักษะความรู้ในการคัดกรองในกลุ่มผู้ต้องขังที่มีภาวะเสี่ยงโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองเรือนจำจังหวัดตรัง
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการอบรมอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ(อสรจ.)เพื่อเพิ่มทักษะความรู้ในการคัดกรองในกลุ่มผู้ต้องขังที่มีภาวะเสี่ยงโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองเรือนจำจังหวัดตรัง | |
| รหัสโครงการ | 69-L1490-01-02 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | เรือนจำจังหวัดตรัง | |
| วันที่อนุมัติ | 19 ธันวาคม 2568 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 2 กุมภาพันธ์ 2569 - 30 พฤษภาคม 2569 | |
| งบประมาณ | 13,322.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายสามารถ เสงี่ยมไพศาล ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดตรัง | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.โคกหล่อ อ.เมืองตรัง จ.ตรัง |
โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular diseases) ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง (Cerebrovascular diseases) และโรคหัวใจขาดเลือด (Ischemic heart diseases) เป็นสาเหตุการเสียชีวิตลำดับต้นของคนไทย ตั้งแต่ปี 2555 ในแต่ละปีมีคนไทยเสียชีวิตจากโรคนี้จากโรคนี้มากกว่า 54,000 ราย และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในทุกปี ในจำนวนนี้มากกว่า ร้อยละ 80 เป็นผู้สูงอายุ สาเหตุของโรคกลุ่มนี้เกิดจากวิถีชีวิตและพฤติกรรมสุขภาพไม่ถูกต้องเหมาะสม ได้แก่ การรับประทานอาหารที่มากเกินพอดี ไม่สมดุล รับประทานอาหารรสหวาน มัน เค็มรับประทานผักผลไม้น้อย ใช้เครื่องอำนวยความสะดวกมาก ขึ้น มีกิจกรรมทางกายน้อยลง ไม่ออกกำลังกาย เครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ ประกอบกับการสูบบุหรี่ และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงด้านพฤติกรรมสุขภาพดังกล่าวส่งผลให้เกิดภาวะน้ำหนักเกิน อ้วน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน และนำไปสู่การเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด จากรายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 6(พ.ศ.2562 -2563) พบว่า ความชุกโรคความดันโลหิตสูงประชาชนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป เพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ 25.4 หรือ ประมาณ 14 ล้านคน จากร้อยละ 24.7 หรือประมาณ 13 ล้านคน ในปี พ.ศ.2557 และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ข้อมูลจากระบบรายงานของกระทรวงสาธารณสุข ณ วันที่ 6 พฤษภาคม 2568 พบว่า มีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ขึ้นทะเบียนรักษาเพียง 7.4 ล้านคน และผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาแต่ยังควบคุมระดับความดันโลหิตไม่ได้มีมากถึง 3.5 ล้านคน ถึงแม้โรคความดันโลหิตสูงมักจะไม่มีอาการแต่หากไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมได้ในระยะยาวจะส่งผลให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมา ได้แก่ โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหัวใจขาดเลือดและโรคไตวายเรื้อรัง ส่งผลให้ผู้ป่วยพิการหรือเสียชีวิตได้ เรือนจำจังหวัดตรัง มีอัตราการเจ็บป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคไขมันในเลือดสูง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคหัวใจและหลอดเลือด ในปีงบประมาณ 2568 พบว่า มีผู้ต้องขังป่วยด้วยโรคดังกล่าว ประมาณ 188 คน คิดเป็นร้อยละ 9.4 ของผู้ต้องขังทั้งหมด ซึ่งมีอัตราการตายของผู้ต้องขังที่ป่วยด้วยโรคดังกล่าว จำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 1.6 ของผู้ต้องขังที่เสียชีวิต โดยสถานพยาบาล เรือนจำจังหวัดตรังได้มีการดำเนินงานการตรวจคัดกรองสุขภาพผู้ต้องขังเข้าใหม่ โดยการคัดกรองปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดด้วยการประเมินปัจจัยเสี่ยงหลายปัจจัยพร้อมๆกัน (global risk score)เพื่อทำนายโอกาสเกิดโรคภายในอนาคตข้างหน้าจะทำให้ลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยการร่วมมือจากอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ (อสรจ.) ในการช่วยคัดกรองและเฝ้าระวังเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงและปรับพฤติกรรมสุขภาพให้ถูกต้องเหมาะสม เพื่อให้ผู้ต้องขังมีคุณภาพชีวิตและการได้รับการรักษาทันท่วงที่ขณะต้องโทษภายในเรือนจำ
- เพื่อคัดกรองผู้ต้องขังที่มีภาวะเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง
- เพื่อส่งเสริมความรุ้และการคัดกรอง ประเมินอาการเบี้องต้นให้แก่ผู้ต้องขัง
- เพื่อลดอัตราความเสี่ยงของโรคที่จะเกิดขึ้นและยกระดับมาตรการขั้นป้องกันโรคที่อาจจะเกิดขึ้น หากผู้ต้องขังไม่ได้รับการดูแลสมรรถภาพด้านร่างกายที่เหมาะสม
- อบรมบรรยายให้ความรู้เรื่องการคัดกรองกลุ่มอาการโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองที่ต้องเฝ้าระวังให้แก่ อาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ(อสรจ.)
- คัดกรองผู้ต้องขังเชิงรุก เพื่อห่ผู้ต้องขังกลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดโรคเลือดสมอง
- จัดอบรมผู้ต้องขังกลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองที่ผ่านการคัดกรองโดยอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ(อสรจ.)
1.เพื่อพัฒนาทักษะความรู้ของอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ(อสรจ.)ในการคัดกรองและสังเกตอาการของผู้ต้องขังที่มีปัญหาสุขภาพโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง 2.เพื่อให้ผู้ต้องขังในเรือนจำที่เป็นกล่มเสี่ยง และไม่ได้รักษาได้รับการคัดกรองภาวะเสี่ยงโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองและเข้าถึงการรักษาทางการแพทย์ 3.ไม่มีผู้ต้องขังเสียชีวิตที่เกิดจากโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง