directions_run
โครงการป้องกันภาวะซีดในหญิงตั้งครรภ์ ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย ในตำบลประจัน ประจำปี2569
กองทุนสุขภาพตำบล อบต.ประจัน
โครงการป้องกันภาวะซีดในหญิงตั้งครรภ์ ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย ในตำบลประจัน ประจำปี2569
รายละเอียดโครงการ
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการป้องกันภาวะซีดในหญิงตั้งครรภ์ ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย ในตำบลประจัน ประจำปี2569 | |
| รหัสโครงการ | 69-L3029-1-02 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลประจัน | |
| วันที่อนุมัติ | 11 พฤศจิกายน 2568 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มีนาคม 2569 - 31 สิงหาคม 2569 | |
| งบประมาณ | 24,900.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | 1.นางสาวเจ๊ะยามีละ ประศรี | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลประจัน อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี |
ประเด็น
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
- เพื่อให้ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย ลูกมีภาวะสมบูรณ์ แข็งแรง และมีพัฒนาการสมวัย ขนาด
- หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ)
ภาวะโลหิตจางเป็นความผิดปกติทางระบบเลือดที่ส่งผลให้การสร้างเม็ดเลือดแดงน้อยลง เกิดจากหลายสาเหตุทั้งความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ ภาวะขาดสารอาหารและโรคติดเชื้อ โดยพบบ่อยที่สุดในหญิงตั้งครรภ์ สาเหตุสำคัญของภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ คือ การขาดสารอาหารจากธาตุเหล็กและกรดโฟลิก (ชลธิชา ดานา, 2560) ภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของมารดาและทารก เช่น มารดาเสี่ยงต่อการตกเลือดหลังคลอด ทารกเสี่ยงต่อคลอดก่อนกำหนด ทารกแรกคลอดมีน้ำหนักต่ำกว่า 2,500 กรัม หญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางอย่างรุนแรงจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการตกเลือดในระหว่างคลอด และมีโอกาสติดเชื้อในระยะหลังคลอดสูง พัฒนาการไม่สมบูรณ์ และภาวะตายในครรภ์ ฯลฯ
จากรายงานของงานอนามัยแม่และเด็ก พบว่าสาเหตุการตายของมารดา อันดับหนึ่ง คือ ภาวะตกเลือดหลังคลอด ซึ่งปัญหาดังกล่าว เป็นปัญหาทางสาธารณสุขของประเทศที่กำลังพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศแถบเอเชียใต้ พบได้มากสุดถึงร้อยละ 65 (WHO, 2019: Online) และในตำบลประจัน เขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลประจัน ผลสำรวจภาวะโลหิตจางในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ พ.ศ.2566 – 2568 พบว่ามีแนวโน้มสูงขึ้น ในปี พ.ศ. 2566-2568 หญิงตั้งครรภ์มีภาวะโลหิตจาง ร้อยละ 38.24, 29.81 และ 44.16 ตามลำดับ (HDC จังหวัดปัตตานี,2568) กระทรวงสาธารณสุขจึงได้กำหนดให้มีการตรวจคัดกรองภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ทุกราย ให้ยาบำรุงเสริมธาตุเหล็กและให้ความรู้เรื่องการบริโภคอาหาร การดูแลและการส่งเสริมสุขภาพในหญิงตั้งครรภ์ ทำให้ผลสำรวจภาวะโลหิตจางในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ พ.ศ.2568 เพิ่มขึ้น เป็นร้อยละ 14.35 จากปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม แผนพัฒนาการสาธารณสุขด้านโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี (HDC จังหวัดปัตตานี,2568) กำหนดเป้าหมายไม่เกิน ร้อยละ 14 ทั้งนี้จากผลการดำเนินงานแม่และเด็กปี 2568 ของ รพ.สต.ประจัน อัตราหญิงตั้งครรภ์มีภาวะโลหิตจางในระยะใกล้คลอดเท่ากับร้อยละ 44.16 ซึ่งมีค่าสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดแต่เนื่องจากภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์เป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมารดาและทารก การตกเลือดหลังคลอดและภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากภาวะเสี่ยงของการตั้งครรภ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานีได้มีนโยบาย ลดแม่ตายโดยเน้นระยะตั้งครรภ์ ระยะคลอดและหลังคลอด
ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลประจัน ได้ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดจึงได้จัดทำโครงการ “ป้องกันภาวะซีดในหญิงตั้งครรภ์ ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย ในตำบลประจัน ประจำปี 2569” ขึ้น เพื่อให้ลูกเกิดรอดแม่ปลอดภัยเด็กสุขภาพดีและมีพัฒนาการสมวัยโดยดึงพลังแกนนำของประชาชนโดย แกนนำสุขภาพบุคคลใกล้ชิด ให้มีส่วนร่วมในการดูแลหญิงตั้งครรภ์
วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
- เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์ได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลและป้องไม่ให้เกิดโลหิตจางในขณะหญิงตั้งครรภ์
- เพื่อพัฒนาศักยภาพแกนนำอนามัยแม่และเด็กมีความรู้และความสามารถให้การแนะนำแก่หญิงวัยเจริญพันธ์ หญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอดให้มีพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพของตนเองที่ถูกต้องเหมาะสม
การดำเนินงาน/กิจกรรม
- โครงการป้องกันภาวะซีดในหญิงตั้งครรภ์ ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย ในตำบลประจัน ประจำปี 2569
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
- หญิงตั้งครรภ์ได้รับการดูแลในระยะตั้งครรภ์ได้อย่างมีคุณภาพ ได้แก่ ฝากครรภ์ครบ 5 ครั้งตามเกณฑ์ ฝากครรภ์ก่อนอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ และได้คลอดในโรงพยาบาล
- หญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยงได้รับการดูแลตลอดระยะของการตั้งครรภ์อย่างมีคุณภาพ
- หญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ได้รับการควบคุมและป้องกันแก้ไข ไม่ให้เกิดภาวะ ตกเลือดหลังคลอด และภาวะคลอดก่อนกำหนด
- หญิงตั้งครรภ์มีความรู้และตระหนักความสำคัญของการฝากครรภ์และสามารถดูแลตนเองในระยะตั้งครรภ์ได้
- เพื่อให้ชุมชนและทุกคนในครอบครัวมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลหญิงตั้งครรภ์เสริมสร้างสัมพันธภาพที่ดีเกิดสายใยรักครอบครัว