โครงการเด็กตาดีกายิ้มสวย ห่างไกลฟันผุ
โครงการเด็กตาดีกายิ้มสวย ห่างไกลฟันผุ
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการเด็กตาดีกายิ้มสวย ห่างไกลฟันผุ | |
| รหัสโครงการ | 69-L3011-2-07 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงเรียนตาดีกานูรูลวะห์ดะห์ | |
| วันที่อนุมัติ | 5 กุมภาพันธ์ 2569 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มกราคม 2569 - 30 กันยายน 2569 | |
| งบประมาณ | 23,900.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายรอโซล อีซอ | |
| พื้นที่ดำเนินการ |
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ)
ฟันและช่องปากเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพโดยรวมของมนุษย์ เนื่องจากมีบทบาทในการบดเคี้ยวอาหาร ช่วยในการพูด การออกเสียง และส่งเสริมบุคลิกภาพ หากฟันและช่องปากขาดการดูแลรักษาที่ถูกต้อง อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพหลายประการ เช่น ฟันผุ โรคเหงือกอักเสบ กลิ่นปาก และการสูญเสียฟันก่อนวัยอันควร ซึ่งปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพจิต ความมั่นใจในตนเอง และคุณภาพชีวิตของบุคคลอีกด้วย
ปัจจุบันพบว่าเด็กและเยาวชนจำนวนมากยังขาดความรู้ ความเข้าใจ และพฤติกรรมที่ถูกต้องในการดูแลสุขภาพฟันและช่องปาก เช่น การแปรงฟันไม่ถูกวิธี การไม่แปรงฟันก่อนนอน การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง รวมถึงการไม่เข้ารับการตรวจสุขภาพฟันอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้เกิดปัญหาฟันผุและโรคในช่องปากตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งหากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่รุนแรงขึ้นในอนาคต
กรมอนามัยรายงานว่าเด็กในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีอัตราการเกิด โรคฟันผุสูงกว่าเกณฑ์ปกติของเด็กไทย อย่างต่อเนื่องหลายปี และอยู่ในระดับสูงมากประมาณร้อยละ 76–83 ในเด็กอายุ 12 ปีในช่วงก่อนหน้านี้ ปัญหาฟันผุในเด็ก3 จังหวัดชายแดนใต้สูงถึงประมาณ ร้อยละ 80 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศประมาณร้อยละ 20 โดยหนึ่งในปัจจัยคือ การเข้าถึงบริการทันตกรรมที่ไม่เพียงพอ จากความไม่สงบ ในพื้นที่ การเข้าถึงบริการทันตกรรมที่จำกัด ปัญหาความไม่สงบและข้อจำกัดด้านสาธารณสุขในพื้นที่ทำให้เด็ก ๆ และประชาชนเข้าถึงบริการตรวจรักษาและป้องกันโรคฟันได้ค่อนข้างยาก ส่งผลให้ปัญหาฟันผุและปัญหาช่องปากสะสมมากขึ้นกว่าที่ควรเป็น เด็กจำนวนมากยังขาดความรู้และทักษะการดูแลช่องปากอย่างถูกต้อง เช่น แปรงฟันไม่เป็นหรือไม่สม่ำเสมอและยังมีการบริโภคอาหารหวานซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของฟันผุ (พฤติกรรมเสี่ยงทั่วไปที่พบในเด็กไทยสามารถสะท้อนในพื้นที่ได้เช่นกัน) การให้บริการป้องกันและส่งเสริมสุขภาพยังไม่ครอบคลุมเต็มที่แม้จะมีโครงการด้านป้องกันและส่งเสริมสุขภาพช่องปาก เช่น เคลือบหลุมร่องฟัน หรือการส่งเสริมฟลูออไรด์ในบางพื้นที่ แต่ความครอบคลุมและผลสัมฤทธิ์ในระดับชุมชนยังไม่เพียงพอ นักเรียนยังคงมีฟันผุสูง
การปลูกฝังความรู้และสร้างพฤติกรรมที่ดีในการดูแลสุขภาพฟันและช่องปากตั้งแต่วัยเด็กจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่สามารถเรียนรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ง่าย หากเด็กและเยาวชนได้รับความรู้ที่ถูกต้อง ควบคู่กับ การฝึกปฏิบัติอย่างเหมาะสม จะช่วยให้เกิดความตระหนักและสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลให้มีสุขภาพฟันและช่องปากที่แข็งแรงในระยะยาว
ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพฟันและช่องปาก รวมถึงลดอัตรา การเกิดฟันผุและโรคในช่องปาก โรงเรียนตาดีกาจึงได้จัดโครงการเพื่อส่งเสริมสุขภาพฟันและช่องปากจึงได้จัดทำขึ้น โดยมุ่งเน้นการให้ความรู้ การสร้างความเข้าใจและการส่งเสริมพฤติกรรมที่ถูกต้องในการดูแลฟัน ผ่านกิจกรรมที่หลากหลายและเหมาะสมกับช่วงวัย อันจะนำไปสู่การมีสุขภาพฟันและช่องปากที่ดี และคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต
- เพื่อส่งเสริมให้เด็กมีความรู้และทักษะการดูแลสุขภาพช่องปากที่ถูกต้อง
- เพื่อปลูกฝังพฤติกรรมการแปรงฟันอย่างสม่ำเสมอ
- กิจกรรมให้ความรู้สุขภาพช่องปากและสาธิตการแปรงฟันอย่างถูกวิธี
- ส่งเสริมให้เด็กมีความรู้และทักษะการดูแลสุขภาพช่องปากที่ถูกต้องส่งเสริมให้เด็กแปรงฟันอย่างถูกวิธี
- ปลูกฝังพฤติกรรมการแปรงฟันอย่างสม่ำเสมอ