โครงการจัดครุภัณฑ์และอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับรถกู้ชีพกู้ภัยเทศบาลตำบลมายอ
โครงการจัดครุภัณฑ์และอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับรถกู้ชีพกู้ภัยเทศบาลตำบลมายอ
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการจัดครุภัณฑ์และอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับรถกู้ชีพกู้ภัยเทศบาลตำบลมายอ | |
| รหัสโครงการ | 10-L7001-69 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลตำบลมายอ | |
| วันที่อนุมัติ | 28 มกราคม 2569 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มีนาคม 2569 - 30 เมษายน 2569 | |
| งบประมาณ | 7,900.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายอันวา สาและ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.มายอ อ.มายอ จ.ปัตตานี |
สภาพปัญหาและความจำเป็น ในปัจจุบันสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนและเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ในเขตพื้นที่ [ระบุชื่อพื้นที่/ท้องถิ่น] มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเข้าถึงตัวผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุได้อย่างรวดเร็วเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ แต่การมี "อุปกรณ์ช่วยชีวิตที่ทันสมัยและได้มาตรฐาน" ถือเป็นปัจจัยชี้ขาดที่จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิต (Mortality Rate) และลดความพิการของผู้ประสบเหตุได้
สถานะปัจจุบัน จากการสำรวจพบว่า อุปกรณ์กู้ชีพกู้ภัยประจำรถพยาบาลฉุกเฉินของ [ระบุชื่อหน่วยงาน] ในปัจจุบันมีสภาพ [ระบุปัญหา เช่น ชำรุดตามสภาพการใช้งาน / มีไม่เพียงพอต่อจำนวนเหตุที่เพิ่มขึ้น / ไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กำหนด] ส่งผลให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กู้ชีพขาดความคล่องตัวและอาจเกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยในระหว่างการนำส่งโรงพยาบาล
แนวทางการแก้ไข เพื่อให้การดำเนินงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินมีประสิทธิภาพสูงสุดและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล [ระบุชื่อหน่วยงาน] จึงได้จัดทำโครงการจัดซื้อครุภัณฑ์และอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับรถกู้ชีพกู้ภัยขึ้น เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพการบริการ เพิ่มขีดความสามารถในการช่วยฟื้นคืนชีพ และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ว่าจะได้รับการดูแลรักษาเบื้องต้นอย่างมีคุณภาพที่สุดในนาทีวิกฤต
- วัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อจัดหาและติดตั้งครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กำหนด สำหรับใช้ในการปฏิบัติงานกู้ชีพกู้ภัยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการช่วยชีวิตผู้ป่วยและผู้ประสบเหตุ ลดอัตราการเสียชีวิตและป้องกันความพิการที่อาจเกิดขึ้นจากการเคลื่อนย้ายหรือการปฐมพยาบาลที่ไม่ถูกวิธี เพื่อสร้างความพร้อมในการปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยและมีสภาพพร้อมใช้งานทดแทนอุปกรณ์เดิมที่ชำรุดหรือเสื่อมสภาพ เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยให้แก่เจ้าหน้าที่กู้ชีพและผู้ป่วย ในขณะปฏิบัติหน้าที่และระหว่างการนำส่งโรงพยาบาล
วิธีการดำเนินงาน ขั้นเตรียมการและวางแผน (Planning)
ประชุมคณะทำงานเพื่อสำรวจความต้องการและตรวจสอบสภาพครุภัณฑ์เดิม
กำหนดคุณลักษณะเฉพาะ (Specifications) ของอุปกรณ์ที่ต้องการจัดซื้อ โดยยึดตามมาตรฐานของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)
จัดทำรายละเอียดโครงการและขออนุมัติงบประมาณจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ขั้นดำเนินการจัดซื้อ (Procurement)
ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (หรือระเบียบที่เกี่ยวข้องของหน่วยงาน)
คัดเลือกผู้ขายที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานและมีบริการหลังการขาย/การรับประกันที่เหมาะสม
ขั้นตรวจรับและติดตั้ง (Implementation)
ตรวจรับครุภัณฑ์ให้ตรงตามคุณลักษณะเฉพาะ (Spec) ที่กำหนดไว้
ติดตั้งอุปกรณ์เข้ากับรถกู้ชีพกู้ภัย และทดสอบระบบการทำงานของอุปกรณ์ทุกชิ้น (เช่น ระบบไฟของเครื่อง AED, ระบบล็อกของเตียงพยาบาล)
ขั้นสร้างความเชี่ยวชาญ (Training)
จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ให้แก่เจ้าหน้าที่กู้ชีพและพนักงานขับรถพยาบาล เกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ที่จัดซื้อมาใหม่ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
จัดทำคู่มือการใช้งานเบื้องต้นประจำรถแต่ละคัน
หัวข้อ "ผลที่คาดว่าจะได้รับ" คือการฉายภาพความสำเร็จหลังจบโครงการ เพื่อให้ผู้อนุมัติเห็นว่าเงินงบประมาณที่ลงทุนไปจะเปลี่ยนเป็นประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมได้อย่างไรครับ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ ยกระดับมาตรฐานการช่วยชีวิต: หน่วยงานมีรถกู้ชีพที่มีอุปกรณ์การแพทย์ครบถ้วนตามมาตรฐาน สพฉ. พร้อมปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตได้ทันที
เพิ่มอัตราการรอดชีวิต: ผู้ป่วยฉุกเฉินและผู้ประสบอุบัติเหตุได้รับการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) และการปฐมพยาบาลที่ถูกต้องรวดเร็ว ลดอัตราการเสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล
ลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บซ้ำ: การมีอุปกรณ์เคลื่อนย้ายที่ได้มาตรฐาน (เช่น Spine Board, Collar) ช่วยป้องกันความพิการหรือการบาดเจ็บเพิ่มเติมของกระดูกสันหลังและไขสันหลังในขณะนำส่ง
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่: เจ้าหน้าที่มีความมั่นใจในการปฏิบัติงานมากขึ้น เนื่องจากมีเครื่องมือที่ทันสมัย แม่นยำ และใช้งานง่าย ลดข้อผิดพลาดในภาวะวิกฤต
ความเชื่อมั่นของประชาชน: ประชาชนในพื้นที่รู้สึกปลอดภัยและมีความเชื่อมั่นต่อระบบสวัสดิการและการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายของภาครัฐ/หน่วยงาน