โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การปฏิบัติตัวของสมาชิกชมรมบานไม่รู้โรย ศูนย์บริการสาธารณสุขเตาหลวง ประจำปีงบประมาณ 2569
โครงการ
" โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การปฏิบัติตัวของสมาชิกชมรมบานไม่รู้โรย ศูนย์บริการสาธารณสุขเตาหลวง ประจำปีงบประมาณ 2569 "
ต.บ่อยาง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา
หัวหน้าโครงการ
นายปราณี กาเลี่ยง ตำแหน่ง ประธานชมรมบานไม่รู้โรย
กันยายน 2569
ที่อยู่ ต.บ่อยาง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา จังหวัด สงขลา
รหัสโครงการ L7250-2-34 เลขที่ข้อตกลง 23/2569
ระยะเวลาดำเนินงาน ตั้งแต่ 4 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569
กิตติกรรมประกาศ
"โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การปฏิบัติตัวของสมาชิกชมรมบานไม่รู้โรย ศูนย์บริการสาธารณสุขเตาหลวง ประจำปีงบประมาณ 2569 จังหวัดสงขลา" สำเร็จได้ด้วยดี ด้วยความร่วมมือจาก สมาชิกในชุมชน ต.บ่อยาง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา
คณะทำงานโครงการฯ ขอขอบคุณ กองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลนครสงขลา ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการฯ รวมทั้ง ภาคีเครือข่ายที่สำคัญระดับพื้นที่ ที่ให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ ชี้แนะ สุดท้ายขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องที่มิได้ระบุชื่อไว้ในที่นี้ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้มีความยั่งยืนในพื้นที่ต่อไป
คณะทำงานโครงการ
โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การปฏิบัติตัวของสมาชิกชมรมบานไม่รู้โรย ศูนย์บริการสาธารณสุขเตาหลวง ประจำปีงบประมาณ 2569
บทคัดย่อ
โครงการ " โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การปฏิบัติตัวของสมาชิกชมรมบานไม่รู้โรย ศูนย์บริการสาธารณสุขเตาหลวง ประจำปีงบประมาณ 2569 " ดำเนินการในพื้นที่ ต.บ่อยาง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา รหัสโครงการ L7250-2-34 ระยะเวลาการดำเนินงาน 4 มีนาคม 2569 - 30 กันยายน 2569 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจำนวน 39,750.00 บาท จาก กองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลนครสงขลา เพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมโครงการ หลังจากสิ้นสุดระยะเวลาโครงการ ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานปรากฏดังนี้
โครงการนี้ยังไม่มีการเขียนหรือแก้ไขบทคัดย่อ
หมายเหตุ : รายละเอียดของบทสรุปคัดย่อการดำเนินงาน ให้ผู้รับผิดชอบโครงการเป็นผู้เขียนสรุปภาพรวมของโครงการใน "ผลลัพธ์โครงการ"
สารบัญ
| กิตติกรรมประกาศ | » |
| บทคัดย่อ | » |
| ความเป็นมา/หลักการเหตุผล | » |
| วัตถุประสงค์โครงการ | » |
| กิจกรรม/การดำเนินงาน | » |
| กลุ่มเป้าหมาย | » |
| ผลลัพธ์ที่ได้ | » |
| การประเมินผล | » |
| ปัญหาและอุปสรรค | » |
| ข้อเสนอแนะ | » |
| เอกสารประกอบอื่นๆ | » |
ความเป็นมา/หลักการเหตุผล
การดำเนินงานของชมรมบานไม่รู้โรย ซึ่งก่อตั้งเมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๐ ได้ดำเนินงานจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของชมรมบานไม่รู้โรยอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา ๑9 ปีแล้ว ปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกทั้งหมด 160 คน เป็นผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีเป็นต้นไป พบว่าสมาชิกชมรมบานไม่รู้โรยและประชาชนทั่วไป ให้ความสนใจในการเข้าร่วมกิจกรรมของชมรมบานไม่รู้โรย ได้แก่ การประชุมสมาชิกเป็นประจำทุกเดือน เพื่อเรียนรู้การดูแลตนเอง การส่งเสริมความรู้ด้านนวัตกรรมจากวิทยากรและแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากสมาชิกด้วยกัน กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย (ยางยืด ยึดชีวิต พิชิตโรค) กิจกรรมจัดฐานการเรียนรู้การป้องกันเฝ้าระวังโรคสำหรับผู้สูงอายุ กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพการออกกำลังกายด้วยตารางเก้าช่อง กิจกรรมเมนูชูสุขภาพลดหวานมันเค็ม กิจกรรมรดน้ำดำหัว ขอพรผู้ใหญ่ กิจกรรมพบปะสังสรรค์วันบานไม่รู้โรย กิจกรรมกีฬาสานสัมพันธ์ กิจกรรมนันทนาการ กิจกรรมเยี่ยมเพื่อนสมาชิกที่เจ็บป่วยนอนโรงพยาบาลและตัวแทนของชมรมเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของเทศบาลนครสงขลา ทำให้ชมรมบานไม่รู้โรยมีความเข้มแข็งเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง
ชมรมบานไม่รู้โรย ซึ่งเป็นแกนนำในการดูแลสุขภาพตนเองในสังคมผู้สูงอายุ ได้ตระหนักถึงคุณค่าและสุขภาพของผู้สูงอายุ รวมถึงเข้าใจสภาพปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับในทุกๆ ด้าน ชมรมบานไม่รู้โรยจึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุให้สามารถดูแลตนเองได้ ช่วยทำให้การมีอายุยืนยาวมีความสุขทั้งทางกาย ใจ และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข เพื่อให้มีการดูแลส่งเสริมสุขภาพ ฟื้นฟูสุขภาพของผู้สูงอายุ และสามารถเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่มีสุขภาพกาย สุขภาพจิตที่ดี ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมผู้สูงอายุได้อย่างปกติสุข ชมรมบานไม่รู้โรย ศูนย์บริการสาธารณสุขเตาหลวง จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น
วัตถุประสงค์โครงการ
- ๑. เพื่อให้สมาชิกผู้สูงอายุชมรมบานไม่รู้โรยสามารถลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคต่างๆได้
กิจกรรม/การดำเนินงาน
- 1.กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย (ยางยืด ยึดชีวิต พิชิตโรค)
- 2.กิจกรรมจัดฐานการเรียนรู้การป้องกันเฝ้าระวังโรคสำหรับผู้สูงอายุ
- 3.กิจกรรมฝึกสมาธิ ส่งเสริมสุขภาพ
- 4.กิจกรรม เมนูชูสุขภาพ ลดหวานมันเค็ม
- 5.กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นอกสถานที่ (สวนเทพหยา ต.รำแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา)
- 6.กิจกรรมรวมพลังสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ
- 7.กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย (บาสโลฟ)
- กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย (ยางยืด ยึดชีวิต พิชิตโรค)
- กิจกรรมจัดฐานการเรียนรู้การป้องกันเฝ้าระวังโรคสำหรับผู้สูงอายุ
- กิจกรรมฝึกสมาธิ ส่งเสริมสุขภาพ
- กิจกรรม เมนูชูสุขภาพ ลดหวานมันเค็ม
- กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นอกสถานที่ (สวนเทพหยา ต.รำแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา)
- กิจกรรมรวมพลังสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ
- กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย (บาสโลฟ)
กลุ่มเป้าหมาย
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวนที่วางไว้ | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน | ||
| กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน | ||
| กลุ่มวัยทำงาน | ||
| กลุ่มผู้สูงอายุ | 80 | |
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด | ||
| กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง | ||
| กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ | ||
| กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง | ||
| สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)] |
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1.สมาชิกผู้สูงอายุ ชมรมบานไม่รู้โรย มีอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนไม่เกิน 5 %
ส่วนที่ 1 ผลการดำเนินงาน
| วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ผลลัพธ์และตัวชี้วัดผลลัพธ์** กิจกรรมของโครงการ | ผลผลิต* | |
|---|---|---|
| ผลผลิตที่ตั้งไว้ | ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง | |
1. กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย (ยางยืด ยึดชีวิต พิชิตโรค) |
||
วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย (ยางยืด ยึดชีวิต พิชิตโรค)
- ดำเนินการจัดกิจกรรมในวันที่ 13 พฤษภาคม 2569
- มีจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวนทั้งสิ้น 80 คน
- กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย (ยางยืด ยึดชีวิต พิชิตโรค) ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น1.กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย (ยางยืด ยึดชีวิต พิชิตโรค)
- ดำเนินการจัดกิจกรรมในวันที่ 13 พฤษภาคม 2569
- มีจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวนทั้งสิ้น 80 คน
- กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย (ยางยืด ยึดชีวิต พิชิตโรค)
|
0 | 80 |
2. กิจกรรมฝึกสมาธิ ส่งเสริมสุขภาพ |
||
วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำ3.กิจกรรมฝึกสมาธิ ส่งเสริมสุขภาพ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น3.กิจกรรมฝึกสมาธิ ส่งเสริมสุขภาพ
|
0 | 80 |
3. กิจกรรม เมนูชูสุขภาพ ลดหวานมันเค็ม |
||
วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำ4.กิจกรรม เมนูชูสุขภาพ ลดหวานมันเค็ม
- ดำเนินการจัดกิจกรรม วันที่ 10 มิถุนายน 2569 ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น4.กิจกรรม เมนูชูสุขภาพ ลดหวานมันเค็ม
- ดำเนินการจัดกิจกรรม วันที่ 10 มิถุนายน 2569
|
0 | 80 |
4. กิจกรรมจัดฐานการเรียนรู้การป้องกันเฝ้าระวังโรคสำหรับผู้สูงอายุ |
||
วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำ2.กิจกรรมจัดฐานการเรียนรู้การป้องกันเฝ้าระวังโรคสำหรับผู้สูงอายุ
- ดำเนินการจัดกิจกรรมในวันที่ 11 สิงหาคม 2569
- มีจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวนทั้ง 80 คน
- กิจกรรมจัดฐานการเรียนรู้การป้องกันเฝ้าระวังโรค สำหรับผู้สูงอายุ วิทยากร บรรยายเรื่อง
ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น2.กิจกรรมจัดฐานการเรียนรู้การป้องกันเฝ้าระวังโรคสำหรับผู้สูงอายุ
- ดำเนินการจัดกิจกรรมในวันที่ 11 สิงหาคม 2569
- มีจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวนทั้ง 80 คน
- กิจกรรมจัดฐานการเรียนรู้การป้องกันเฝ้าระวังโรค สำหรับผู้สูงอายุ วิทยากร บรรยายเรื่อง
|
0 | 80 |
5. กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นอกสถานที่ (สวนเทพหยา ต.รำแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา) |
||
วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำ5.กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นอกสถานที่ (สวนเทพหยา ต.รำแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา)
- ดำเนินการจัดกิจกรรม 27 พฤษภาคม 2569 ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น5.กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นอกสถานที่ (สวนเทพหยา ต.รำแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา)
- ดำเนินการจัดกิจกรรม 27 พฤษภาคม 2569
|
0 | 80 |
6. กิจกรรมรวมพลังสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ |
||
วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำ6.กิจกรรมรวมพลังสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ
- ดำเนินการจัดกิจกรรม 27 สิงหาคม 2569 ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น6.กิจกรรมรวมพลังสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ
- ดำเนินการจัดกิจกรรม 27 สิงหาคม 2569
|
0 | 80 |
7. กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย (บาสโลฟ) |
||
วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำ7.กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย (บาสโลฟ)
- ดำเนินการจัดกิจกรรม วันที่ 11 มิถุนายน 2569 ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น7.กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย (บาสโลฟ)
- ดำเนินการจัดกิจกรรม วันที่ 11 มิถุนายน 2569
|
0 | 80 |
* ผลผลิต หมายถึง ผลที่เกิดขึ้นเชิงปริมาณจากการทำกิจกรรม เช่น จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม จำนวนผู้ผ่านการอบรม จำนวนครัวเรือนที่ปลูกผักสวนครัว เป็นต้น
** ผลลัพธ์ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การแก้ปัญหา เช่น หลังอบรมมีผู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจำนวนกี่คน มีข้อบังคับหรือมาตรการของชุมชนที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือสภาพแวดล้อม เป็นต้น ทั้งนี้ต้องมีข้อมูลอ้างอิงประกอบการรายงาน เช่น ข้อมูลรายชื่อแกนนำ , แบบสรุปการประเมินความรู้ , รูปภาพกิจกรรมพร้อมคำอธิบายใต้ภาพ เป็นต้น
ส่วนที่ 2 ประเมินความพึงพอใจต่อความสำเร็จและปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการในภาพรวม
ผลการดำเนินโครงการ/กิจกรรม:
บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
บรรลุตามวัตถุประสงค์บางส่วนของโครงการ
ไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
1.กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย (ยางยืด ยึดชีวิต พิชิตโรค)
- ดำเนินการจัดกิจกรรมในวันที่ 13 พฤษภาคม 2569
- มีจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวนทั้งสิ้น 80 คน
- กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย (ยางยืด ยึดชีวิต พิชิตโรค)
การส่งเสริมการออกกำลังกายด้วยแรงต้านจากยางยืด เพื่อช่วยเสริมสร้างและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ เอ็นข้อต่อ
รวมถึงกระตุ้นมวลกระดูก โดยใช้ยางยืดออกกำลังกายราคาประหยัดที่ทำได้ง่ายและปลอดภัย
- ประโยชน์ของการออกกำลังกายด้วยยางยืด
• ช่วย เสริมสร้างความแข็งแรง และความยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อ
• ช่วย ฟื้นฟูข้อต่อ และลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ
• ช่วย กระตุ้นระบบประสาท และการทำงานของกล้ามเนื้อให้มีประสิทธิภาพ
- โดย วิทยากร อาจารย์ประภา ปัญญวรรณศิริ
- กิจกรรมให้ความรู้และสันทนาการ โดยคณะกรรมการชมรมบานไม่รู้โรย และนางสาววลัยลักษณ์ บุญชู
นักวิชาการสาธารณสุข
- ณ อาคารอเนกประสงค์ ศูนย์บริการสาธารณสุขเตาหลวง
2.กิจกรรมจัดฐานการเรียนรู้การป้องกันเฝ้าระวังโรคสำหรับผู้สูงอายุ
- ดำเนินการจัดกิจกรรมในวันที่ 11 สิงหาคม 2569
- มีจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวนทั้ง 80 คน
- กิจกรรมจัดฐานการเรียนรู้การป้องกันเฝ้าระวังโรค สำหรับผู้สูงอายุ วิทยากร บรรยายเรื่อง
ฐานที่ 1 ฐานอาหารต้านโรค ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง เบาหวาน และโรคไต แม้จะไม่มีอาหารชนิดใดที่สามารถป้องกันโรคได้ 100% แต่การปรับฐานอาหารให้เหมาะสมถือเป็นเกราะป้องกันสุขภาพที่สำคัญ อาหารมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของทั้งบุคคลและประชากร และอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อโรคและความพิการ
• การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพช่วยป้องกันภาวะขาดสารอาหารทุกรูปแบบ รวมถึงโรคไม่ติดต่อ (NCDs) เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคมะเร็ง
• การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพควรเริ่มต้นตั้งแต่อายุยังน้อย การให้นมแม่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตที่ดีและช่วยพัฒนาด้านสติปัญญา
• พฤติกรรมและรสนิยมด้านอาหารที่ก่อตัวขึ้นในวัยเด็กและวัยรุ่นมักจะคงอยู่ไปจนถึงวัยผู้ใหญ่
• อาหารเพื่อสุขภาพมีหลากหลายรูปแบบ แต่หลักการพื้นฐานสี่ประการ ได้แก่ ความเพียงพอ ความสมดุล ความพอประมาณ และความหลากหลาย ควรเป็นรากฐานของอาหารเพื่อสุขภาพทุกประเภท
• อาหารเพื่อสุขภาพที่ดีนั้นต้องปลอดภัยด้วย กล่าวคือ ต้องปราศจากสารปนเปื้อนจากจุลินทรีย์และสารเคมี
• อาหารแปรรูปน้อยหรือไม่แปรรูปเลยหลากหลายชนิดที่มีไขมันไม่ดี น้ำตาลอิสระ และโซเดียมต่ำ เป็นพื้นฐานของอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี
ฐานที่ 2 รู้ทันโรคเบาหวาน
ภาวะปกติเมื่อรับประทานอาหารเข้าสู่ร่างกายจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น หลังจากนั้นร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนอินซูลินจากตับอ่อนมาช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดให้กลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยอินซูลินจะนำพาน้ำตาลเข้าสู่เซลล์
โรคเบาหวาน คือ โรคที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินกว่าปกติอย่างต่อเนื่องและเรื้อรัง เกิดจากความผิดปกติของตับอ่อนหลั่งฮอร์โมนอินซูลินได้น้อยกว่าปกติ หรือเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้อินซูลินออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่
โรคเบาหวานแบ่งเป็น 4 ชนิด ได้แก่
1. โรคเบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากร่างกายขาดฮอร์โมนอินซูลิน ส่วนใหญ่พบในเด็ก จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาอินซูลิน
2. โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นโรคเบาหวานที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากร่างกายมีภาวะดื้ออินซูลิน ส่วนใหญ่พบในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ มักมีประวัติคนในครอบครัวเป็นเบาหวานร่วมด้วย ในระยะแรกสามารถรับประทานยาลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ แต่ถ้าเป็นนาน ๆ บางรายจำเป็นต้องใช้ยาอินซูลิน
3. โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ วินิจฉัยขณะตั้งครรภ์ และภาวะนี้มักหายไปหลังจากคลอด
4. โรคเบาหวานที่มีสาเหตุจำเพาะ เช่น ตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง โรคที่ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อบางชนิด ยาบางประเภท เช่น ยาที่มีสารสเตียรอยด์เป็นส่วนประกอบ
ปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2
• อายุ 35 ปีขึ้นไป
• มีโรคอ้วน (ดัชนีมวลกายตั้งแต่ 25 กิโลกรัม/ตารางเมตร) หรือรอบเอวเกินมาตรฐาน (มากกว่า 90 เซนติเมตรในผู้ชาย หรือ 80 เซนติเมตรในผู้หญิง)
• กรรมพันธุ์ พ่อ แม่ พี่ หรือน้องเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2
• มีโรคความดันโลหิตสูง หรือรับประทานยาลดความดันโลหิตอยู่
• ระดับไขมันในเลือดผิดปกติ (ระดับไตรกลีเซอไรด์ มากกว่า 250 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หรือระดับคอเลสเตอรอล เอชดีแอล < 35 มิลลิกรัม/เดซิลิตร)
• เคยมีประวัติเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์
• เคยได้รับการตรวจพบระดับน้ำตาลในเลือดผิดปกติ เช่น ระดับน้ำตาลขณะอดอาหาร 100 – 125 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หรือระดับน้ำตาลสะสม 5.7-6.4%
• มีโรคหัวใจและหลอดเลือด
• กลุ่มอาการถุงน้ำในรังไข่
• พฤติกรรมที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกายในระหว่างวัน
• การติดเชื้อเอชไอวี (HIV)
อาการเริ่มแรกของโรคเบาหวาน
ผู้ป่วยเบาหวานในระยะแรกที่ระดับน้ำตาลในเลือดยังไม่สูงมาก อาการจะไม่เด่นชัดอย่างไรก็ตาม อาจไปพบแพทย์ด้วยอาการต่าง ๆ ดังนี้
• อาการของระดับน้ำตาลในเลือดสูง ได้แก่ รับประทานเก่งขึ้น หิวน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย อ่อนเพลีย ถ้าระดับน้ำตาลสูงนาน ๆ และยังไม่ได้รับการรักษาจะมีน้ำหนักตัวลดลงตามมา
• อาการของภาวะแทรกซ้อนเรื้อรัง เช่น ตามัว ไตวาย ชาปลายมือปลายเท้า โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โรคหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดสมอง
• อาการของน้ำตาลสูงเฉียบพลัน เช่น อ่อนเพลียมาก คลื่นไส้อาเจียน หายใจหอบเหนื่อย ระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลง ซึมลง หรือหมดสติ
• อาการหรือโรคที่สัมพันธ์กับโรคเบาหวาน เช่น แผลเรื้อรังหรือแผลหายช้ากว่าปกติ โรคติดเชื้อบางชนิด เช่น การติดเชื้อราที่ช่องคลอด การติดเชื้อราที่ผิวหนัง
• ตรวจพบจากการตรวจเช็คสุขภาพหรือก่อนทำการผ่าตัด
น้ำตาลสะสม หรือน้ำตาลเฉลี่ยคืออะไร?
น้ำตาลสะสม หรือน้ำตาลเฉลี่ย หรือฮีโมโกลบินเอวันซี (HbA1C) คือระดับน้ำตาลในช่วง 2 - 3 เดือนที่ผ่านมา ค่าน้ำตาลเฉลี่ยจะช่วยแพทย์ในการเฝ้าติดตามผู้ป่วยเบาหวานว่าสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีเพียงใด ควบคู่ไปกับการดูระดับน้ำตาลหลังงดอาหาร 6 - 8 ชั่วโมง (Fasting plasma glucose หรือ FPG) ในผู้ป่วยเบาหวานแนะนำให้ตรวจระดับน้ำตาลสะสมอย่างน้อยปีละ 2 - 4 ครั้ง
เกณฑ์การวินิจฉัยโรคเบาหวาน
1. ระดับน้ำตาลในเลือดก่อนอาหาร (fasting plasma glucose) มากกว่าหรือเท่ากับ 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
2. ระดับน้ำตาลสะสม (HbA1C) มากกว่าหรือเท่ากับ 6.5%
3. ระดับน้ำตาลในเลือด 2 ชั่วโมง หลังดื่มสารละลายกลูโคส 75 กรัม มากกว่าหรือเท่ากับ 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
4. มีอาการของน้ำตาลในเลือดสูง (ปัสสาวะบ่อย หิวน้ำบ่อย น้ำหนักลด) ร่วมกับระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่าหรือเท่ากับ 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
ฐานที่ 3 สังเกตอาการเตือน (โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะฉุกเฉิน)
อาการเตือนสำคัญของโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และภาวะฉุกเฉิน สามารถสังเกตได้อย่างรวดเร็วด้วย
หลักการสังเกตอาการ BEFAST
• B - Balance (การทรงตัว): มีอาการเวียนศีรษะ เดินเซ ทรงตัวไม่อยู่ หรือล้มลงฉับพลัน
• E - Eyes (การมองเห็น): ตาพร่ามัว มองเห็นภาพซ้อน หรือสูญเสียการมองเห็นกะทันหันในตาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง
• F - Face (ใบหน้า): หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว ยิ้มไม่เท่ากัน หรือชาที่ใบหน้า
• A - Arms (แขนขา): แขนขาอ่อนแรงข้างใดข้างหนึ่ง ยกไม่ขึ้น หรือตกลงมาเองอย่างผิดธรรมชาติ
• S - Speech (การพูด): พูดไม่ชัด พูดติดขัด พูดอ้อแอ้ หรือฟังไม่เข้าใจ
• T - Time (เวลา): อาการทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ต้องรีบโทรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดภายใน 4.5 ชั่วโมง เพื่อลดความเสียหายของสมอง
โดย วิทยากร ดร.ศักรินทร์ สุวรรณเวหา ตำแหน่งอาจารย์ ภาควิชาการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ
วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสงขลา
ฐานที่ 4 ฐานขยับกายไร้โรค (ออกกำลังกายเหมาะสม)
แนวคิดการจัดกิจกรรมหรือสถานีเรียนรู้เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนสามารถ ออกกำลังกายได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมกับช่วงวัย และปลอดภัย เพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง และเบาหวาน
- เสาหลักของการขยับกายให้ไร้โรค การออกกำลังกายที่สมบูรณ์แบบควรครอบคลุม 3 ด้าน เพื่อสร้างสมดุลให้ร่างกาย: • ออกกำลังกายหัวใจ (Aerobic Exercise): เน้นเดินเร็ว วิ่งเหยาะๆ ปั่นจักรยาน หรือเต้นแอโรบิก เพื่อให้หัวใจและปอดแข็งแรง ทำต่อเนื่องอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ • สร้างความแข็งแรงกล้ามเนื้อ (Strength Training): เน้นบอดี้เวท ยกน้ำหนักเบาๆ หรือใช้ยางยืด เพื่อช่วยพยุงข้อต่อและเพิ่มการเผาผลาญ ทำ 2-3 วันต่อสัปดาห์ • เพิ่มความยืดหยุ่นและสมดุล (Flexibility & Balance): เน้นยืดเหยียดโยคะ หรือรำไม้พลอง เพื่อลดอาการบาดเจ็บและป้องกันการหกล้ม
- การเลือกกิจกรรมให้เหมาะกับช่วงวัย • วัยเด็ก (6-17 ปี): เน้นความสนุกสนานและการเจริญเติบโต เช่น วิ่งเล่น กระโดดเชือก ว่ายน้ำ เล่นกีฬา เป็นเวลา 60 นาทีทุกวัน • วัยทำงาน (18-59 ปี): เน้นลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง (นั่งนาน) ใช้สูตร เดินเร็ว 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ ควบคู่กับการยืดกล้ามเนื้อออฟฟิศซินโดรม • วัยผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป): เน้นแรงกระแทกต่ำและความปลอดภัย เช่น เดินในน้ำ รำไทเก๊ก ฝึกการทรงตัวเพื่อป้องกันการล้ม และหลีกเลี่ยงการก้มหรือหมุนตัวกะทันหัน
- ข้อควรระวังและหลักความปลอดภัย • เช็กความพร้อม: ประเมินโรคประจำตัวก่อนเริ่มโปรแกรมใหม่ๆ • วอร์มอัพและคูลดาวน์: ต้องอบอุ่นร่างกายก่อน 5-10 นาที และผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายทุกครั้ง • ฟังเสียงร่างกาย: หากมีอาการเวียนศีรษะ แน่นหน้าอก หรือเจ็บข้อต่อ ให้หยุดพักทันที โดยนางสาวสิฌานา พูลสวัสดิ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ศูนย์บริการสาธารณสุขเตาหลวง - ณ อาคารอเนกประสงค์ ศูนย์บริการสาธารณสุขเตาหลวง
3.กิจกรรมฝึกสมาธิ ส่งเสริมสุขภาพ
- ดำเนินการจัดกิจกรรม 11 กรกฎาคม 2569
- มีจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวนทั้งสิ้น 80 คน
- ทำพิธีถวายเทียนพรรษา ผ้าอาบน้ำฝน และเครื่องบริวาร ณ วัดศาลาหัวยาง วัดอุทัยธาราม วัดเพชรมงคล วัดเลียบ วัดดอนแย้ และวัดยางทอง การถวายเทียนพรรษาและผ้าอาบน้ำฝน เป็นการทำบุญที่สำคัญในวัน
เข้าพรรษา เพื่อให้พระสงฆ์ได้ใช้แสงสว่างในยามค่ำคืนและใช้สอยอุปกรณ์ต่างๆ ในช่วงจำพรรษา
3 เดือน ทั้งยังเชื่อว่าการทำบุญนี้จะส่งผลดีต่อผู้ถวายในด้านสติปัญญาและความเจริญรุ่งเรือง
- เทียนพรรษา
เพื่อให้แสงสว่างแก่พระภิกษุสงฆ์ในการทำวัตรสวดมนต์ในตอนเช้าและตอนค่ำ และเพื่อความเป็นสิริมงคล
- ผ้าอาบน้ำฝน
เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ใช้สอยในช่วงฤดูฝน
- ดำเนินการจัดกิจกรรมการฝึกสมาธิ ส่งเสริมสุขภาพ ณ วัดโคกเปรี้ยว การฝึกสมาธิส่งเสริมสุขภาพโดยมีผลดี
ต่อทั้งร่างกายและจิตใจ เช่น ช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล ทำให้มีสมาธิและความจำดีขึ้น รวมถึง
ส่งผลดีต่อสุขภาพกาย เช่น ลดอัตราการเต้นของหัวใจ ลดความดันโลหิต และอาจช่วยจัดการกับอาการปวด
เรื้อรังได้
ประโยชน์ต่อสุขภาพกาย
- ลดความเครียด ช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียด เช่น คอร์ติซอล ทำให้ร่างกายตอบสนองต่อความเครียด
ได้ดีขึ้น
- ส่งผลดีต่อระบบหัวใจ ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและลดความดันโลหิต
- ควบคุมการทำงานของร่างกาย ช่วยให้ควบคุมการทำงานของร่างกายส่วนต่างๆ ได้ดีขึ้น และทำให้ระบบ ประสาทสมองทำงานเป็นระเบียบมากขึ้น
- ลดการอักเสบ การทำสมาธิสามารถช่วยลดการอักเสบในร่างกายได้
ประโยชน์ต่อสุขภาพจิตใจ
- ลดความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า ช่วยให้รู้สึกสงบ มีสติ และสมดุลทางอารมณ์มากขึ้น
- เพิ่มสมาธิ ช่วยให้มีสมาธิดีขึ้นและสามารถจดจ่อกับสิ่งต่างๆ ได้นานขึ้น
- ส่งเสริมคุณภาพการนอนหลับ การฝึกสมาธิเป็นประจำช่วยให้คุณภาพการนอนหลับดีขึ้น
- จัดการอารมณ์ ให้สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ดีขึ้น และแสดงออกอย่างระมัดระวังมากขึ้น
- เพิ่มความสุข ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเอนดอร์ฟินส์ (Endorphins) หรือสารแห่งความสุขออกมาวิธีการ
เริ่มต้นฝึกสมาธิ
- หาที่เงียบสงบ เลือกสถานที่ที่เงียบและปราศจากสิ่งรบกวน
- เริ่มจากช่วงสั้นๆ ด้วยการฝึกเพียง 5-10 นาทีต่อวัน
- นั่งหรือนอนในท่าที่สบาย ไม่จำเป็นต้องนั่งขัดสมาธิ อาจนั่งบนเก้าอี้หรือนอนหงายก็ได้
- จดจ่อกับลมหายใจ หายใจเข้าและออกอย่างสม่ำเสมอ และจดจ่อความรู้สึกไปที่ลมหายใจ
- สังเกตความคิดโดยไม่ตัดสิน เมื่อมีความคิดอื่นผุดขึ้นมา ให้รับรู้และกลับมาจดจ่อที่ลมหายใจอีกครั้ง โดยไม่
ตัดสินว่าความคิดนั้นดีหรือไม่ดี
- ณ วัดศาลาหัวยาง วัดอุทัยธาราม วัดเพชรมงคล วัดเลียบ วัดดอนแย้ และวัดยางทอง
4.กิจกรรม เมนูชูสุขภาพ ลดหวานมันเค็ม
- ดำเนินการจัดกิจกรรม วันที่ 10 มิถุนายน 2569
- มีจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวนทั้งสิ้น 80 คน
- ดำเนินการจัดกิจกรรม เมนูชูสุขภาพ ลดหวานมันเค็ม
เมนูน้ำอัญชัน เครื่องดื่มสมุนไพรสีสันสดใสที่นิยมดื่มเพื่อดับกระหาย มีสรรพคุณเด่นที่สุดคือมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง โดยเฉพาะสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin)
สรรพคุณและประโยชน์ที่สำคัญต่อสุขภาพ
• บำรุงสายตา: สารแอนโทไซยานินช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็น บรรเทาอาการตาพร่ามัว และช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะต้อกระจกหรือจอประสาทตาเสื่อม
• บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ: เมื่อระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น เลือดจะไปเลี้ยงรากผมได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้ผมดกดำ เงางาม และลดปัญหาผมร่วง
• ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด: มีฤทธิ์ช่วยชะลอและลดระดับน้ำตาลในเลือด เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำตาล
• ชะลอวัย บำรุงผิวพรรณ: สารต้านอนุมูลอิสระช่วยปกป้องเซลล์ไม่ให้ถูกทำลาย ชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
• ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดและหัวใจ: มีฤทธิ์ช่วยต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดและละลายลิ่มเลือด ช่วยลดการอุดตันในเส้นเลือด
เมนูน้ำคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll)
ประโยชน์หลักของน้ำคลอโรฟิลล์ที่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และทางการแพทย์รองรับชัดเจนคือ ช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ของร่างกาย เช่น กลิ่นตัว กลิ่นปาก และกลิ่นสิ่งขับถ่ายครับ
ข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้สรุปประโยชน์และความจริงเกี่ยวกับคลอโรฟิลล์ไว้ดังนี้ครับ
ประโยชน์ที่มีงานวิจัยรองรับ
• ลดกลิ่นกาย: ช่วยบรรเทาปัญหากลิ่นตัวและกลิ่นปาก
• ลดกลิ่นสิ่งขับถ่าย: ช่วยลดกลิ่นปัสสาวะและอุจจาระในผู้ป่วยที่ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้หรือผู้ที่ผ่าตัดเปิดลำไส้ทางหน้าท้อง
• ต้านอนุมูลอิสระ: ช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายของอนุมูลอิสระ
ความเชื่อที่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ทางการแพทย์
โฆษณาชวนเชื่อหลายอย่าง ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เพียงพอ ว่าทำได้จริง เช่น:
• ไม่ช่วยล้างสารพิษ (Detox): ร่างกายมีตับและไตทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว
• ไม่ช่วยรักษาโรคโลหิตจาง: คลอโรฟิลล์ในน้ำยาเสริมอาหารมักเป็นสารสังเคราะห์ (Chlorophyllin) ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเม็ดเลือดแดงในคนได้
• ไม่ช่วยรักษามะเร็งหรือโรคเรื้อรังอื่นๆ
ข้อควรระวัง
• ห้ามนำไปหยอดตา: มีการแชร์ต่อว่าช่วยแก้เจ็บตา ซึ่งอันตรายมากและอาจทำให้ตาบอดได้
• สิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น: การทานผักใบเขียวสด เช่น ผักบุ้ง คะน้า บรอกโคลี จะได้รับคลอโรฟิลล์ตามธรรมชาติ พร้อมวิตามินและไฟเบอร์ที่มีประโยชน์กว่าการดื่มน้ำคลอโรฟิลล์สกัดราคาแพง
คุณกำลังสนใจน้ำคลอโรฟิลล์เพื่อแก้ปัญหาสุขภาพด้านใดเป็นพิเศษไหมครับ? ผมสามารถช่วยแนะนำ:
• ผักใบเขียวราคาประหยัด ที่มีคลอโรฟิลล์และสารอาหารสูง
• วิธีลดกลิ่นตัวหรือกลิ่นปากด้วยวิธีธรรมชาติอื่นๆ
- ณ อาคารอเนกประสงค์ ศูนย์บริการสาธารณสุขเตาหลวง
5.กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นอกสถานที่ (สวนเทพหยา ต.รำแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา)
- ดำเนินการจัดกิจกรรม 27 พฤษภาคม 2569
- มีจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวนทั้งสิ้น 80 คน
- ศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ และเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมอาชีพให้กับผู้สูงวัยของชมรมบานไม่รู้โรย
กิจกรรมให้ความรู้สวนเทพหยา
1.เรียนรู้ 3 ฐานการเรียนรู้ ดังนี้
1.1 ฐานการทำขนมตาล
1.2 ฐานการทำสบู่
1.3 ฐานการทำน้ำยาล้างจาน
2.เรียนรู้ฐานนั่งรถรางเยี่ยมชม 3 จุด
2.1 บ้านสวนลุงนาน
2.2 ไปชมทะเลที่อยู่ในวัดป่าขาด คูบ้านปลา
2.3 เที่ยวชมร้านค้าชุมชน
- ณ สวนเทพหยา ต.รำแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา
6.กิจกรรมรวมพลังสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ
- ดำเนินการจัดกิจกรรม 27 สิงหาคม 2569
- มีจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวนทั้งสิ้น 80 คน
- ประธานพิธีเปิดงาน รวมพลังสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ
โดย นายกวันชัย ปริญญาศิริ นายกเทศมนตรีนครสงขลา ดำเนินการในการเปิดพิธี และร่วมเป็นเกียรติใน
การร่วมเล่นกีฬากับสมาชิกชมรมบานไม่รู้โรย การเล่นกีฬาสำหรับสมาชิชมรมบานไม่รู้โรย ได้มีการเน้นการ ออกกำลังกายแบบผสมผสาน ทั้งเพิ่มความ แข็งแรงของหัวใจและหลอดเลือด สร้างความแข็งแรงของ กล้ามเนื้อ และฝึกการทรงตัว สิ่งสำคัญคือการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ, ค่อยเป็นค่อยไป, และปรับให้ เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
ประโยชน์ของการเล่นกีฬาสำหรับผู้สูงอายุ
- ช่วยเรื่องสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด การออกกำลังกาย เช่น การว่ายน้ำและขี่จักรยาน จะช่วยให้หัวใจแข็งแรงขึ้น ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด
- เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูก กีฬาบางชนิด เช่น การยกน้ำหนักเบา ๆ โยคะเก้าอี้ หรือรำไทชิ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและความหนาแน่นของกระดูก ซึ่งช่วยป้องกันภาวะกระดูกพรุนได้
- ปรับปรุงการทรงตัวและลดความเสี่ยงหกล้ม การฝึกการทรงตัวเป็นประจำ เช่น การรำไทชิ หรือการเดินด้วยปลายเท้าและส้นเท้า ช่วยลดโอกาสในการหกล้ม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการบาดเจ็บในผู้สูงอายุ
- รักษาสุขภาพจิต การเล่นกีฬาช่วยกระตุ้นการหลั่งสารเอนดอร์ฟิน ซึ่งทำให้อารมณ์ดี ลดความเครียดและอาการซึมเศร้าได้
- ส่งเสริมการเข้าสังคม การเข้าร่วมชมรมกีฬาหรือการเล่นกีฬาเป็นกลุ่มช่วยให้ผู้สูงอายุได้พบปะเพื่อนใหม่และไม่รู้สึกโดดเดี่ยว
- ณ สนามกีฬาติณสูลานนท์
7.กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย (บาสโลฟ)
- ดำเนินการจัดกิจกรรม วันที่ 11 มิถุนายน 2569
- มีจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวนทั้งสิ้น 80 คน
กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย (บาสโลฟ) เพื่อเป็นการส่งเสริมการออกกำลังกาย (บาสโลฟ) ให้สมาชิกชมรมบานไม่รู้โรย ได้มีส่วนร่วมในการเต้นเข้าจังหวะง่ายๆ ช้าๆ เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อเป็นการเต้นรำอย่างสนุกสนาน การออกกำลังกายด้วยบาสโลฟ นิยมเต้นในงานสังคม เช่น งานแต่งงาน หรืองานเลี้ยงสังสรรค์ ท่าเต้นมีลักษณะเรียบง่ายและสนุกสนาน โดยผู้เต้นจะขยับเท้าสลับซ้ายขวาเป็นจังหวะตามเพลงเป็นแถวเดียวกัน นอกจากจะเป็นการเต้นเพื่อความสนุกสนานแล้ว บาสโลบยังถือเป็นการออกกำลังกายที่ดี โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ เพราะช่วยส่งเสริมการทรงตัว เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และทำให้จิตใจผ่อนคลาย
ลักษณะการเต้นบาสโลบ
• การเคลื่อนไหว:
เต้นเป็นแถวหน้ากระดานหรือแถวตอน โดยขยับเท้าสลับซ้ายขวาและหมุนไปตามจังหวะเพลง
• ความพร้อมเพรียง:
ผู้เต้นทุกคนจะเคลื่อนไหวเป็นจังหวะเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง
• โอกาสที่นิยมเต้น:
งานเลี้ยงสังสรรค์ งานแต่งงาน หรืองานต้อนรับแขกสำคัญ
ประโยชน์ของการเต้นบาสโลบ
• การทรงตัว:
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัวและลดความเสี่ยงในการล้ม
• ความแข็งแรง:
ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย
• สุขภาพใจ:
ช่วยให้จิตใจผ่อนคลายและสนุกสนาน
• ระบบไหลเวียนเลือดและหายใจ:
การเต้นเป็นประจำช่วยส่งเสริมระบบหายใจและระบบไหลเวียนเลือดได้
.. - โดยวิทยากรคุณปาริชาติ ธนากุลรังสี ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ จากศูนย์สุขภาพชุมชนพาณิชย์สร้างสุข
-ณ อาคารอเนกประสงค์ ศูนย์บริการสาธารณสุขเตาหลวง
| วัตถุประสงค์ | สถานการณ์ | เป้าหมาย | ผลผลิต | อธิบาย | |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | ๑. เพื่อให้สมาชิกผู้สูงอายุชมรมบานไม่รู้โรยสามารถลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคต่างๆได้ ตัวชี้วัด : 1. สมาชิกผู้สูงอายุชมรมบานไม่รู้โรย มีอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนไม่เกิน 5 % |
5.00 | 100.00 | 1.สมาชิกชมรมบานไม่รู้โรย ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน 100% (จากผลการตรวจสุขภาพประจำปี) |
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวนที่วางไว้(คน) | จำนวนที่เข้าร่วม(คน) | |
|---|---|---|---|
| จำนวนกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด | 80 | 80 | |
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวนที่วางไว้(คน) | จำนวนที่เข้าร่วม(คน) | |
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | |||
| กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน | - | ||
| กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน | - | ||
| กลุ่มวัยทำงาน | - | ||
| กลุ่มผู้สูงอายุ | 80 | 80 | |
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | |||
| กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด | - | ||
| กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง | - | ||
| กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ | - | ||
| กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง | - | ||
| สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)] | - |
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ๑. เพื่อให้สมาชิกผู้สูงอายุชมรมบานไม่รู้โรยสามารถลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคต่างๆได้
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ (1) 1.กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย (ยางยืด ยึดชีวิต พิชิตโรค) (2) 2.กิจกรรมจัดฐานการเรียนรู้การป้องกันเฝ้าระวังโรคสำหรับผู้สูงอายุ (3) 3.กิจกรรมฝึกสมาธิ ส่งเสริมสุขภาพ (4) 4.กิจกรรม เมนูชูสุขภาพ ลดหวานมันเค็ม (5) 5.กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นอกสถานที่ (สวนเทพหยา ต.รำแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา) (6) 6.กิจกรรมรวมพลังสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ (7) 7.กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย (บาสโลฟ) (8) กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย (ยางยืด ยึดชีวิต พิชิตโรค) (9) กิจกรรมจัดฐานการเรียนรู้การป้องกันเฝ้าระวังโรคสำหรับผู้สูงอายุ (10) กิจกรรมฝึกสมาธิ ส่งเสริมสุขภาพ (11) กิจกรรม เมนูชูสุขภาพ ลดหวานมันเค็ม (12) กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นอกสถานที่ (สวนเทพหยา ต.รำแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา) (13) กิจกรรมรวมพลังสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ (14) กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย (บาสโลฟ)
ข้อเสนอแนะ ได้แก่ (1) ...
หมายเหตุ
ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ
โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การปฏิบัติตัวของสมาชิกชมรมบานไม่รู้โรย ศูนย์บริการสาธารณสุขเตาหลวง ประจำปีงบประมาณ 2569 จังหวัด สงขลา
รหัสโครงการ L7250-2-34
ได้ดำเนินกิจกรรมตามที่เสนอไว้เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว
( นายปราณี กาเลี่ยง ตำแหน่ง ประธานชมรมบานไม่รู้โรย )
ผู้รับผิดชอบโครงการ
......./............/.......