กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการอาหารเช้าเพื่อน้อง

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการอาหารเช้าเพื่อน้อง
รหัสโครงการ
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงเรียนบ้านโคกเมา
วันที่อนุมัติ 13 มกราคม 2569
ปี 2569
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 ธันวาคม 2568 - 31 พฤษภาคม 2569
งบประมาณ 75,000.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายอาจินต์ สุขศรีสังข์
พื้นที่ดำเนินการ ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา
ประเด็น
แผนงานอาหารและโภชนาการ
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

ปัจจุบันอาหารเช้าเป็นมื้อที่มีความสำคัญต่อพัฒนาการด้านร่างกาย สมอง และอารมณ์ของนักเรียน เพราะเป็นพลังงานเริ่มต้นของวัน ช่วยเสริมสมาธิ ความจำ และการเรียนรู้ แต่ยังคงมีนักเรียนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้รับประทานอาหารเช้าอย่างเหมาะสม เนื่องจากข้อจำกัดทางเศรษฐกิจของครอบครัว ทำให้เด็กบางคนประสบปัญหาทุพโภชนาการ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและประสิทธิภาพการเรียน       ภาวะทุพโภชนาการในเด็กนักเรียนไม่เพียงทำให้ร่างกายเติบโตช้ากว่าปกติ แต่ยังส่งผลต่อสมาธิ อารมณ์ และความสามารถในการเรียนรู้ระยะยาว หากไม่ได้รับการแก้ไข อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อโอกาสทางการศึกษาและคุณภาพชีวิตของเด็กในอนาคต ดังนั้น การจัดสรรโภชนาการที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างพื้นฐานการพัฒนาที่มั่นคงให้กับเด็กทุกคน       ด้วยเหตุนี้ โรงเรียนบ้านโคกเมาจึงจัดทำโครงการ “อาหารเช้าเพื่อน้อง” ขึ้น เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนให้นักเรียนกลุ่มยากจนและมีภาวะทุพโภชนาการได้รับอาหารเช้าที่เพียงพอและครบถ้วนตามหลักโภชนาการ ทั้งยังเป็นการลดความเหลื่อมล้ำด้านโภชนาการ สร้างเสริมสุขภาพกายใจ และเพิ่มโอกาสทางการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างเท่าเทียม

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อให้นักเรียนยากจนและนักเรียนที่มีภาวะทุพโภชนาการได้รับอาหารเช้าที่เหมาะสมและเพียงพอ
  2. เพื่อช่วยลดอัตราการขาดเรียนและเพิ่มสมาธิในการเรียนรู้
  3. เพื่อสร้างความเสมอภาคและลดความเหลื่อมล้ำในด้านโภชนาการของนักเรียน
การดำเนินงาน/กิจกรรม
วิธีดำเนินการ

๑. กิจกรรมเสริมความรู้ด้านโภชนาการ เช่น การให้ความรู้เรื่องอาหารที่มีประโยชน์ ๒. กิจกรรมแจกอาหารเช้าทุกวันให้แก่นักเรียนกลุ่มเป้าหมาย ๓. กิจกรรมตรวจสุขภาพเบื้องต้นและติดตามภาวะโภชนาการ (เช่น ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง ตรวจสุขภาพทั่วไป)

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. นักเรียนได้รับอาหารเช้าที่เพียงพอและมีคุณค่าทางโภชนาการ ๒. นักเรียนมีพัฒนาการทางร่างกาย สมอง และสมาธิในการเรียนที่ดีขึ้น ๓. ลดปัญหาภาวะทุพโภชนาการ และเพิ่มสุขภาวะที่ดีแก่นักเรียน