กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

directions_run

โครงการอบรมให้ความรู้เรื่องการป้องกันและการดูแลสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5)

กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลทุ่งหว้า

แบบการติดตามประเมินผลการดำเนินกิจกรรมของโครงการ (Process Evaluation)

กิจกรรมระยะเวลาเป้าหมาย/วิธีการผลการดำเนินงานปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
ตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริง
จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่องการป้องกันและการดูแลสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) 1 ม.ค. 2569 14 พ.ค. 2569

 

ขั้นตอนวางแผนงาน
    1. ขั้นเตรียมการ 1.1 เขียนโครงการ  และนำเสนอเพื่อขออนุมัติ 1.2 ประสานงานกับหน่วยงานและกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง         1.3 ประชาสัมพันธ์โครงการให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบ   2.  ขั้นดำเนินงาน           2.1 สำรวจกลุ่มเป้าหมายที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลตามความเสี่ยงต่อการเกิดโรค เช่น หญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด/เด็กเล็ก/ผู้สูงอายุ/คนพิการ/และผู้ที่มีโรคประจำตัวที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ง่ายและประชาชนทั่วไป เป็นต้น
        2.2 จัดเตรียมเอกสาร และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการจัดโครงการ   3. กิจกรรมที่จะดำเนินงานตามโครงการ       3.1 จัดอบรมให้ความรู้ ประชาสัมพันธ์แก่ประชาชนนพื้นที่ โดยติดต่อหน่วยงานที่สามารถให้ความรู้ในการป้องกันและดูแลสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5)
      3.2 ติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังสถานการณ์ และแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่ทราบเป็นระยะ       3.3 จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานตามโครงการ พร้อมจัดส่งรายงานผลการดำเนินงานให้คณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลตำบลทุ่งหว้าทราบ เมื่อเสร็จสิ้นโครงการ

 

ส่วนที่ 3 แบบรายงานผลการดำเนินงาน/โครงการ/กิจกรรม ที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพ (สำหรับผู้เสนอแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ลงรายละเอียดเมื่อเสร็จสิ้นการดำเนินงาน

ชื่อแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม โครงการอบรมให้ความรู้เรื่องการป้องกันและการดูแลสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5)
1. วัตถุประสงค์
1. เพื่อป้องกันสุขภาพของประชาชนจากอันตรายของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ๒. เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ในการดูแลตนเองและสามารถป้องกันตนเองจากอันตรายของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) 2. เป้าหมาย
- ประชาชนในเขตเทศบาลตำบลทุ่งหว้า จำนวน 50 คน เชิงปริมาณ
- ประชาชนในเขตเทศบาลตำบลทุ่งหว้าทั้งหมด 50 คนทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
เชิงคุณภาพ
- ผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 50 คน มีความรู้ความเข้าใจในการดูแลตนเองและสามารถป้องกันตนเองจากอันตรายของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ตัวชี้วัดความสำเร็จ ๑.ประชาชนในชุมชนมีความรู้เรื่องในการดูแลตนเองและสามารถป้องกันตนเองจากอันตรายของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5 ) ได้ร้อยละ 8๐ ๒. ประชาชนในชุมชนสามารถป้องกันสุขภาพของตนเองจากอันตรายของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5
ไมครอน (PM 2.5) ร้อยละ 80 3. วิธีการดำเนินการ 3.1 จัดอบรมให้ความรู้ ประชาสัมพันธ์แก่ประชาชนนพื้นที่ โดยติดต่อหน่วยงานที่สามารถให้ความรู้ในการป้องกันและดูแลสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5)
3.2 ติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังสถานการณ์ และแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่ทราบเป็นระยะ     3.3 จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานตามโครงการ พร้อมจัดส่งรายงานผลการดำเนินงานให้คณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลตำบลทุ่งหว้าทราบ เมื่อเสร็จสิ้นโครงการ 4. ระยะเวลาดำเนินการ วันที่ 14 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ถึง วันที่ 14 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2569 5. สถานที่ดำเนินโครงการ
ห้องประชุมศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เทศบาลตำบลทุ่งหว้า 6. งบประมาณ
- งบประมาณของโครงการที่ได้รับการอนุมัติ    เป็นเงิน  13,775.-บาท - งบประมาณที่ได้ใช้ไปในการดำเนินงานโครงการ    เป็นเงิน  13,775.-บาท  คิดเป็นร้อยละ 100
- งบประมาณคงเหลือส่งคืนกองทุนฯ        เป็นเงิน  0.-บาท      คิดเป็นร้อยละ 100
-2- รายละเอียดงบประมาณที่ใช้จ่าย
- ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 1 คน จำนวน 3 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท
- ค่าอาหารว่าง 1 มื้อๆละ 35 บาท จำนวน 55 คน
- ค่าป้ายไวนิลในการจัดโครงการ จำนวน 1 ป้าย ขนาด 1.20*2.80 เมตร
- ค่ากระเป๋าผ้า จำนวน 50 ใบๆละ 60 บาท
- ค่าสมุด จำนวน 50 เล่มๆละ 10 บาท
- ค่าปากกา จำนวน 50 ด้ามๆละ 10 บาท
- ค่าถ่ายเอกสารแผ่นพับประชาสัมพันธ์ จำนวน 50 แผ่นๆละ 15 บาท
- ค่าจ้างทำป้ายประชาสัมพันธ์หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ลักษณะโครงไม้พร้อมติดตั้งในชุมชน ขนาด 1.2X2.4 เมตร จำนวน 4 แผ่นๆละ 1,200 บาท
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 13,775.-บาท (-หนึ่งหมื่นสามพันเจ็ดร้อยเจ็ดสิบห้าบาทถ้วน-)

  1. สรุปผลการดำเนินงาน   ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการป้องกันตนเองจากฝุ่นละออง PM 2.5 ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนจากสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ที่แพร่กระจายครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศและภูมิภาคเคียงข้าง โดยส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่มากและคาดว่าสถานการณ์จะยังไม่บรรเทาลง(จากรายงานสถานการณ์และคุณภาพอากาศของประเทศไทยของกรมควบคุมมลพิษ) หากไม่รีบดำเนินการจัดการปัญหาดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนทั้งในระยะสั้นและระยะยาวได้ ดังนี้     ระยะสั้น
        ฝุ่น PM 2.5 มีขนาดเล็กและมีปริมาณมากที่สามารถทะลุขนจมูก แทรกซึมสู่ระบบทางเดินหายใจ ทะลุผนังปอดและเข้ากระแสเลือดได้อย่างง่ายดาย ผลกระทบที่รับฝุ่นเข้าไปอาจเกิดขึ้นกับร่างกาย (ภายใน 1-2 วัน) ซึ่งส่วนมากจะเกิดกับระบบทางเดินหายใจ โดยมีอาการไอ เจ็บคอ หายใจแล้วมีเสียงฟัดฟาด เลือดกำเดาไหล มีเสมหะ ซึ่งหากเลือดไหลลลงคอก็จะทำให้เสมหะมีเลือดเจือปน ฝุ่นเข้าตาทำให้เกิดโรคเยื่อบุอักเสบ ทำให้เกิดอาการ เช่น ตาแดง แสบตา คันตา หรือระคายเคือง หากเกิดอาการเหล่านี้สามารถบรรเทาอาการด้วยวิธีประคบเย็นหรือใช้น้ำตาเทียม บางกรณีอาจไม่จำเป็นต้องรับการรักษาโดยแพทย์ เพราะหายได้เองภายใน 2-3 สัปดาห์ นอกเหนือจะทำให้เกิดปัญหาต่อระบบทางเดินหายใจ      ยังมีผลกระทบต่อผิวหนังต่อผิวหนังอีกด้วย กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคผิวหนัง เปิดเผยว่า อนุภาคฝุ่นละอองที่อยู่ในอากาศ มีขนาดเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน สามารถผ่านเข้าสู่เซลล์ผิวหนังได้ ข้อมูลจากงานวิจัยพบว่า  ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 สามารถจับตัวกับสารเคมีและโลหะต่างๆ และนำพาเข้าสู่ผิวหนัง มีผลทำร้ายเซลล์ผิวหนังโดยตรง และทำให้การทำงานของเซลล์ผิวหนังผิดปกติไป สะสมจนอาจจะเกิดโรคในระยะยาวได้   ระยะยาว   องค์การอนามัยโลก (World Health Orgenization) กำหนดให้ PM 2.5 อยู่ในกลุ่มที่ 1 ของสารก่อมะเร็ง ตั้งแต่ปี 2556 และชี้ว่าคน 9 ใน 10 กำลังหายใจนำอากาศอันเป็นพิษเข้าสู่ร่างกายเป็นประจำทุกๆ ปี ประชากรโลกกว่า 7 ล้านคน เสียชีวิตก่อนวัยอันควร ทำให้อายุขัยเฉลี่ยของประชากรน้อยลง แก่เร็วและอายุสั้นลงแถมยังเพิ่มความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง ได้แก่
      โรคหลอดลือดในสมอง การเผชิญหน้ากับมลพิษทางอากาศระยะยาว เพิ่มความเสี่ยงที่ทำให้หลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น ระบบประสาทอัติโนมัติทำงานมากขึ้น และความหนืดของเลือดเพิ่มขึ้น ซึ่งล้วนแต่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดในสมองได้
      อันตรายต่อปอดและระบบทางเดินหายใจ ฝุ่นขนาดเล็กเป็นทั้งสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดราคอันตรายต่อปอดและระบบทางเดินหายใจ สาเหตุหลัก คือการสูบบุหรี่ รองลงมาคือจากมลพิษทางอากาศ ได้แก่ โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคมะเร็งปอด
      โรคหัวใจขาดเลือด อนุภาคฝุ่นละอองขนาดเล็กสะสมตะกอนที่เรียกว่า พลาค (Plaque) เสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรงเฉียบพลัน ต่อกล้ามเนื้อหัวใจได้ รวมทั้งหัวใจวาย หัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจเต้นแรงขึ้น อัตราการผันแปรการเต้นของหัวใจลดลง และหลอดเลือดสมองตีบจนตายได้
      ผิวเสื่อมชรา การศึกษาในประเทศเยอรมันและประเทศจีน พบว่า การสัมผัสฝุ่นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผิวเสื่อมชชราได้เร็วขึ้น พบการเกิดจุดด่างดำเพิ่มมากขึ้นบริเวณใบหน้าและเกิดริ้วรอยบริเวณร่องแก้มมากยิ่งขึ้นด้วย
    ประชาชนสามรถนำความรู้ที่ได้จากการอบรมนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
  2. ปัญหาและอุปสรรค -ไม่มี