กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการ ส่งเสริมสุขภาพสมองผู้สูงอายุ วิถีศรัทธา วิถีชุมชนบ่อทอง

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการ ส่งเสริมสุขภาพสมองผู้สูงอายุ วิถีศรัทธา วิถีชุมชนบ่อทอง
รหัสโครงการ 69-L7012-1-10
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ่อทอง
วันที่อนุมัติ 17 ธันวาคม 2568
ปี 2569
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 2 กุมภาพันธ์ 2569 - 30 กันยายน 2569
งบประมาณ 21,400.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวสุทธิมา พิชัยวงศ์ธรรมา
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี
ประเด็น
แผนงานผู้สูงอายุ
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

1.1.ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ประเทศไทยเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ส่งผลให้จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และนำมาซึ่งความท้าทายด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม โดยเฉพาะปัญหาความเสื่อมถอยของสมรรถภาพร่างกายและสติปัญญาตามวัย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะความจำเสื่อมและอาจพัฒนาไปสู่ภาวะสมองเสื่อม ส่งผลให้ผู้สูงอายุมีข้อจำกัดในการดำเนินชีวิตประจำวัน คุณภาพชีวิตลดลง เกิดภาวะพึ่งพิง และเพิ่มภาระต่อครอบครัว ผู้ดูแล และระบบบริการสุขภาพในชุมชน
รายงานของกลุ่มทำงานด้านสมองเสื่อมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (พ.ศ.2548) ระบุว่า มีผู้ป่วยสมองเสื่อมจำนวน 13.7 ล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 64.6 ล้านคนภายใน 50 ปี ในประเทศไทย ปี พ.ศ.2559 พบผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม 617,000 คน และคาดว่าในปี พ.ศ.2580 จะเพิ่มเป็น 1,350,000 คน ภาวะสมองเสื่อมส่งผลกระทบทั้งต่อผู้ป่วยและครอบครัว โดยผู้ป่วยสมองเสื่อม 1 คน มักต้องมีผู้ดูแลอย่างน้อย 2 คน ก่อให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 4,000–6,000 บาทต่อเดือน และยังมีค่าใช้จ่ายทางอ้อม เช่น การสูญเสียรายได้จากการลาออก/หยุดงานมาดูแล ปัจจุบันยังไม่มียาที่สามารถรักษาภาวะสมองเสื่อมให้หายขาดได้ แนวทางสำคัญจึงอยู่ที่การ “ป้องกันและชะลอความเสื่อม” ผ่านการควบคุมปัจจัยเสี่ยง การกระตุ้นสมองอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกาย โภชนาการที่เหมาะสม และการส่งเสริมสุขภาพจิตใจ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความต่อเนื่อง การทำซ้ำ แรงสนับสนุนจากครอบครัว/ผู้ดูแล และการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ซึ่งล้วนเป็นกลไกสำคัญในการคงไว้ซึ่งสมรรถภาพสมองของผู้สูงอายุ1.2 สภาพปัญหา : จากข้อมูลการคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ 9 ด้าน ในพื้นที่ตำบลบ่อทอง ปี พ.ศ. 2567 จำนวนผู้สูงอายุที่ได้รับการคัดกรองทั้งสิ้น 546 ราย พบว่ามีผู้สูงอายุที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจำนวน 310 ราย คิดเป็นร้อยละ 56.77 โดยพบปัญหาด้านความคิดและความจำจำนวน 52 ราย คิดเป็นร้อยละ 16.77 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มของปัญหาสุขภาพสมองในผู้สูงอายุที่มีความสำคัญและจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบ จากการติดตามและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้สูงอายุ ครอบครัว และอาสาสมัครสาธารณสุข พบว่า ผู้สูงอายุส่วนหนึ่งยังขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพสมอง การฝึกกระตุ้นสมองอย่างต่อเนื่อง และการป้องกันภาวะสมองเสื่อม ขณะเดียวกัน ครอบครัวและผู้ดูแลยังขาดทักษะในการสังเกตอาการเริ่มต้น การเฝ้าระวัง และการดูแลผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงอย่างเหมาะสม บริบทของตำบลบ่อทองเป็นพื้นที่ที่มีความเข้มแข็งด้านวิถีชุมชนและศาสนา โดยเฉพาะศาสนาอิสลาม ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิต จิตใจ และความสัมพันธ์ของคนในชุมชน หากสามารถนำทุนทางสังคมดังกล่าวมาบูรณาการเข้ากับการส่งเสริมสุขภาพสมอง จะช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วม ลดความเครียด เสริมสุขภาวะทางจิตใจ และเอื้อต่อการกระตุ้นสมองอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน 1.3 ความเร่งด่วน / ผลที่คาดหวัง จากสถานการณ์ดังกล่าว การดำเนินงานด้านการส่งเสริมและป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุจึงมีความจำเป็นเร่งด่วน โดยเฉพาะการดำเนินงานเชิงรุกในระดับชุมชน เพื่อคัดกรอง เฝ้าระวัง และกระตุ้นสมองในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ควบคู่กับการเสริมสร้างความรู้และทักษะให้แก่ครอบครัว ผู้ดูแล และอาสาสมัครสาธารณสุขในพื้นที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ่อทองจึงได้จัดทำ โครงการส่งเสริมสุขภาพสมองผู้สูงอายุ วิถีศรัทธา วิถีชุมชนบ่อทอง โดยใช้กลไกเครือข่ายบริการปฐมภูมิ อาสาสมัครสาธารณสุข และทุนทางสังคมด้านศาสนาและชุมชนเป็นฐานในการดำเนินงาน เพื่อกระตุ้นสมองอย่างต่อเนื่อง เสริมสุขภาวะทางจิตใจ ลดความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม เพิ่มคุณภาพชีวิต และสร้างระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนอย่างยั่งยืน

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. อบรมเชิงปฏิบัติการ
  2. กิจกรรมกระตุ้นสมองต่อเนื่อง+สื่อศาสนา
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. ร้อยละ 100 ของผู้สูงอายุที่สงสัยภาวะสมองเสื่อมหรือมีความเสี่ยงสูง ได้รับการประเมิน เฝ้าระวัง และพิจารณาส่งต่อเพื่อเข้ารับการรักษาตามระบบบริการสุขภาพอย่างเหมาะสม
    1. ร้อยละ 80 ของผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการ มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันภาวะสมองเสื่อม การดูแลสุขภาพสมอง และสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้
    2. ร้อยละ 80 ของผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการ มีการเข้าร่วมกิจกรรมกระตุ้นสมองอย่างต่อเนื่อง และมีพฤติกรรมการฝึกสมองหรือกิจกรรมเสริมสุขภาพจิตใจตามแนวทางที่โครงการส่งเสริม 4.ร้อยละ 80 ของผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการ มีความพึงพอใจต่อรูปแบบกิจกรรมและการดำเนินโครงการ