กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการแก้ปัญหาภาวะโภชนาการในเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านปริกใต้(นำราษฎร์สามัคคี)

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการแก้ปัญหาภาวะโภชนาการในเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านปริกใต้(นำราษฎร์สามัคคี)
รหัสโครงการ l7889-2-02
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงเรียนบ้านปริกใต้(นำราษฏร์สามัคคี)
วันที่อนุมัติ 20 มกราคม 2569
ปี 2569
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 20 มกราคม 2569 - 31 สิงหาคม 2569
งบประมาณ 30,244.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางวาทินี สว่างรัตน์
พื้นที่ดำเนินการ โรงเรียนบ้านปริกใต้(นำราษฎร์สามัคคี)
ประเด็น
แผนงานอาหารและโภชนาการ
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

หลักการและเหตุผล(ระบุที่มาของการทำโครงการ) อาหารมีความสำคัญในทุกเพศและทุกวัย โดยเฉพาะสำหรับเด็กวัยเรียน ซึ่งเป็นวัยที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโต และเป็นช่วงที่สมองกำลังพัฒนา อาหารจึงมีความสำคัญอย่างมากสำหรับวัยนี้ ดังนั้น ควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ซึ่งในแต่ละหมู่ต้องมีความหลากหลายและปริมาณให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอและเหมาะสม
เด็กวัยเรียนเป็นช่วงที่มีการเจริญเติบโตที่รวดเร็ว การได้รับสารอาหารมากเกินไปหรือขาดสารอาหารจะมีผลกระทบต่อเด็กได้ ผลกระทบที่พบประกอบด้วย ด้านสุขภาพร่างกาย ด้านสังคมและจิตใจ ด้านการเรียน และด้านเศรษฐกิจ ปัจจัยที่มีผลต่อปัญหาทุพโภชนาการในเด็กนักเรียนนั้น พบว่ามี 3 ปัจจัย ได้แก่ ส่วนบุคคล พฤติกรรม และอิทธิพลของสิ่งแวดล้อม
ทั้งปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่บ้านและโรงเรียนที่มีส่วนทำให้เด็กนักเรียนมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม จากการศึกษาข้อมูลสุขภาพของนักเรียน ปี พ.ศ. 2568 และบริบทสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนบ้านปริกใต้
(นำราษฎร์สามัคคี) มีจำนวนนักเรียนทั้งหมด 57 คน พบว่าโรงเรียนมีปัญหาด้านสุขภาพ นักเรียนมีภาวะทุพโภชนาการ จำนวน 20 คน คิดเป็นร้อยละ 35.09 ซึ่งเกิดจากสภาพเศรษฐกิจในครอบครัวของนักเรียนค่อนข้างลำบาก และผู้ปกครองยังไม่เห็นถึงความสำคัญของการเสริมสร้างสุขภาพอนามัยของตนเองทำให้นักเรียนส่วนหนึ่งยังมีปัญหาโรคผอมเกินไป การเลือกซื้ออาหารที่ไม่มีประโยชน์ และขาดการออกกำลังกาย รวมไปถึงสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ โรงเรียนที่เอื้อต่อการทำให้นักเรียนมีปัญหาน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่เกิดจากการขาดสารอาหาร การรับประทานอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการ ถึงจะมีจำนวนการเกิดปัญหาโรคผอมเกินไปไม่มาก แต่ถ้าหากไม่มีการส่งเสริมเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงก็จะส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กไม่ได้เต็มศักยภาพ ซึ่งในปีการศึกษาที่ผ่านมาโรงเรียนบ้านปริกใต้ (นำราษฎร์สามัคคี) ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากมูลนิธิยุวพัฒน์ ภายใต้โครงการ Food For Good ได้สนับสนุนเงินจำนวน 80,000 บาท จัดเป็นอาหารเช้าให้กับนักเรียนทุกคน เพื่อแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการ และส่งเสริมให้นักเรียนได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และรับประทานอาหารครบมื้อ
ทั้งนี้ทางมูลนิธิยุวพัฒน์สนับสนุนเงินเป็นระยะเวลา 1 ปีการศึกษาเท่านั้น ในปีถัดไปให้โรงเรียนได้ดำเนินการแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการ โดยไม่มีงบประมาณสนับสนุน จากเงื่อนไขดังกล่าวโรงเรียนจึงได้ดำเนินโครงการอาหารเช้าเพื่อน้องขึ้น เพื่อแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการ โรงเรียนได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพของนักเรียน โดยแก้ปัญหาและเสริมสร้าง ปลูกฝังสุขนิสัยที่ดีในการเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย และถูกต้องตามหลักโภชนาการ เพื่อให้นักเรียนสามารถพัฒนาสุขภาพของตนเองได้อย่างยั่งยืน และที่สำคัญผู้ปกครองของเด็กนักเรียนจำเป็นต้องมีความรู้ เรื่องการรับประทานอาหารที่ถูกต้องเหมาะสมของนักเรียนด้วย จึงได้จัดทำโครงการแก้ปัญหาภาวะโภชนาการในเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านปริกใต้(นำราษฎร์สามัคคี)

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. 1. เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านโภชนาการแก่นักเรียน ครู และผู้ปกครอง
  2. 2. เพื่อสร้างพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ถูกต้องและเหมาะสมแก่นักเรียน
  3. 3. เพื่อลดจำนวนเด็กนักเรียนที่มีภาวะโภชนาการต่ำกว่าเกณฑ์
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. ๑. กิจกรรมจัดอบรม เรื่อง โภชนาการที่เหมาะสมกับเด็กวัยเรียน ให้ความรู้ ด้านการเลือกบริโภคอาหารที่เหมาะสมกับช่วงวัย ให้กับผู้ปกครอง และผู้เรียน ที่มีภาวะโภชนาการต่ำกว่าเกณฑ์ ช่วงชั้นอนุบาล และ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ จำนวน ๒๐ คน โดยนักโภชนาการ จากรพ.สะเดา
  2. ๒. กิจกรรมประเมินติดตามชั่งน้ำหนัก และวัดส่วนสูงของผู้เรียนที่มีภาวะโภชนาการ ต่ำกว่าเกณฑ์ ทุกเดือน เดือนละ ๑ ครั้ง
  3. ๓. กิจกรรมจัดอาหารเช้าเสริมก่อนเข้าเรียน ให้กับผู้เรียน ที่มีภาวะโภชนาการ ต่ำกว่าเกณฑ์ช่วงชั้นอนุบาล และ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ จำนวน ๒๐ คน ทุกวัน
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. ผู้ปกครองและนักเรียนที่มีปัญหาภาวะโภชนาการต่ำกว่าเกณฑ์ มีความรู้ในด้านการเลือกบริโภคอาหารที่เหมาะสมกับช่วงวัย ๒. นักเรียนได้รับสารอาหารที่เหมาะสมกับช่วงวัย ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและมีพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างเต็มศักยภาพ