โครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยแม่และเด็ก ปี 2569
โครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยแม่และเด็ก ปี 2569
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยแม่และเด็ก ปี 2569 | |
| รหัสโครงการ | 69-L2520-2-21 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | อาสาสมัครสาธารณ รพ.สต.บ้านควนกาแม | |
| วันที่อนุมัติ | 1 ตุลาคม 2568 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ตุลาคม 2568 - 30 กันยายน 2569 | |
| งบประมาณ | 23,340.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางปรีดา อาแว | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลแม่ดง อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส |
งานอนามัยแม่และเด็กในประเทศไทย ยังเป็นปัญหาที่ต้องช่วยกันแก้ไข ผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลอนามัยแม่และเด็ก พบปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อสุขภาพของมารดาและเด็กอายุ 0-5 ปี ในหลายประเด็น ได้แก่ ปัญหาการขาดสารไอโอดีนและภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ ร้อยละ (ไม่เกินร้อยละ 10) อัตราทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม ร้อยละ 8.7 (ไม่เกินร้อยละ 7) อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน ขั้นต่ำ (ร้อยละ 14.5) ปัญหาเหล่านี้คือเป็นปัญหาของงานแม่และเด็กที่ต้องช่วยแก้ไข การส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก เป็นการดูแลสุขภาพให้แก่มารดาและทารกเริ่มตั้งแต่ระยะตั้งครรภ์หลังคลอด ระยะให้นมบุตรและการบริบาลทารกตั้งแต่แรกเกิดจนถึงก่อนวัยเรียน การดูแล สุขภาพแม่และเด็กให้มีคุณภาพ โดยเริ่มต้นตั้งแต่ตั้งครรภ์ต้องรู้จักการดูแลสุขภาพของตนเอง เพื่อให้ทารกที่คลอดมีน้ำหนักมากกว่า 2,500 กรัม และจะต้องดูแลบุตรอย่างถูกต้อง เช่น การเลี้ยงดูทารกด้วยนมแม่ ส่งเสริมสายสัมพันธ์ระหว่างแม่และทารก ซึ่งเด็กที่ดื่มนมแม่จะมีค่าเฉลี่ยระดับเชาว์ปัญญา (I0) ที่ดี ส่งผลต่อการพัฒนาการของเด็กให้สมวัยและฉลาดมากขึ้น การสนับสนุนให้แม่รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ส่งผลให้มีน้ำนมแม่เพียงพอที่จะเลี้ยงดูบุตรตลอดจนการได้รับภูมิคุ้มกันโรคครบตามระยะเวลาที่เหมาะสม กลุ่มงานบริการปฐมภูมิแลองค์รวม ได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของแม่และเด็กอันส่งผลให้เด็กเกิดมามีสุขภาพอนามัยสมบูรณ์และเติบโตไปเป็นประชากรที่มีคุณภาพของประเทศในอนาคต จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น
- กิจกรรมอบรมให้ความรู้
- กิจกรรมสาธิตอาหาร
1.หญิงวัยเจริญพันธุ์และหญิงตั้งครรภ์มีความรู้สามารถดูแลตนเองและบุตรได้ร้อยละ 80 2.หญิงตั้งครรภ์ฝากครรภ์ก่อนอายุครรภ์ 12 สัปดาห์และฝากครรภ์ครบ 5 ครั้งตามเกณฑ์ ร้อยละ 70 3.ชุมชนมีส่วนร่วมในการติดตามหญิงตั้งครรภ์/หญิงกลุ่มเสี่ยงร้อยละ 80