โครงการตรวจเช็คตับ ป้องกันไวรัสตับอักเสบบี และซี รพ.สต.บ้านควนขัน ประจำปีงบประมาณ 2569
โครงการตรวจเช็คตับ ป้องกันไวรัสตับอักเสบบี และซี รพ.สต.บ้านควนขัน ประจำปีงบประมาณ 2569
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการตรวจเช็คตับ ป้องกันไวรัสตับอักเสบบี และซี รพ.สต.บ้านควนขัน ประจำปีงบประมาณ 2569 | |
| รหัสโครงการ | ||
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านควนขัน | |
| วันที่อนุมัติ | 24 ตุลาคม 2568 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ธันวาคม 2568 - 31 กรกฎาคม 2569 | |
| งบประมาณ | 33,350.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวลิสา ผลดี | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.คูหาใต้ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา |
ไวรัสตับอักเสบบีและซีเป็นโรคที่สามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง เช่น ตับแข็ง มะเร็งตับ และอาจทำให้เสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบมักไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น ทำให้ผู้ที่ติดเชื้อไม่รู้ตัวและไม่สามารถดำเนินการป้องกันหรือรักษาได้ทันเวลา การตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบีและซีจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการค้นพบผู้ติดเชื้อแต่เนิ่นๆ เพื่อให้สามารถเข้ารับการรักษาและติดตามผลได้อย่างทันท่วงที ซึ่งจะช่วยลดภาระโรคในระยะยาวและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน ไวรัสตับอักเสบบีและซีมีการแพร่ระบาดในบางกลุ่มประชากร เช่น ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในการใช้เข็มฉีดยาหรือผู้ที่มีประวัติการรับเลือดจากการบริจาคในอดีต ซึ่งทำให้ไวรัสสามารถแพร่กระจายไปในชุมชนได้อย่างรวดเร็ว การตรวจคัดกรองสามารถช่วยลดการแพร่ระบาดและช่วยระบุผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซีบางรายอาจไม่แสดงอาการหรือมีอาการเบื้องต้นที่ไม่ชัดเจน ทำให้การตรวจคัดกรองเป็นวิธีที่สำคัญในการค้นหาผู้ติดเชื้อในระยะเริ่มต้น ก่อนที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ตับแข็งและมะเร็งตับ การตรวจพบไวรัสตับอักเสบบีและซีในระยะเริ่มต้นจะช่วยให้ผู้ติดเชื้อได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มโอกาสในการหายขาดหรือควบคุมอาการได้ นอกจากนี้การรักษาและติดตามผลยังช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคในชุมชน การคัดกรองและการรักษาไวรัสตับอักเสบบีและซีตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดอัตราการเกิดโรคตับแข็งและมะเร็งตับ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดภาระทางการแพทย์และการรักษาผู้ป่วยระยะยาวในระบบสาธารณสุข จากการดำเนินงานของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตบลบ้านควนขัน ซึ่งได้ทำการคัดกรองไวรัสตับอักเสบบีและซี เชิงรุกในพื้นที่ หมู่บ้าน 2,3,4,8 และ 12 ตำบลคูหาใต้ ในปีงบประมาณ 2568 จำนวน 650 คน พบว่า ผู้ที่ได้รับคัดกรองแล้ว ผลการตรวจไวรัสตับบี และ ซี เป็นปกติ จำนวน 645 ราย คิดเป็นร้อยละ 99.23 และพบว่า ผู้ที่ได้รับการคัดกรองแล้ว ผลบวกในไวรัสตับอักเสบบี จำนวน 4 ราย และผลบวกไวรัสตับอักเสบซี จำนวน 1 ราย ได้ดำเนินการส่งต่อเพื่อเข้ารับการรักษาตามกระบวนการที่โรงพยาบาลรัตภูมิต่อไป แม้ว่าไวรัสตับอักเสบบีและซีจะมีความเสี่ยงและส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว แต่การตรวจคัดกรองที่ถูกต้องและการเข้าถึงการรักษาได้อย่างทันท่วงทีเป็นปัจจัยสำคัญในการควบคุมโรค และช่วยลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงได้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านควนขัน จึงเห็นความสำคัญการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบีและซี จึงได้จัดทำโครงการโครงการตรวจเช็คตับ ป้องกันไวรัสตับอักเสบบี และซี เพื่อตรวจคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี และเพื่อลดอัตราการติดเชื้อและความเสี่ยงในการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับตับ
- เพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และซี ในชุมชน
- เพื่อเพิ่มความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไวรัสตับอักเสบบี และซี
- เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และซี
๑. ขั้นเตรียมการ
๑.๑ เก็บรวบรวมข้อมูล สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และซี ตับแข็ง และมะเร็งตับ
1.2 กำหนดกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ ผู้ที่เกิดก่อน พ.ศ. 2535
๑.3 เขียนโครงการเพื่อพิจารณาอนุมัติของบประมาณสนับสนุนการดำเนินโครงการ
๑.4 เตรียมเอกสาร สื่อความรู้ และอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับตรวจคัดกรอง
๒. ขั้นดำเนินการ
๒.๑ ส่งหนังสือเชิญประชุม อสม. รพ.สต.บ้านควนขันเพื่อชี้แจงปัญหา วางแผนงานกิจกรรม และอบรมให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไวรัสตับอักเสบบี และซี
๒.๒ ประชุมชี้แจงปัญหา ชี้แจงแนวทางการดำเนินกิจกรรมโครงการ และอบรมให้ความรู้
๒.3 ประชาสัมพันธ์โครงการผ่านสื่อออนไลน์ โปสเตอร์ และแผ่นพับความรู้
2.4 ส่งใบนัดการตรวจคัดกรองแก่กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่
2.5 ดำเนินกิจกรรมการตรวจคัดกรองที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านควนขัน และในพื้นที่หมู่บ้านหมู่ที่ 2,3,4,8 และ 12 ตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา
2.6 ให้คำแนะนำแก่ผู้คัดกรองเกี่ยวกับผลการตรวจและกรณีผลพบเชื้อ
2.7 ประสานโรงพยาบาล กรณีตรวจคัดกรอง ผลพบเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หรือซี เพื่อตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ และการรักษาในขั้นตอนถัดไป
2.8 ติดตามผลและอาการผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หรือซี
2.9 เก็บรวบรวมข้อมูลผู้เข้าร่วมคัดกรอง ผู้ผลพบเชื้อ และผู้ที่รักษา
๓ สรุปผลการดำเนินโครงการ
- สามารถค้นหาผู้ติดเชื้อในระยะแรกๆ ทำให้เข้ารับการรักษาที่เหมาะสม
- ลดอัตราการเกิดโรคตับแข็งและมะเร็งตับ
- ลดการแพร่ระบาดของโรคไวรัสตับอักเสบบี และซี ในชุมชน
- การสร้างความตระหนักรู้ในชุมชน