กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

คนควนโดนรักษ์สุขภาพ รอบรู้ สู้โรคไม่ติดต่อ (KD Health Literacy : Together Fight NCDs)ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม คนควนโดนรักษ์สุขภาพ รอบรู้ สู้โรคไม่ติดต่อ (KD Health Literacy : Together Fight NCDs)ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รหัสโครงการ
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลควนโดน
วันที่อนุมัติ 10 กุมภาพันธ์ 2569
ปี 2569
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 16 กุมภาพันธ์ 2569 - 31 สิงหาคม 2569
งบประมาณ 27,300.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางธิดา เหมือนพะวงศ์
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง , แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. ปัจจุบันปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases : NCDs) เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง และโรคอ้วน เป็นปัญหาสุขภาพสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นสาเหตุหลักของการเจ็บป่ว ขนาด 80.00

ปัจจุบันปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases : NCDs) เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง และโรคอ้วน เป็นปัญหาสุขภาพสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นสาเหตุหลักของการเจ็บป่วย การเสียชีวิตก่อนวัยอันควร และก่อให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขในระยะยาว ทั้งในระดับครัวเรือน ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สาเหตุสำคัญของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังส่วนใหญ่ มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมและวิถีชีวิตที่ไม่เหมาะสม อาทิ การบริโภคอาหารที่ไม่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ การขาดการออกกำลังกาย การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียดสะสม การสูบบุหรี่ และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งจากข้อมูลทางวิชาการพบว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรังสามารถป้องกันและชะลอความรุนแรงของโรคได้ หากมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง ผลการดำเนินงานโรคไม่ติดต่อเรื้อรังของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลควนโดน ในปี 2568 พบว่า ผลการคัดกรองโรคในกลุ่มประชากรที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป พบกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 429 คน(16.26) กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานจำนวน 813 คน(26.41) กลุ่มสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 281 คน(10.65) กลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวาน จำนวน 40 คน (1.29) กลุ่มเหล่านี้ได้มีการให้ความรู้เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แนะนำการปฏิบัติตัวที่เหมาะสมกับความเสี่ยง และตรวจติดตาม ได้รับการตรวจวินิจฉัยยืนยันหรือเป็นผู้ป่วยรายใหม่โรคความดันโลหิตสูง จำนวน 81 คน (98.78) ผู้ป่วยรายใหม่โรคเบาหวาน จำนวน 36 คน (90.00) จากข้อมูลดังกล่าว จะเห็นได้ว่า สถาณการณ์โรคไม่ติดต่อในพื้นที่ยังเป็นปัญหาหลัก ลำดับต้นๆ ในการดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ ทางผู้จัดได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก และการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ให้แก่ประชาชน เพื่อให้สามารถเข้าถึง เข้าใจ วิเคราะห์ และนำข้อมูลด้านสุขภาพไปใช้ในการดูแลตนเอง ครอบครัว และชุมชนได้อย่างถูกต้อง อันจะนำไปสู่การลดปัจจัยเสี่ยงและการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างยั่งยืน ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลควนโดน จึงได้จัดทำ โครงการคนควนโดนรักษ์สุขภาพ รอบรู้ สู้โรค ไม่ติดต่อ (KD Health Literacy : Together Fight NCDs) ปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยนำแนวคิด เวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine : LM) มาเป็นกรอบในการดำเนินงาน ซึ่งเป็นแนวทางการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลักฐานเชิงประจักษ์ ครอบคลุม 6 เสาหลัก ได้แก่ 1. การรับประทานอาหารที่เหมาะสมและมีคุณค่าทางโภชนาการ 2. การมีกิจกรรมทางกายและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 3. การจัดการความเครียดและดูแลสุขภาพจิตอย่างเหมาะสม 4. การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอและมีคุณภาพ 5. การลด ละ เลิก พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ 6. การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและการสนับสนุนทางสังคมในชุมชน การดำเนินโครงการดังกล่าวจะช่วยเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการดูแลสุขภาพให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ส่งเสริมให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ตลอดจนสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง มีคุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพได้อย่างยั่งยืน อันสอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. 1. เพื่อให้แกนนำสุขภาพประจำครอบครัว มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ เกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อ สามารถดูแลกลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วย และกลุ่มป่วยโรคไม่ติดต่อได้
  2. 2. เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงและสงสัยป่วยโรคเบาหวานและกลุ่มเสี่ยงและสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูง สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและระดับความดันโลหิต ให้อยู่ในเกณฑ์ (DTX น้อยกว่า 100-126 mg.% และ BP ระหว่าง 90/60-130/80 mmHg. ถึง น้อยกว่า 140/90 mmHg. )
  3. 3. เพื่อให้กลุ่มป่วยโรคเบาหวาน มีค่าระดับน้ำตาลสะสมในเม็ดเลือดแดง (HbA1C) น้อยกว่า 6.5 หรือค่า DTXลดลง หรือน้อยกว่า 140 mg.% และกลุ่มป่วยโรคความดันโลหิตสูง มี BP น้อยกว่า 140/90 mmHg. .
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. 1. กิจกรรมพัฒนาศักยภาพเชิงปฏิบัติการ เรื่อง ความรอบรู้ด้านสุขภาพ โรคไม่ติดต่อ แก่แกนนำสุขภาพประจำครอบครัว “แกนนำรอบรู้ สู้โรคไม่ติดต่อ Together Fight NCDs” แบ่งเป็นฐานการเรียนรู้ จำนวน 3 ฐาน จำนวน 70 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม 1.1 อบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่องความร
  2. 2. กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง ความรอบรู้ด้านสุขภาพ โรคไม่ติดต่อ แก่กลุ่มเสี่ยงและสงสัยป่วยโรคเบาหวานและกลุ่มเสี่ยงและสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 50 คน 2.1 ให้ความรู้เรื่องความรอบรู้ด้านสุขภาพ โรคไม่ติดต่อ คืนข้อมูลโรคไม่ติดต่อใ
  3. 3. กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง ความรอบรู้ด้านสุขภาพ โรคไม่ติดต่อ แก่ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ที่ควบคุมโรคได้ไม่ดี และผู้ป่วยที่เข้าร่วม DM Remission Clinic จำนวนรวม 50 คน 3.1 ให้ความรู้เรื่องความรอบรู้ด้านสุขภาพ โรคไม่ติด
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. แกนนำสุขภาพประจำครอบครัว มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ เกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อ สามารถดูแลกลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วย และกลุ่มป่วยโรคไม่ติดต่อได้
  2. กลุ่มเสี่ยงและสงสัยป่วยโรคเบาหวานและกลุ่มเสี่ยงและสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูง สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและระดับความดันโลหิต ให้อยู่ในเกณฑ์ (DTX น้อยกว่า100-126 mg.% และ BP ระหว่าง 90/60 -130/80 mmHg.ในกลุ่มเสี่ยง และน้อยกว่า 140/90 mmHg.ในกลุ่มสงสัยป่วย)
    1. กลุ่มป่วยโรคเบาหวาน มีค่าระดับน้ำตาลสะสมในเม็ดเลือดแดง (HbA1C) น้อยกว่า 6.5 หรือค่า DTXลดลง หรือน้อยกว่า 140 mg.% กลุ่มป่วยโรคความดันโลหิตสูง มี BPน้อยกว่า 140/90 mmHg.

กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้ ตามแนวเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine : LM) มาเป็นกรอบในการดำเนินงาน ซึ่งเป็นแนวทางการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลักฐานเชิงประจักษ์ ครอบคลุม 6 เสาหลัก เกิดความรอบรู้ด้านสุขภาพ โดยแบ่งเป็นฐานการเรียนรู้ ดังนี้ 1.การรับประทานอาหารที่เหมาะสมและมีคุณค่าทางโภชนาการ 2.การมีกิจกรรมทางกายและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 3.การจัดการความเครียดและดูแลสุขภาพจิตอย่างเหมาะสม 4.การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอและมีคุณภาพ 5.การลด ละ เลิก พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ 6.การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและการสนับสนุนทางสังคมในชุมชน